แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - radnana

หน้า: [1] 2 3
1
แนะนำยางขอบยอดนิยม ยางรถขอบ 15 เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

   ความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากการขับขี่บนท้องถนน สิ่งสำคัญที่สุดคือประสิทธิภาพของ ยางรถยนต์ เพราะถ้ายางไม่มีประสิทธิภาพมากพอ อาจเกิดอันตรายจากการขับขี่ได้ โดยทั่วไปยางรถมาตรฐานคือ ยางรถขอบ15ดังนั้นวันนี้จะมาแนะนำยางขอบยอดนิยม รวมทั้งการใช้งานแบบใดจึงเหมาะสมด้วย

   ยางรถยนต์ ทุกประเภทมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 4 – 6 ปี แต่ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้งานรวมถึงสไตล์ของผู้ขับขี่ด้วย ยางรถขนาดมาตรฐานคือ ยางรถขอบ 15 แต่สามารถเพิ่มความสมรรถนะและการทรงตัวของการขับขี่ได้จากการเพิ่มขอบยางเป็นเส้นผ่าศูนย์กลาง 16,17 หรือ 18 นิ้ว เพื่อให้ประสิทธิภาพของการขับขี่ดีขึ้นจากหน้ายางที่มีพื้นที่มากขึ้น ขึ้นอยู่กับความต้องการ เช่น เพื่อความสวยงาม แต่ก็ต้องแลกมากับราคาที่แพงขึ้นและอาจส่งผลต่อการขับขี่บ้างเช่น ความเร็วรถไม่ตรงกับความเป็นจริง มีเสียงเสียดล้อเข้ามาในรถเพราะยางสัมผัสกับพื้นถนนมากขึ้น หรือการเลี้ยวรถพวงมาลัยจะเสียดสีกับซุ้มล้อ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยแบบเป็นสากลจึงแนะนำเมื่อต้องการเปลี่ยนยางเป็นยางรถขอบ15นุ่มเงียบ ซึ่ง ราคายางรถยนต์ขอบ 15 จะอยู่ระหว่าง 1,400 – 2,990 บาท แล้วแต่ยี่ห้อและความต้องการใช้งาน ใครที่กำลังมองหายางรถคุณภาพวันนี้มีมาแนะนำอันดับยอดนิยม 8 อันดับด้วย

- ยาง Bridgestone – DURAVIS R611 ยางรถกระบะและบรรทุกของหนักขอบ 15 แข็งแรง ทนทาน ลดเสียงรบกวนขณะขับขี่ ยึดเกาะถนนเปียกได้ดีด้วยร่องยางตรง 4 ดอก
- ยาง Bridgestone – ECOPIA EP300 ยางขอบ15นุ่มเงียบเน้นช่วยประหยัดพลังงาน ไม่ต้องเติมน้ำมันเยอะ เพิ่มการออกแบบหน้ายางให้รอบรับการขับขี่บนถนนเปียกได้อย่างปลอดภัย และเวลาเข้าโค้งยังรู้สึกได้ว่ารถนุ่มอยู่
- ยาง Dunlop – ENASAVE EC300 ยางรถยนต์ขอบ 15 เหนียวแกร่ง ทนทาน ลดแรงเสียดทานขณะขับขี่ได้ดี นุ่มเงียบขณะขับขี่
- ยาง Michelin – PILOT SPORT 3 ยางรถสปอร์ตขอบ 15 สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กเพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่
- ยาง Bridgestone - FIRESTONE DESTINATION LE-02 PICK-UP ยางรถปิคอัพและรถตู้ขอบ 15 ช่วยเพิ่มความนุ่มขณะขับขี่ โครงสร้างยางถูกออกแบบให้บรรทุกของหนักโดยยังขับเคลื่อนได้ดี ดอกยางลดเสียงรบกวน ไหล่ยางทนต่อการสึกหรอ ยางรุ่นนี้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้นานขึ้นและดอกยางช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี
- ยาง Michelin – XCD2 ยางขอบ 15 สำหรับรถบรรทุกรุ่นเก่าที่พัฒนาให้โครงสร้างยางแข็งแกร่งขึ้น และแก้มยางถูกออกแบบให้ควบคุมรถได้ดี
- ยาง Bridgestone – TURANZA T005A ยางรถขอบ 15 ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ทั้งการเกาะถนน เข้าโค้งและการเบรกที่ยังคงสภาพความนุ่มเงียบและความปลอดภัย ใช้เทคโนโลยีและการออกแบบดอกยางให้ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงกระแทก
- ยาง Bridgestone – DUELER H/T 684 ยางรถ SUV ที่ถูกออกแบบให้มีความเกาะถนนได้ดีทั้งถนนแห้งและถนนเปียก เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวขณะขับขี่ อีกทั้งยังสัมผัสถึงความนุ่มนวลในการขับขี่แม้เจอถนนขรุขระด้วย

          จะสังเกตได้ว่ายางขอบ15นุ่มเงียบ ที่เป็นที่นิยมคือ Bridgestone นั่นก็เพราะที่ Bridgestone มีนวัตกรรมการออกแบบยางหลากหลายรูปแบบทั้งให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่ ยางรถยนต์ ทุกประเภทถูกออกแบบมาให้มีความยึดเกาะถนนได้ดีทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก โดยเฉพาะ ยางนุ่มเงียบ ซึ่งใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุดมาผลิตยางให้ได้คุณภาพ เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ รวมถึงความต้องการอื่นเพิ่มเติม เช่น ความนุ่มเงียบขณะขับ ยางประหยัดน้ำมันช่วยประหยัดพลังงาน ดีไซน์ดอกยางหลายรูปแบบเพื่อให้ผู้ใช้งานเกิดความปลอดภัยบนท้องถนนมากที่สุด ดังนั้นหากกำลังมองหายางรถคุณภาพ รวมถึง ราคายางรถยนต์ ที่คุ้มค่า

ที่มาข้อมูล
https://www.bridgestone.co.th/th/rim/15-inch
https://www.bridgestone.co.th/th
https://www.autotirechecking.com/tire-sizes-15-inch-rim-popular-2021/
https://www.gaeglong.com/2017/12/28/จริงหรือไม่-แค่เพิ่มขน/




2
เผย 5 สาเหตุที่ทำให้ Turanza จาก BRIDGESTONE ขึ้นแท่น ยางนุ่มเงียบ อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย

          เมื่อพูดถึง ยางนุ่มเงียบ ยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เรามักได้ยินชื่อของ Turanza จาก Bridgestone อยู่เสมอ เพราะอะไร ทำไม ยางรถยนต์นุ่มเงียบ รุ่นนี้จึงสามารถครองใจคนไทยจำนวนมากได้ เราจะมาเปิดเผยสาเหตุที่น่าสนใจกันในวันนี้ ว่ายางยี่ห้อไหนนุ่มเงียบ ยางรถเก๋งยี่ห้อไหนดี
1. บล็อกดอกยาง ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจาก Bridgestone
เสียงรบกวนและแรงกระแทกจากการขับขี่ มักมีสาเหตุมาจากบล็อกดอกยางที่ได้รับการออกแบบมาไม่ดีพอ Turanza จึงเลือกใช้บล็อกดอกยางที่มีลักษณะและขนาดแตกต่างกันอย่างลงตัว พร้อมปรับร่องดอกยางให้อยู่ในองศาที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและลดเสียงรบกวนขณะขับขี่
2. สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ มีความนุ่มนวล
ยางรถยนต์ Bridgestone Turanzaมีคุณสมบัติดูดซับแรงสั่นสะเทือน เสริมสมรรถนะในการทรงตัวขณะขับขี่บนทางหลวงได้อย่างดีเยี่ยม โดยหน้าสัมผัสบริเวณหน้ายางได้รับการออกแบบให้กระจายแรงกดสม่ำเสมอ ในส่วนของแก้มยางก็ได้รับการออกแบบให้แข็งแรงแต่นุ่มนวล หยุดอาการสั่นสะเทือนขณะขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ยึดเกาะถนนได้ดี ทั้งสภาพถนนแห้ง และถนนเปียก
ผลจากการทดสอบโดยผู้ทดสอบมืออาชีพ เปรียบเทียบระหว่างยางรถเก๋งนุ่มเงียบ Turanza และยางทั่วไป ด้วยขนาดยางเท่ากัน ติดตั้งบนรถรุ่นเดียวกันปีเดียวกัน ความดันลมยางหน้าหลังในปริมาณเท่ากัน พร้อมความเร็วเท่ากัน พบว่าการเปลี่ยนช่องทางเดินรถกะทันหันบนถนนแห้งและถนนเปียก ยาง Turanza ยึดเกาะถนนได้ดี ไม่มีอาการท้ายสะบัด ทรงตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพว่ายางทั่วไปที่นำมาเปรียบเทียบกันอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่านอกจากความนุ่มเงียบแล้ว Turanza ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้ที่โดยสารมาด้วยบนรถได้เป็นอย่างดี
4. เสียงรบกวนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับยางทั่วไป
ผลจากการทดสอบที่สนามทดสอบโดยผู้ทดสอบมืออาชีพ ด้วยรถรุ่นเดียวกันปีเดียวกัน ความดันลมยางหน้าหลังในปริมาณเท่ากัน และความเร็วเท่ากัน พบว่า Turanza เกิดเสียงภายในรถเพียง 58.1 เดซิเบล เทียบกับยางทั่วไปซึ่งเกิดเสียงภายในรถดังกว่า ที่ 61.5 เดซิเบล
5. นวัตกรรม Run-Flat Technology ยังวิ่งต่อได้ แม้ไม่มีลมยาง
สำหรับรุ่นรันแฟลตที่เกิดยางรั่วขณะขับขี่ ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมรถให้วิ่งต่อไปยังสถานที่ปลอดภัยได้แม้สูญเสียความดันลมยาง ไม่จำเป็นต้องจอดในที่เปลี่ยวเพื่อเปลี่ยนยางอะไหล่ข้างทาง และป้องกันอันตรายจากการระเบิดที่ความเร็วสูง เมื่อไม่จำเป็นต้องพกยางอะไหล่ ก็สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในรถได้มากขึ้น ลดน้ำหนักที่รถต้องแบกลงได้อีกด้วย

          มาถึงตรงนี้หลายคนคงหายข้องใจแล้วว่า ทำไม ยางรถยนต์นุ่มเงียบ ระดับพรีเมียมอย่าง Turanza จึงครองใจคนไทยได้อย่างยาวนาน และจะเลือกยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี หรือเปลี่ยนยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดีเพราะนอกจากทางแบรนด์จะไม่หยุดพัฒนาแล้ว ยังคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย อายุการใช้งาน คุณสมบัติดีอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนยางครั้งหน้า Turanza คือ อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ทั้งความสบายในการขับขี่ มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย





3
ทำความรู้จักยางขอบแต่ละประเภท พร้อมแนะนำ ยางรถขอบ 15 นิ้ว รุ่นยอดฮิตจาก Bridgestone

            ใครที่เป็นสายรักความเร็วหรือชอบการแต่งรถเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เชื่อว่าน่าจะคุ้นเคยกับการเลือกยางประเภทต่าง ๆ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ถนัดเรื่องชิ้นส่วนรถยนต์ อาจสงสัยว่ายางแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร โดยเฉพาะ ยางขอบ15นุ่มเงียบ ซึ่งเป็นประเภทยางยอดนิยมในหมู่คนใช้รถและเพื่อไขข้อข้องใจ ลองมาดูว่ายางขอบแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร และมียางรถขอบ 15 นิ้วรุ่นไหนที่ได้รับความนิยมจาก Bridgestone บ้าง
ทำความรู้จัก ยางรถยนต์ ขอบขนาดต่าง ๆ

หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าบนยางรถนอกจากมีดอกยางลวดลายต่าง ๆ แล้ว ยังมีตัวอักษรและตัวเลขกำกับบนตัวยางอีกด้วย ซึ่งตัวอักษรและตัวเลขเหล่านี้ทำหน้าที่บอกรายละเอียดยาง เช่น 265/70R16 195/60R15 เป็นต้น ซึ่งตัวเลขตัวหลัง เช่น เลข 16 หรือเลข 15 คือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อ ซึ่งมีหลายขนาดด้วยกัน ซึ่งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางส่งผลต่อการความนุ่มนวลในการขับขี่ และสำหรับบางคนยังเลือกเปลี่ยนขนาดเพื่อความสวยงามของรถอีกด้วย

            สำหรับตัวอย่างขนาดที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ยางรถขอบ 17 ยางขอบ 16 นิ้ว และยางขอบ 15 นิ้ว แต่ละขนาดจะใหญ่และเล็กตามขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง และตัวเลขนี้ยังเป็นตัวการันตีว่ากระทะล้อจะสามารถใส่คู่กับยางได้อย่างแน่นอน โดยยางทุกขนาดจาก Bridgestone ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพการขับขี่ที่ปลอดภัย ขับสบาย เพื่อสมรรถนะในการขับขี่สูงสุด

แนะนำยางรถขอบ 15 นิ้ว รุ่นยอดนิยมจาก Bridgestone

เติมเต็มความสมบูรณ์แก่ทุกเส้นทางด้วยยางคุณภาพจาก Bridgestone ซึ่งมี ยางรถขอบ 15 นิ้วให้เลือกหลายรุ่น ออกแบบมาเพื่อการขับขี่เต็มสมรรถนะ ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำ ออกมาเป็นยางคุณภาพเยี่ยมที่ได้รับความวางใจจากผู้ขับขี่ และมีตัวเลือกหลากหลายรุ่นยอดนิยม
1. DURAVIS R611
หากกำลังมองหายางอายุการใช้งานยาวนาน แนะนำให้เลือกรุ่นนี้เพราะคือสุดยอดยางที่ขึ้นชื่อเรื่องความแกร่ง เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานกับรถกระบะหรือรถบรรทุก เพราะทนทานและแข็งแรงกว่ายางประเภทอื่น โครงสร้างยางแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง เพื่อการบรรทุกของได้อย่างเต็มพลัง
2. FIRESTONE F-01 FUEL FIGHTER
ให้ทุกการขับขี่นุ่มนวลกว่าที่เคยด้วยยางที่ถูกพัฒนาให้ขับขี่ได้อย่างสบายไร้ที่ติ แต่ยึดเกาะพื้นผิวได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ขับขี่อย่างปลอดภัยไร้กังวล นอกจากนี้ยังเป็นยางที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าใช้จ่ายต่อเดือนได้อีกด้วย
3. DUELER H/T 684
ยางที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการขับเคลื่อนรถ 4 ล้อ ทุกเส้นทางขับขี่นุ่มนวล ลดเสียงรบกวนจากภายนอก ตัวยางแข็งแกร่งทนทานและยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม ขาดไม่ได้คือการผสานเทคโนโลยีสุดล้ำ เพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะผ่านสักกี่โค้งก็เอาอยู่
4. TURANZA T005A
หากกำลังมองหายางที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่นุ่มนวลและเงียบ แนะนำให้เป็นเจ้าของยาง Bridgestone TURANZA T005A ขึ้นชื่อเรื่องการขับขี่อย่างลื่นไหลและไร้เสียงรบกวน อีกทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยระหว่างขับขี่เพราะยึดเกาะถนนได้เป็นอย่างดี
5. ECOPIA EP 300
ในยุคน้ำมันแพง แน่นอนว่ายางรถที่ช่วยประหยัดน้ำมันคือตัวเลือกที่ดีไม่น้อยและยาง ECOPIA EP 300 คือตัวเลือกที่คนต้องการประหยัดน้ำมันห้ามพลาด ยืนหนึ่งเรื่องประหยัดเชื้อเพลิง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้อย่างดีเยี่ยมและออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย เข้าโค้งได้อย่างนุ่มนวล ยึดเกาะถนน อีกหนึ่งรุ่นยางที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

           หากคุณคือผู้ใช้รถใช้ถนนที่กำลังมองหายางรถยนต์ขอบ 15 นิ้ว ตัวเลือกจาก Bridgestone คือคำตอบเพราะเป็นแบรนด์ ยางรถยนต์ ดีคุณภาพเยี่ยมที่จะทำให้ทุกการขับขี่ปลอดภัย มั่นใจได้ทุกเส้นทางด้วยมาตรฐานการผลิตระดับโลก

ยางรถยนต์โตโยต้า https://www.bridgestone.co.th/th/manufacturers/toyota



4
รู้หรือไม่ ดอกยางคืออะไร สำคัญอย่างไร...ถ้าจะเปลี่ยนยางกะบะยี่ห้อไหนดี

           สิ่งสำคัญที่ทำให้การขับรถปลอดภัยคือการเลือกใช้ยางรถยนต์ที่มีคุณภาพ คำว่าคุณภาพหมายรวมถึงยางที่ไม่เสื่อมสภาพ รวมถึงลักษณะของดอกยางที่เหมาะสมต่อการขับขี่แต่ละประเภทด้วย ดังนั้นวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับความสำคัญของดอกยาง รวมถึงการ เปลี่ยน ยางรถเก๋งยี่ห้อไหนดี หรือ ยางรถกระบะยี่ห้อไหนดี จึงจะช่วยให้การขับขี่มีความปลอดภัย

   ดอกยางมีความสำคัญกับการขับขี่ให้ปลอดภัยดังนั้นเราควรเรียนรู้เรื่องความสำคัญและหน้าที่ของดอกยางดังนี้
ดอกยางคือหน้ายางรถบริเวณที่เป็นส่วนสัมผัสกับถนน ซึ่งความลึกของร่องยางมีส่วนสำคัญที่ทำให้การเกาะถนนเวลาขับรถทำได้ดีหรือไม่ หากร่องยางตื้นหรือที่เรียกว่าดอกยางหมดจะทำให้คุณภาพการเกาะถนนลดลง หมายถึงเวลาขับรถตอนฝนตกทำให้รถลื่นไถลได้ง่าย รวมทั้งบังคับพวงมาลัยได้ยากขึ้น

ดอกยางแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ
- ดอกยางแบบละเอียดคือมีดอกยางและร่องยางเป็นแนวรอบวงของยาง ใช้ได้ดีกับถนนเรียบ
- ดอกยางแบบบั้งคือดอกยางและร่องยางเป็นแนวขวางกับเส้นรอบวงยางเหมาะกับถนนที่ขรุขระ
- ดอกยางแบบผสม คือดอกยางละเอียดและดอกบั้งผสมกัน โดยดอกละเอียดอยู่ตรงกลางและดอกบั้งอยู่รอบนอก
- ดอกยางแบบบล็อก จะเป็นจุดหรือก้อนที่ช่วยแรงตะกุยได้สูงเหมาะกับรถออฟโรด

          ทั้งดอก ยางรถเก๋ง และร่องยางมีหน้าที่ที่ต้องทำร่วมกันคือดอกยางทำหน้าที่เกาะพื้นผิวถนนเหมือนกับคำที่ได้ยินบ่อยๆ เวลาบังคับรถไม่ปกติอาจเกิดจากดอกยางตื้นเกินไป ส่วนร่องยางมีหน้าที่รีดน้ำออกจากดอกยางเพื่อให้ยางเกาะถนนได้ดีขึ้น
         ดอกยางเสื่อมได้ตามการใช้งานและวันหมดอายุ ดังนั้นจึงควรตรวจเช็กร่องยางให้ดีหากร่องยางลึกน้อยกว่า 1.6 มม. ต้องรีบทำการเปลี่ยน วิธีเช็กอาจทำได้โดยใช้ที่วัดความลึกร่องยางหรือใช้เหรียญบาทในการวัดตรวจสอบก็ได้

วิธีเลือกดอกยางให้เหมาะกับรถอาจเลือกจากลักษณะของสภาพถนนเหมือนอย่างข้อ 2 ก็ได้ ไม่ก็เลือกตามการเคลื่อนที่ของรถ

ดอกยางแบบ 2 ทิศทางคือลายดอกยาง 2 ด้านจะเรียงสวนทางกันเหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไปที่ไม่เน้นความเร็วสูง
ดอกยางทิศทางเดียวคือดอกยางที่จะหมุนรถไปทางเดียวซึ่งจะแสดงอยู่บนแก้มยางรถทั้ง 2 ข้าง ดอกยางทิศทางเดียวช่วยไล่น้ำออกจากหน้ายางได้เร็วกว่าแบบ 2 ทิศทาง คือช่วยให้รถไม่เหินน้ำได้

          ดอกยางคือสิ่งสำคัญในการเลือกเปลี่ยนยาง ไม่ว่าจะพิจารณาว่า ยางรถเก๋งยี่ห้อไหนดี หรือ เปลี่ยนยางกะบะยี่ห้อไหนดี  ก็ต้องพิจารณาร่วมกัน ดังนั้นควรมีความรู้เรื่องยางให้หลากหลาย อย่างหากถามว่า ยาง Bridgestone ดีไหม Bridgestone นับเป็นแบรนด์ผู้นำที่ผลิตยางรถยนต์มีหลากหลายรุ่นสามารถเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่นรุ่น DURAVIS R611 เป็นยางรถปิกอัพที่เพิ่มการรีดน้ำทำให้เกาะถนนได้ดี รุ่น DESTINATION LE-02 PICK UP มีลายดอกยางที่ช่วยลดเสียงรบกวนหรือรุ่น DURAVIS R624 HEAVY DUTY ที่ลายดอกยางช่วยให้การขับขี่ทุกสภาพถนนปลอดภัย เป็นต้น



5
ยางนุ่ม เงียบ ในแต่ละขนาดขอบยาง ให้การใช้งานแตกต่างกันอย่างไร

   การใช้งาน ยางรถยนต์ จะมีขนาดขอบยางที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแบรนด์ยางชื่อดังอย่าง Bridgestone มีการผลิตตั้งแต่ขอบยาง 15 นิ้ว, 16 นิ้ว, 17 นิ้ว และ 18 นิ้ว เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมต่อรถยนต์ในแต่ละรุ่น  พร้อมตอบโจทย์ด้านความต้องการเจ้าของรถในเรื่องความปลอดภัย, ยึดเกาะถนน, ความแข็งแกร่งของเนื้อยาง, การลดเสียง และทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มลื่น ไม่สร้างปัญหาระหว่างการเดินทางมากเกินไป ดังนั้นถ้าคุณสนใจยางประเภทนี้และกำลังสงสัยว่ายางในแต่ละขนาดจะให้การใช้งานแตกต่างกันอย่างไร สามารถติดตามรายละเอียดได้ดังต่อไปนี้

1.ขอบยาง 15 นิ้ว
ยางที่มีคุณสมบัติทั้งนุ่มและเงียบแบบขอบ 15 นิ้ว จาก Bridgestone ผลิตร่วมกับเทคโนโลยีรุ่นใหม่ พร้อมการพัฒนาจากรุ่นก่อนและผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย จึงทำให้ได้เนื้อยางที่มีความแข็งแรง ให้การยึดเกาะได้กับทุกพื้นผิวถนนและวิ่งได้ดีในทุกสภาวะ แม้แต่สภาวะถนนลื่นหรือน้ำท่วม รวมไปถึงการเข้าโค้งก็สามารถทำได้ดีทั้งหมด  จึงใช้งานได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคล, รถกระบะบุคคล, รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ ละรถสายออฟโรด  สำหรับรุ่นขอบ 15 นิ้ว ที่ได้รับความนิยมจาก Bridgestone คือ
- DURAVIS R611
- ECOPIA EP 300
- TURANZA T005A
- FIRESTONE DESTINATION LE-02 PICK-UP
- DUELER H/T 684

2.ขอบยาง 16 นิ้ว
ยางนุ่ม เงียบ ขอบ 16 นิ้ว ถูกพัฒนาให้มีการใช้งานที่ดีเยี่ยมมากขึ้น โดยทาง Bridgestone พิถีพิถันต่อการผลิตยางในรุ่น 16 นิ้วมากขึ้น ทำให้เกิดเป็นคุณสมบัติที่ยึดเกาะถนนได้ดี ขับคล่องตัว ไม่มีสะดุด ไม่มีเสียงรบกวน เข้าโค้งดี ให้ความนุ่มในการขับขี่กับทุกสภาวะท้องถนน เนื้อยางมีความแข็งแรง ลดแรงเสียดสีได้ดี ทำให้ทุกการขับขี่ของคุณเคลื่อนไหวได้อย่างปลอดภัย สำหรับยางรถยนต์ขอบ16 นิ้ว รุ่นที่น่าสนใจของ Bridgestone คือ
- DUELER ALL TERRAIN 697
- POTENZA ADRENALIN RE003
- ECOPIA H/L 001
- DUELER H/T 689

3.ขอบยาง 17 นิ้ว
ยางนุ่ม เงียบ ขอบ 17  ของ Bridgestone เน้นการใช้งานกับรถยนต์ส่วนบุคคลขนาดกลาง, รถยนต์สาย SUV และ CUV, รถกระบะในเชิงพาณิชย์ และรถขับเคลื่อนแบบสายออฟโรด ที่จะสามารถลุยน้ำ, ลุยโคลน, ลุยบนถนนเปียกและเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ สามารถยึดเกาะถนนและรีดน้ำได้ดีกว่าขอบยางในรุ่นอื่น ๆ พร้อมการเสริมเนื้อยางช่วงบริเวณแก้มยาง เพื่อทำให้แรงสั่นสะเทือนลดลง มีความนุ่มและเสียงเงียบ พร้อมป้องกันวัตถุที่มีความแข็งต่าง ๆ ไม่ให้ทำร้ายตัวยางได้ โดยรุ่น ยางนุ่ม เงียบ ขอบ 17  ที่น่าสนใจ คือ
- TURANZA T005A
- POTENZA S007A
- ECOPIA H/L001
- DUELER H/T 68
- IRESTONE F-01 FUEL FIGHTER

4.ขอบยาง 18 นิ้ว
ขอบยางแบบ 18 นิ้ว ของ Bridgestone ทำขึ้นมาเพื่อให้มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ให้คุณสมบัติการใช้งานที่ครบครันทุกด้าน ยึดเกาะทุกพื้นผิวถนนและใช้ได้ในทุกสถานการณ์อย่างยอดเยี่ยม เนื้อยางมีความแข็งแรง ทนทานต่อทุกวัตถุที่มีความแข็ง ใช้งานได้ยาวนานและไม่เสียหายง่าย มาพร้อมรุ่นที่น่าสนใจ คือ
- POTENZA POTENZA S001 RFT
- ECPOIA H/L001
- ALENZA 001
- FIRESTONE FIREHAWK SPORT 01

       สำหรับผู้ที่สนใจจะเลือกใช้งาน ยางนุ่ม เงียบ แต่ยังไม่รู้ว่าขนาดของขอบยางแต่ละแบบจะให้คุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปหรือไม่ คุณสามารถศึกษาได้จากรายละเอียดเหล่านี้ พร้อมการเลือกใช้ ยางรถยนต์คุณภาพจาก Bridgestone  ที่จะทำให้ทุกการเดินทางของคุณเป็นไปอย่างมั่นใจ



6
รอบรู้เรื่อง ยางรถยนต์ Bridgestone ยางคุณภาพที่คนรักรถต้องเลือก
   หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ยางรถยนต์ ที่นำมาใช้กับรถยนต์แต่ละคัน ส่งผลต่อสมรรถนะและประสิทธิภาพของตัวรถและเครื่องยนต์มากขนาดไหน ยางดีมีประสิทธิภาพจะช่วยประหยัดพลังงานและทุ่นแรงเครื่องยนต์ ถือเป็นการยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น แต่ยางเก่าไร้คุณภาพหรือ ยางรถ ที่ใช้กับรถผิดประเภทย่อมส่งผลต่อเครื่องยนต์ในระยะยาวอย่างแน่นอน
   Bridgestone ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีวงการล้อยาง ตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องการเลือกใช้ยางเป็นอย่างมาก จึงคิดค้นและพัฒนายางรถให้มีความหลากหลาย และมีความเหมาะสมกับรถทุกประเภท ซึ่งปัจจุบัน Bridgestone ผลิตยางรถคุณภาพ เพื่อตอบสนองต่อการใช้งาน เช่น
   1. ยางนุ่มเงียบ
   Bridgestone TURANZA T005A ถือเป็น ยางรถเก๋ง รุ่นในตำนานของ Bridgestone เลยก็ว่าได้ ด้วยนวัตกรรมระดับพรีเมี่ยมเทคโนโลยี Nano Pro-Tech ที่จะมอบประสบการณ์ความนุ่มสบายระหว่างการขับขี่ให้เต็มไปด้วยความสุขแบบไม่มีสะดุด เพราะยางรุ่นนี้ถูกผ่านกระบวนการปรับตำแหน่งร่องดอกยางให้สามารถรีดน้ำและยึดเกาะถนนได้เป็นอย่างดี แถมยังมีการปรับดีไซน์ดอกยางให้มีความละเอียดมากขึ้น รวมถึงการปรับขนาดบล็อกดอกยาง เพื่อลดการบิดตัวของร่องยางและยังช่วยกระจายแรงกดบริเวณหน้ายางให้สม่ำเสมอ จึงทำให้ยางมีความนุ่มเงียบและไร้เสียงรบกวน
   2. ยางสปอร์ต
   เมื่อนึกถึงคำว่าสปอร์ต เรื่องความเท่ห์ ความเก๋ ความเด่น และความเป็นเอกลักษณ์ย่อมตามมา และ Bridgestone ก็สามารถตอบโจทย์นิยามคำว่าความสปอร์ตได้อย่างครบถ้วน ด้วย ยางรถ ที่ผลิตจากเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง ลวดลายดอกยาง หรือเนื้อยางสุดพิเศษที่จะนำพาผู้ใช้ไปจนถึงขีดสุด ที่มีทั้งร่องดอกยางแบบพิเศษที่ช่วยกระจายแรงกดสม่ำเสมอ ทำให้สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ หรือจะเป็นบล็อกดอกยางด้านในขนาดใหญ่ที่ช่วยยึดเกาะถนนและควบคุมตัวรถ แปลกใหม่ตรงร่องยางรูปตัว A สามารถเพิ่มความแข็งแรงของดอกยางและลดการบิดตัวในขณะขับเคลื่อน ถือว่าเป็นเอกลักษณ์พิเศษที่เฉพาะตัวของ Bridgestone รายเดียวเท่านั้น
   3. ยางประหยัดน้ำมัน
   เทรนด์ประหยัดพลังงานรักษ์โลกกำลังมา Bridgestone ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดยผลิตคิดค้นยางประหยัดน้ำมันแต่ยังคงสไตล์ความนุ่มนวลและการยึดเกาะถนนแบบดีเยี่ยมไว้เหมือนเดิม ECOPIA EP850 ถือเป็นยางประหยัดน้ำมันจาก Bridgestone ที่เห็นได้ชัดจากนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้อีกด้วย
   นอกจากยางทั้ง 3 ประเภทนี้แล้ว Bridgestone ยังมียางสำหรับออฟโรดและยางรันแฟลต ที่เหมาะสำหรับสายขาลุย เรียกว่าตอบโจทย์ด้าน ยางรถยนต์ อย่างครบถ้วน ทั้งในรูปแบบของ ยางรถเก๋ง หรือ ยางรถกระบะ แม้กระทั่งรถออฟโรด Bridgestone ก็มี ยางรถยนต์ รุ่นต่าง ๆ ให้เลือกอย่างเหมาะสม



7
รวมความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการใช้รถ พร้อมแนะนำ ยางรถยนต์ bridgestone ยางที่ผู้ผลิตรถยนต์ไว้วางใจ

   ปัจจุบันรถยนต์มีการพัฒนาเทคโนโลยีและคุณสมบัติมากมาย เช่น ระบบควบคุมความเร็ว, ระบบควบคุมการทรงตัวในพื้นที่ลาดชันและระบบอัจฉริยะต่าง ๆ แต่ไม่ว่ารถยนต์จะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพียงใด ก็ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับยาง Bridgestone ดีไหม ที่คนใช้รถมักได้ยินอยู่เสมอ ๆ หากทุกคนทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้รถที่ถูกต้องก็จะช่วยให้สามารถใช้งานรถยนต์ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
รวมความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับรถยนต์
1. ยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นเวลาจอดรถตากแดด
   การยกที่ปัดน้ำฝนเวลาที่ต้องจอดรถตากแดดเป็นระยะเวลานาน ไม่ช่วยยืดอายุการใช้งานของยางปัดน้ำฝนได้ เพราะความจริงแล้ว ยางปัดน้ำฝนจะมีอายุในการใช้งานและเสื่อมสภาพเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว โดยผู้ใช้รถควรจะเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนทุก ๆ 1 ปีเพื่อให้ยางสามารถรีดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่การยกก้านปัดน้ำฝนค้างไว้เป็นระยะเวลานานมักส่งผลเสียกับสปริงของก้านปัดน้ำฝนมากกว่า เผลอ ๆ ราคาเปลี่ยนก้านปัดน้ำฝนจะแพงกว่าการเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนเสียอีก

2. ขับทางไกลยิ่งขับช้ายิ่งประหยัด
   หลายคนยังเข้าใจผิดอยู่เกี่ยวกับการขับรถทางไกล ยิ่งขับช้ายิ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ในความเป็นจริงการขับรถทางไกลด้วยความเร็วที่ช้าเกินไปอาจทำให้กินน้ำมันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเครื่องยนต์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะรอบเครื่องและความเร็วของเกียร์ที่ใช้ในการขับเคลื่อน หากไม่มีความสัมพันธ์กันก็จะทำให้มีการปรับเปลี่ยนเกียร์และคันเร่งอยู่บ่อยครั้งทำให้เพิ่มอัตราการกินน้ำมันมากยิ่งขึ้น โดยปกติแล้วการขับรถทางไกลควรใช้ความเร็วที่เหมาะสมประมาณ 90 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากกว่า

3. เคลือบแก้วแล้ว สามารถป้องกันเศษหินหรือการกระแทกได้
   เชื่อว่าหลายคนต้องเคยนำรถเข้าศูนย์บริการขัดเคลือบสี โดยเฉพาะการเคลือบแก้วเพราะนอกจากจะช่วยให้รถมีความเงางามเหมือนใหม่นั้นอาจคิดว่าเป็นการป้องกันเศษหินจากพื้นถนนในการกระแทกได้แต่ความเป็นจริงการเคลือบแก้วมิได้ช่วยป้องกันเศษหินมากระเด็นถูกผิวรถได้เลย เพราะถ้าหากได้รับการกระแทกที่รุนแรงก็มีสิทธิ์ทำให้ผิผิวรถเป็นรอยได้เหมือนกัน แถมรอยแตกจากที่เคลือบยังดูแย่กว่าสีรถปกติอีกด้วย

4. เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน เมื่อข้ามแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟ
   การเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินเพื่อข้ามแยกถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง หากใครกระทำอยู่ควรหยุดพฤติกรรมนั้นเสียเนื่องจากจะทำให้เพื่อนร่วมทางเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไฟที่กระพริบอยู่ เช่น หากคุณเปิดไฟสัญญาณฉุกเฉินและต้องการข้ามแยกตรงไป รถที่มาฝั่งซ้ายจะมองเห็นว่าคุณกำลังจะเลี้ยวซ้าย จึงไม่ทำการชะลอรถจนทำให้รถทางซ้ายชนเข้ากับรถของคุณได้

5. เติมลมยางแข็งทำให้ยางระเบิดได้
   ปัญหาการเติม ยาง bridgestone แข็งเพราะกลัวยางระเบิดนั้นถือเป็นความเชื่อที่หลงผิดกันมาเป็นระยะเวลานาน แต่ในความเป็นจริงแล้วการเติมยางให้แข็งนั้นจะช่วยให้รถทำความเร็วได้ดีและประหยัดน้ำมันมากกว่ายางที่อ่อนลมจนเกินไป ในขณะที่ยางจะระเบิดได้นั้นมักเกิดจากการเติมลมยางที่อ่อนจึงทำให้แก้มยางเกิดการยุบตัวขณะขับขี่จนเกิดความร้อนสูงและระเบิดได้ ดังนั้นในการเติมลมยางทุกครั้งควรเติมให้พอดีกับที่คู่มือรถกำหนดมาหรือควรเพิ่มประมาณ 2-3 ปอนด์ทุกครั้งที่ต้องเดินทางไกล

6. เปลี่ยนยางทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี
   โดยปกติแล้วยางทุกเส้นได้รับการออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานมากกว่า 3 ปี โดยเฉพาะ ยางรถยนต์ bridgestone ที่มีการรับประกันการใช้งานนานถึง 5 ปี จึงมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยและช่วยคุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้ ซึ่งการเปลี่ยนยางทุก 6 เดือนหรือ 1 ปีนั้น ถือเป็นความเชื่อที่ผิดและยังสิ้นเปลืองเงินด้วย
   
   สำหรับใครที่กำลังมองหา ยางรถเก๋งยี่ห้อไหนดี ยางนุ่มเงียบ ยางรถกระบะยี่ห้อไหนดีBridgestone รุ่นที่เหมาะกับการใช้งาน สามารถตรวจสอบรุ่นและขนาด ยางรถยนต์ bridgestone ที่ต้องการได้ที่เว็บไซต์ Bridgestone หรือที่ศูนย์บริการใกล้บ้าน


8
มาทำความรู้จัก ยางนุ่ม เงียบ ของ Bridgestone ยางยอดนิยมของคนรักรถ

   ปัจจุบันยางรถยนต์ ได้มีการพัฒนาเพื่อตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้รถอย่างหลากหลายกันมากขึ้น และที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ก็คือเรื่องของคุณสมบัติยางนุ่ม เงียบ บางคนก็ยังสงสัยว่ายางรถยนต์นุ่มเงียบคืออะไร วันนี้เราจะมาช่วยไขข้อสงสัยให้กระจ่าง เพื่อให้ผู้ใช้รถทุกคนได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณา ก่อนจะเลือกเปลี่ยนยางรถยนต์ในครั้งต่อไปได้

ยางนุ่มเงียบ คืออะไร
   ยางนุ่มเงียบ คือคำจำกัดความของยางรถยนต์ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของการให้ความนุ่มนวลในระหว่างการขับขี่ ทำให้ผู้โดยสารภายในรถรู้สึกสบายเวลาที่โดยสาร ยางนุ่มเงียบนี้จะให้ความรู้สึกเปรียบเทียบได้ชัดเจนเมื่อขับรถบนถนนที่ขรุขระหรือพื้นถนนที่ไม่เรียบเสมอกัน ตัวยางรถยนต์จะช่วยดูดซับแรงกระแทกจากพื้นถนน ช่วยลดการโยนตัวระหว่างการขับขี่ ยกตัวอย่างยางประเภทนี้จัดอยู่ในกลุ่มของ Bridgestone รุ่น TURANZA ที่ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เงียบและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน
        อย่างที่หลายคนทราบว่ายางรถยนต์มีหลายขนาด มีตั้งแต่ขนาดเล็กสุดเริ่มต้นที่ขอบ 13 และใหญ่สุดที่ขอบ 20 แต่ขนาดที่ได้รับความนิยมมากจะเริ่มต้นที่ ยางขอบ15นุ่มเงียบไปจนถึง ยางนุ่ม เงียบ ขอบ 17 หากขนาดใหญ่กว่านี้ จะเริ่มหาร้านที่จำหน่ายได้ยากแล้ว สำหรับใครที่สนใจยางรถยนต์ที่มีขนาดขอบใหญ่ สามารถสอบถามจากตัวแทนจำหน่ายของ Bridgestone ได้

รถยนต์แบบไหนควรใช้ยางที่ให้ความนุ่มเงียบและยางยี่ห้อไหนนุ่มเงียบ
   หากยึดจากคุณสมบัติแล้ว รถยนต์ที่เหมาะกับยางประเภทดังกล่าวก็คงจะเป็นรถยนต์ที่มีผู้โดยสารกลุ่มผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ เพราะยางรถยนต์ประเภทนี้จะช่วยรับแรงกระแทกได้ดี ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายเวลานั่ง และกลุ่มของเด็กเล็กเพราะยางประเภทนี้จะช่วยลดเสียงของล้อเวลาวิ่งให้มีเสียงที่เบาและเงียบกว่าปกติ ไม่รบกวนเวลาที่เด็กหลับขณะที่โดยสาร และรถยนต์ที่ต้องวิ่งบนพื้นถนนที่ไม่เรียบเสมอกันหรือมีความขรุขระ นอกจากนี้ ยางนุ่ม เงียบ ยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการยึดเกาะถนนได้ดี เพระหน้าสัมผัสของยางเพิ่มขึ้น ทำให้ควบคุมรถได้ดีขึ้น เข้าโค้งได้ดีกว่าเดิม และช่วยให้การเบรกดีขึ้นเพราะมีระยะเบรกที่สั้นกว่าเดิม

เหมาะกับรถยนต์ประเภทไหน
   ยางแบบนุ่มเงียบนั้นเหมาะกับรถยนต์นั่งประเภทส่วนบุคคลทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ อย่าง Honda City, Honda Accord, Toyota Camry, Toyota Corolla Altis, Audi A4 , Audi A3, BMW 3-Series และ Benz A-Class เป็นต้น และรถยนต์นั่งหรูหราทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่อีกด้วย เช่น รถ BMW 5-Series, Jaguar XJ, Lexus ES และ Benz E-Class เป็นต้น

   ยางที่ให้ความนุ่มเงียบมีหลายรุ่น การจะเลือกเปลี่ยนขนาดของยางเพื่อให้ได้คุณลักษณะของการขับขี่ตามความต้องการนั้น อาจจะส่งผลต่อการขับขี่ได้ เพราะหากรถยนต์ที่มาจากโรงงานการผลิตไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้ยางที่มีขนาดใหญ่ หรือเลือกขนาดยางที่ผิดสเปกของโรงงาน อาจจะส่งผลโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ ดังนั้นหากผู้ใช้รถไม่มีความรู้เรื่อง ยางรถยนต์ มาก่อน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Bridgestone ได้ เพราะนอกจากจะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์ที่ก่อตั้งมานานแล้ว ยังเป็นผู้พัฒนายางรถยนต์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานและราคายางรถยนต์ นอกจากจะได้ยางรถยนต์ที่ตรงกับรุ่นรถยนต์และสไตล์การขับขี่แล้ว ยังทำให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยด้วย

ที่มาข้อมูล
https://www.bridgestone.co.th/th/rim/15-inch
https://www.bridgestone.co.th/th/rim/17-inch
https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/touring-tires
https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type


9
ยางรถขอบ 15 กับขนาดที่วัดด้วยตนเองง่าย ๆ ใครก็ทำได้

           ในบรรดารถเก๋งขนาดเล็กหรือ City Car อย่าง HONDA JAZZ, City TOYOTA VIOS, MAZDA 2 โดยเฉพาะรุ่นย่อยที่เป็นรุ่น Standard ส่วนใหญ่จะใช้ ยางรถขอบ 15 ในขณะรุ่น TOP ของแต่ละรุ่นจะใช้ ยางรถยนต์ขอบ 16 ซึ่งหลายคนอาจจะมองไม่ออก เพราะขนาดของรถไม่ได้แตกต่างกันกันมาก ดังนั้นใครที่เป็นเจ้าของรถในรุ่นดังกล่าวอย่าลืมสำรวจขนาดของยางรถยนต์ที่ติดรถมา มิเช่นนั้นเมื่อถึงเวลาที่เปลี่ยนยางเส้นใหม่อาจทำให้สับสนได้ โดยในวันนี้จะมาแนะนำวิธีการวัดขนาดของยางด้วยตนเองง่าย ๆ พร้อมแนะนำยางบริดจสโตนในรุ่นที่สามารถนำไปใช้งานทดแทนล้อเดิมได้ในทันที

การวัดขอบ ยางรถยนต์ ด้วยตนเอง

สำหรับการวัดขอบยางโดยส่วนใหญ่จะอาศัยชุดตัวเลขที่ปรากฏบนแก้มยางที่โรงงานผลิตกำหนดมา สามารถยกตัวอย่างได้ดังต่อไปนี้

ตัวอย่าง 185/60R15
185 คือ ขนาดของหน้ายาง วัดจากแก้มยังฝั่งซ้ายไปฝั่งขวา มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร
60 คือ % ความสูงของแก้มยาง โดยใช้วิธีการคำนวณ โดยนำเอาตัวเลขของหน้ายางมาคูณก็จะได้ผลลัพธ์เป็นความสูงของแก้มยาง 185 X 60% = 111 มิลลิเมตร โดยวัดจากขอบยางด้านในไปถึงขอบยางด้านนอก
R คือ ประเภทเรเดียล ซึ่งเป็นประเภทของยางที่ไม่มียางใน
15 คือ ยางรถขอบ 15 สามารถนำไปใช้กับวงล้อที่มีขนาด 15 นิ้ว โดยวัดจากเส้นผ่าศูนย์กลางของวงล้อด้านใน มีหน่วยเป็นนิ้ว
ตัวเลขดังกล่าวเป็นของยางรถ HONDA CITY รุ่น Standard ในขณะที่รุ่น TOP จะใช้ยาง 185/55R16 หรือใช้ ยางรถยนต์ขอบ 16 เพราะใช้วงล้อขอบ 16 นิ้วนั่นเอง ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้กับยางรถขอบ17 และ ยางรถยนต์ขอบ 18 ทางบริดจสโตนเองก็มียางรุ่นดังกล่าวให้ได้เลือกใช้งานดังนี้

- ECOPIA EP300 ยางที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Nano Pro-Tech TM เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวขึ้น ช่วยให้เจ้าของรถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางแต่ละครั้ง คล่องตัว ขับขี่สบาย แถมยังช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย
- ECOPIA EP150 ยางมาตรฐานใหม่ที่ได้รับการออกแบบที่ทันสมัย ช่วยลดความต้านทานในการหมุน ส่งผลให้เสียพลังงานในการขับเคลื่อนน้อยลง แต่คงความปลอดภัยให้ดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยระยะการเบรกที่สั้นลง มั่นใจทุกการขับขี่ ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ
- FIRESTONE F-01 FUEL FIGHTER ยางที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่ลงตัว ทั้งความนุ่มนวล ปราดเปรียว มั่นใจทุกการขับขี่และประหยัดน้ำมันได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยลวดลายของยางที่ทันสมัย รีดน้ำได้ดี เกาะถนนได้เยี่ยม

ยางบริดจสโตนทั้ง 3 รุ่น มีให้เลือกใช้งานทั้งขอบ 15 และ 16 นิ้ว เจ้าของรถสามารถเลือกใช้งานได้ตามขนาดของวงล้อเดิม ... เพื่อการขับขี่ที่ดีกว่า เลือก บริดจสโตน

ที่มาข้อมูล
https://www.ridebuster.com/big-wheel-pros-cons/



10
ยางรถขอบ 15 มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด เลือกยางแบบไหนให้เหมาะกับรถคุณ
 
       เคยสงสัยกันบ้างหรือไหมว่าตัวเลขบนยางรถยนต์มีความหมายอะไรบ้าง โดยเฉพาะเวลาที่เปลี่ยนยางเส้นใหม่หรือเปลี่ยนวงล้อลายใหม่แต่ขนาดเดิม จะต้องเลือกยางแบบไหน ซึ่งในวันนี้จะมาแนะนำตัวเลขบน ยางรถขอบ 15 ที่ส่วนใหญ่ใช้กันในรถเก๋งขนาดเล็กและรถกระบะที่เน้นความคล่องตัวว่ามีความหมายอย่างไร

ความหมายของตัวเลขและตัวอักษรบนขอบยาง

        ความหมายของตัวเลขและตัวอักษรบนขอบยางที่จะนำเสนอต่อไปนี้ สามารถนำไปใช้อ้างอิงใน ยางรถยนต์ ขอบอื่น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นยางนุ่มเงียบขอบ15,  ยางรถยนต์ขอบ 16, ยางรถขอบ 17, ยางรถยนต์ขอบ 18 จนถึงยางขอบ 22 ซึ่งเจ้าของรถทุกคนควรรู้และเลือกยางให้เหมาะสมกับรถและการขับขี่ของแต่ละคน

185/60R15 84H ECOPIA EP150

- ตัวเลขชุดที่หนึ่ง 185 หมายถึงขนาดหน้ากว้างของยางที่สัมผัสพื้นถนนมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ส่วนใหญ่จะใช้กับรถเก๋งขนาดเล็ก มีความคล่องตัวสูง ประหยัดน้ำมัน
- ตัวเลขชุดที่สอง 60 หมายถึง ความสูงของแก้มยางมีหน่วยเป็น % โดยเป็นการวัดค่าจากหน้ากว้างของยาง คูณด้วย% ก็จะได้ความสูงของแก้มยาง จากตัวอย่าง 185x60% = 111 มิลลิเมตร นั่นเท่ากับว่าแก้มยางสูง 111 มิลลิเมตรหรือ 11.1 เซนติเมตร
- ตัวอักษร R หมายถึง ประเภทของยาง นั่นก็คือยางเรเดียล
- ตัวเลขชุดที่สาม 15 หมายถึงขอบวงล้อ ในที่นี้คือ ยางขอบ15 ถ้าเป็นเลข 17 หมายถึง ยางขอบ 17 เป็นต้น เมื่อเปลี่ยนขนาดของวงล้อจะต้องเปลี่ยนขนาดของยางด้วย
- ตัวเลขชุดที่สี่ 84 หมายถึง ค่าดัชนีในการรับน้ำหนักของยางต่อ 1 เส้น จากตัวอย่างคือเลข 84 หมายความว่ายางเส้นนี้สามารถรับน้ำหนักได้ 500 กิโลกรัมต่อเส้น โดยค่าดัชนีนี้เป็นค่ามาตรฐานสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของบริษัทยางชั้นนำอย่าง BRIDGESTONE หรือคลิกไปที่ https://www.bridgestonetire.com/tread-and-trend/tire-talk/tire-specs-new
- ตัวอักษร H หมายถึง ขีดจำกัดของยางรุ่นนี้ว่าสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุดเท่าไร ซึ่งตัว H จะอยู่ที่ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถเทียบในตารางของบริษัทยางชั้นนำได้
- บนแก้มยางจะมีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่งที่มือใหม่จำเป็นที่จะต้องรู้เป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือชุดตัวเลขที่บอกปีที่ผลิต โดยส่วนใหญ่จะบอกเป็นตัวเลข 4 ตัว เช่น 3220 เลขหลักสองตัวหน้าหมายถึงสัปดาห์ที่ผลิตซึ่งใน 1 ปี จะมีทั้งหมด 52 สัปดาห์ หากเป็นสัปดาห์แรกของปีจะเป็น 01และสองตัวหลังคือปีที่ผลิต ดังนั้นยางเส้นนี้ผลิตเมื่อสัปดาห์ที่ 32 ของปี 2020 หรือ ประมาณปลายเดือนสิงหาคมเกือบ ๆ ต้นเดือนกันยายนของปี 2020 แต่ไม่ใช่ว่ายางที่ผลิตเมื่อปีที่แล้วจะใช้ไม่ได้แล้ว​ ซึ่งอายุของยางนั้นมีปัจจัยในเรื่องของการเก็บรักษาด้วย สามารถปรึกษาได้จากผู้แทนจำหน่ายยางรถยนต์

       ECOPIA EP150 เป็นรุ่นของยาง Bridgestoneโดยยางขอบ 15 ที่มีขนาดเท่ากันอีกรุ่นคือ FIRESTONE F-01 FUEL FIGHTER ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน ยึดเกาะถนนได้ดีทั้งพื้นแห้งและเปียก เสียงรบกวนปานกลาง

ยาง 225/45R17 94W XL POTENZA ADRENALIN RE004

        ยางที่มีหน้ากว้าง 225 โดยส่วนใหญ่จะใช้กับรถเก๋งขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการการยึดเกาะถนนได้ดี มีความแม่นยำในการเข้าโค้งสูง ทำความเร็วสูง จากตัวอย่างที่ยกมา ยางมีขนาดหน้ากว้าง 225 มิลลิเมตร แก้มยางสูง 45% = 101.25 มิลลิเมตร มีลักษณะแก้มยางเตี้ย เข้าโค้งได้ดี รองรับน้ำหนักได้ 670 กิโลกรัมต่อเส้น สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

        จะเห็นได้ว่ายางแต่ละขนาดจะมีหน้ากว้างของยางที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขนาดของรถยนต์และวงล้อที่สามารถใช้งานได้ หากรถเก๋งเล็กเลือกใช้ยางหน้ากว้าง 225 อาจทำให้ยางล้นออกจากซุ้มล้อ เสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้ร่วมทางและยังผิดกฎหมายอีกด้วย รวมไปถึงตัวเลขชุดที่สี่ที่ระบุถึงดัชนีในการรับน้ำหนัก (Load Index) ของยางแต่ละเส้น หากเป็นรถกระบะบรรทุกหนักก็ควรเลือกตัวเลขที่สูงให้เหมาะสมกับน้ำหนักที่บรรทุกได้ โดยอย่าลืมคิดน้ำหนักของตัวรถเข้าไปด้วย ในการเลือกยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ในแต่ละครั้งควรเลือกยางให้เหมาะสมกับรถและสไตล์การขับขี่ของแต่ละคน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มาข้อมูล
https://www.bridgestone.co.th/en/tire-clinic/drivers-essential/what-is-the-tire-size-for-my-car
https://www.bridgestonetire.com/tread-and-trend/tire-talk/tire-specs-new#



11
ยางรถยนต์มีกี่ประเภท ยางนุ่มเงียบ แบบไหนดีให้ตอบโจทย์คุณ

         การดูแลรักษายางรถยนต์อยู่เสมอ นอกจากทำให้ขับขี่ได้อย่างอุ่นใจแล้วยังเพิ่มความปลอดภัยทุกเส้นทางอีกด้วยและนอกจากการดูแลรักษาและตรวจสภาพยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอแล้ว การเลือกยางรถยนต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการก็จะช่วยให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ลองมาดูกันว่ายางรถยนต์มีอยู่ด้วยกันกี่ประเภทและควรเลือก ยางนุ่มเงียบ ยี่ห้อไหนดีจึงตอบโจทย์ความต้องการ

1. ยาง Run Flat
Run Flat คือยางที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยให้ยางรถยนต์คงสภาพต่อแม้ยางรั่วซึม ยางแบนหรือเกิดอุบัติเหตุอื่น ๆ แก้มยางด้านในออกแบบมาพร้อมความแข็งแกร่ง แม้ Run Flat จะเป็นยางราคาสูงแต่ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความอุ่นใจ เหมาะทั้งกับการเลือกใช้งานบนพื้นถนนเปียกและถนนแห้ง
2. ยางออฟโรด
นักขับขี่ชื่นชอบเส้นทางลุย ๆ แนะนำให้เลือกใช้ยางออฟโรด จุดเด่นของยางประเภทนี้คือเนื้อยางค่อนข้างแข็งแรง ออกแบบมาเพื่อให้ขับขี่ได้ทุกพื้นผิว เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานแบบสมบุกสมบัน เพราะเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยมและยังค่อนข้างตอบสนองกับพวงมาลัยรถได้เป็นอย่างดี
3. ยางประหยัดน้ำมัน
อีกหนึ่งประเภทยางที่นักขับขี่ค่อนข้างให้ความสนใจเพราะช่วยประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งกับรถขนาดเล็กและรถขนาดกลาง นอกจากนี้ยังมาพร้อมการยึดเกาะถนนค่อนข้างดีและมีอายุการใช้งานยาวนาน
4. ยางนุ่มเงียบ
มอบการขับขี่ลื่นไหล นุ่มสบายและปราศจากเสียงรบกวน ทำให้เป็นประเภทยางที่ได้รับความนิยม เหมาะกับการใช้งานบนถนนในเมือง เลือกใช้ได้ทั้งกับรถยนต์ส่วนบุคคลขนาดกลางและขนาดใหญ่ และหากกำลังสงสัยว่า ยางยี่ห้อไหนนุ่มเงียบ ขอแนะนำยางรถยนต์ Bridgestone มาพร้อมเทคโนโลยี Nano Pro-Tech นอกจากนุ่มเงียบแล้วยังยึดเกาะถนนได้ดีอีกด้วย
5. ยางสปอร์ต
หลังจากที่ทราบไปแล้วว่ายางยี่ห้อไหนนุ่มเงียบก็ได้เวลาทำความรู้จักยางประเภทสุดท้าย นั่นคือ ยางสปอร์ต จุดเด่นของยางสปอร์ตคือเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะกับการใช้งานบนถนนเรียบและเหมาะกับคนรักความเร็ว แต่หากเลือกขับขี่บนเส้นทางขรุขระอาจไม่กันกระแทกเท่าไหร่นัก

          เมื่อยางรถยนต์มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท การเลือกใช้ประเภทยางอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการและผู้ขับขี่ท่านใดที่อาจไม่แน่ใจว่าควรเลือก ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี แนะนำให้เลือกใช้ ยางรถยนต์ Bridgestone ยางคุณภาพที่คนทั่วโลกไว้วางใจ โดยมีประเภทยางให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น รุ่น FIRESTONEDESTINATION A/T ยางสำหรับออฟโรด  รุ่น TURANZAT005A ยางประหยัดน้ำมัน ยางขอบ15นุ่มเงียบ ยางรถขอบ17  ยางรถขอบ18 ฯลฯ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้ขับขี่ที่แตกต่างกัน

ยางรถยนต์โตโยต้า https://www.bridgestone.co.th/th/manufacturers/toyota

ที่มาข้อมูล
https://car.kapook.com/view222342.html
https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type
https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/touring-tires#



12
เผย 5 สาเหตุที่ทำให้ Turanza จาก BRIDGESTONE ขึ้นแท่น ยางนุ่มเงียบ อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย

        เมื่อพูดถึง ยางนุ่มเงียบ ยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เรามักได้ยินชื่อของ Turanza จาก Bridgestone อยู่เสมอ เพราะอะไร ทำไม ยางรถยนต์นุ่มเงียบ รุ่นนี้จึงสามารถครองใจคนไทยจำนวนมากได้ เราจะมาเปิดเผยสาเหตุที่น่าสนใจกันในวันนี้ ว่าเปลี่ยนยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ยางรถเก๋งยี่ห้อไหนดี

1. บล็อกดอกยาง ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจาก Bridgestone
เสียงรบกวนและแรงกระแทกจากการขับขี่ มักมีสาเหตุมาจากบล็อกดอกยางที่ได้รับการออกแบบมาไม่ดีพอ Turanza จึงเลือกใช้บล็อกดอกยางที่มีลักษณะและขนาดแตกต่างกันอย่างลงตัว พร้อมปรับร่องดอกยางให้อยู่ในองศาที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและลดเสียงรบกวนขณะขับขี่
2. สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ มีความนุ่มนวล
ยางรถเก๋ง Bridgestone Turanzaมีคุณสมบัติดูดซับแรงสั่นสะเทือน เสริมสมรรถนะในการทรงตัวขณะขับขี่บนทางหลวงได้อย่างดีเยี่ยม โดยหน้าสัมผัสบริเวณหน้ายางได้รับการออกแบบให้กระจายแรงกดสม่ำเสมอ ในส่วนของแก้มยางก็ได้รับการออกแบบให้แข็งแรงแต่นุ่มนวล หยุดอาการสั่นสะเทือนขณะขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ยึดเกาะถนนได้ดี ทั้งสภาพถนนแห้ง และถนนเปียก
ผลจากการทดสอบโดยผู้ทดสอบมืออาชีพ เปรียบเทียบระหว่างยางรถเก๋งนุ่มเงียบ Turanza และยางทั่วไป ด้วยขนาดยางเท่ากัน ติดตั้งบนรถรุ่นเดียวกันปีเดียวกัน ความดันลมยางหน้าหลังในปริมาณเท่ากัน พร้อมความเร็วเท่ากัน พบว่าการเปลี่ยนช่องทางเดินรถกะทันหันบนถนนแห้งและถนนเปียก ยาง Turanza ยึดเกาะถนนได้ดี ไม่มีอาการท้ายสะบัด ทรงตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพว่ายางทั่วไปที่นำมาเปรียบเทียบกันอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่านอกจากความนุ่มเงียบแล้ว Turanza ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้ที่โดยสารมาด้วยบนรถได้เป็นอย่างดี
4. เสียงรบกวนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับยางทั่วไป
ผลจากการทดสอบที่สนามทดสอบโดยผู้ทดสอบมืออาชีพ ด้วยรถรุ่นเดียวกันปีเดียวกัน ความดันลมยางหน้าหลังในปริมาณเท่ากัน และความเร็วเท่ากัน พบว่า Turanza เกิดเสียงภายในรถเพียง 58.1 เดซิเบล เทียบกับยางทั่วไปซึ่งเกิดเสียงภายในรถดังกว่า ที่ 61.5 เดซิเบล
5. นวัตกรรม Run-Flat Technology ยังวิ่งต่อได้ แม้ไม่มีลมยาง
สำหรับรุ่นรันแฟลตที่เกิดยางรั่วขณะขับขี่ ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมรถให้วิ่งต่อไปยังสถานที่ปลอดภัยได้แม้สูญเสียความดันลมยาง ไม่จำเป็นต้องจอดในที่เปลี่ยวเพื่อเปลี่ยนยางอะไหล่ข้างทาง และป้องกันอันตรายจากการระเบิดที่ความเร็วสูง เมื่อไม่จำเป็นต้องพกยางอะไหล่ ก็สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในรถได้มากขึ้น ลดน้ำหนักที่รถต้องแบกลงได้อีกด้วย

         มาถึงตรงนี้หลายคนคงหายข้องใจแล้วว่า ทำไม ยางรถยนต์นุ่มเงียบ ระดับพรีเมียมอย่าง Turanza จึงครองใจคนไทยได้อย่างยาวนาน และจะเลือกเปลี่ยนยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดีเพราะนอกจากทางแบรนด์จะไม่หยุดพัฒนาแล้ว ยังคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย อายุการใช้งาน คุณสมบัติดีอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนยางครั้งหน้า Turanza คือ อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ทั้งความสบายในการขับขี่ มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย



13
ยางรถขอบ 15 มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด เลือกยางแบบไหนให้เหมาะกับรถคุณ

       เคยสงสัยกันบ้างหรือไหมว่าตัวเลขบนยางรถยนต์มีความหมายอะไรบ้าง โดยเฉพาะเวลาที่เปลี่ยนยางเส้นใหม่หรือเปลี่ยนวงล้อลายใหม่แต่ขนาดเดิม จะต้องเลือกยางแบบไหน ซึ่งในวันนี้จะมาแนะนำตัวเลขบน ยางรถขอบ 15 ที่ส่วนใหญ่ใช้กันในรถเก๋งขนาดเล็กและรถกระบะที่เน้นความคล่องตัวว่ามีความหมายอย่างไร

ความหมายของตัวเลขและตัวอักษรบนขอบยาง
ความหมายของตัวเลขและตัวอักษรบนขอบยางที่จะนำเสนอต่อไปนี้ สามารถนำไปใช้อ้างอิงใน ยางรถยนต์ ขอบอื่น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นยางรถยนต์นุ่มเงียบขอบ15,  ยางรถยนต์ขอบ 16, ยางรถขอบ17, ยางรถยนต์ขอบ 18 จนถึงยางขอบ 22 ซึ่งเจ้าของรถทุกคนควรรู้และเลือกยางให้เหมาะสมกับรถและการขับขี่ของแต่ละคน
185/60R15 84H ECOPIA EP150
ตัวเลขชุดที่หนึ่ง 185 หมายถึงขนาดหน้ากว้างของยางที่สัมผัสพื้นถนนมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ส่วนใหญ่จะใช้กับรถเก๋งขนาดเล็ก มีความคล่องตัวสูง ประหยัดน้ำมัน
ตัวเลขชุดที่สอง 60 หมายถึง ความสูงของแก้มยางมีหน่วยเป็น % โดยเป็นการวัดค่าจากหน้ากว้างของยาง คูณด้วย% ก็จะได้ความสูงของแก้มยาง จากตัวอย่าง 185x60% = 111 มิลลิเมตร นั่นเท่ากับว่าแก้มยางสูง 111 มิลลิเมตรหรือ 11.1 เซนติเมตร
ตัวอักษร R หมายถึง ประเภทของยาง นั่นก็คือยางเรเดียล
ตัวเลขชุดที่สาม 15 หมายถึงขอบวงล้อ ในที่นี้คือ ยางขอบ15 ถ้าเป็นเลข 17 หมายถึง ยางขอบ 17 เป็นต้น เมื่อเปลี่ยนขนาดของวงล้อจะต้องเปลี่ยนขนาดของยางด้วย
ตัวเลขชุดที่สี่ 84 หมายถึง ค่าดัชนีในการรับน้ำหนักของยางต่อ 1 เส้น จากตัวอย่างคือเลข 84 หมายความว่ายางเส้นนี้สามารถรับน้ำหนักได้ 500 กิโลกรัมต่อเส้น โดยค่าดัชนีนี้เป็นค่ามาตรฐานสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของบริษัทยางชั้นนำอย่าง BRIDGESTONE หรือคลิกไปที่ https://www.bridgestonetire.com/tread-and-trend/tire-talk/tire-specs-new
ตัวอักษร H หมายถึง ขีดจำกัดของยางรุ่นนี้ว่าสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุดเท่าไร ซึ่งตัว H จะอยู่ที่ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถเทียบในตารางของบริษัทยางชั้นนำได้

        บนแก้มยางจะมีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่งที่มือใหม่จำเป็นที่จะต้องรู้เป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือชุดตัวเลขที่บอกปีที่ผลิต โดยส่วนใหญ่จะบอกเป็นตัวเลข 4 ตัว เช่น 3220 เลขหลักสองตัวหน้าหมายถึงสัปดาห์ที่ผลิตซึ่งใน 1 ปี จะมีทั้งหมด 52 สัปดาห์ หากเป็นสัปดาห์แรกของปีจะเป็น 01และสองตัวหลังคือปีที่ผลิต ดังนั้นยางเส้นนี้ผลิตเมื่อสัปดาห์ที่ 32 ของปี 2020 หรือ ประมาณปลายเดือนสิงหาคมเกือบ ๆ ต้นเดือนกันยายนของปี 2020 แต่ไม่ใช่ว่ายางที่ผลิตเมื่อปีที่แล้วจะใช้ไม่ได้แล้ว​ ซึ่งอายุของยางนั้นมีปัจจัยในเรื่องของการเก็บรักษาด้วย สามารถปรึกษาได้จากผู้แทนจำหน่ายยางรถยนต์

ECOPIA EP150 เป็นรุ่นของยาง Bridgestoneโดยยางขอบ 15 ที่มีขนาดเท่ากันอีกรุ่นคือ FIRESTONE F-01 FUEL FIGHTER ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน ยึดเกาะถนนได้ดีทั้งพื้นแห้งและเปียก เสียงรบกวนปานกลาง
ยาง 225/45R17 94W XL POTENZA ADRENALIN RE004
ยางที่มีหน้ากว้าง 225 โดยส่วนใหญ่จะใช้กับรถเก๋งขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการการยึดเกาะถนนได้ดี มีความแม่นยำในการเข้าโค้งสูง ทำความเร็วสูง จากตัวอย่างที่ยกมา ยางมีขนาดหน้ากว้าง 225 มิลลิเมตร แก้มยางสูง 45% = 101.25 มิลลิเมตร มีลักษณะแก้มยางเตี้ย เข้าโค้งได้ดี รองรับน้ำหนักได้ 670 กิโลกรัมต่อเส้น สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

           จะเห็นได้ว่ายางแต่ละขนาดจะมีหน้ากว้างของยางที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขนาดของรถยนต์และวงล้อที่สามารถใช้งานได้ หากรถเก๋งเล็กเลือกใช้ยางหน้ากว้าง 225 อาจทำให้ยางล้นออกจากซุ้มล้อ เสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้ร่วมทางและยังผิดกฎหมายอีกด้วย รวมไปถึงตัวเลขชุดที่สี่ที่ระบุถึงดัชนีในการรับน้ำหนัก (Load Index) ของยางแต่ละเส้น หากเป็นรถกระบะบรรทุกหนักก็ควรเลือกตัวเลขที่สูงให้เหมาะสมกับน้ำหนักที่บรรทุกได้ โดยอย่าลืมคิดน้ำหนักของตัวรถเข้าไปด้วย ในการเลือกยางรถเก๋งยี่ห้อไหนดี ในแต่ละครั้งควรเลือกยางให้เหมาะสมกับรถและสไตล์การขับขี่ของแต่ละคน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน




14
แจกทริคการ ทำหลังคาโรงรถ แบบประหยัดช่วยยืดอายุการใช้งานรถให้นานขึ้น

ความฝันของคนที่มีความสามารถในการหารายได้ได้เองส่วนใหญ่นั้นต้องการมีบ้านสักหลังหรือรถสักคันเป็นของตัวเอง หรือหากมีความสามารถมากพอมักต้องการมีทั้งบ้านที่ออกแบบเองได้และรถรุ่นที่ถูกใจเอาไว้ใช้เพื่อการเดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยวเป็นครอบครัว ความต้องการทั้ง 2 อย่างล้วนอยู่ภายใต้เงื่อนไขคือความสามารถในการใช้งานได้ในระยะยาว โดยเฉพาะคนที่มีรถต้องการ ต่อเติมหลังคาโรงรถ เอาไว้เพื่อป้องกันความเสียหายของรถเมื่อจอดอยู่ในบ้านได้ด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาแจกทริคเรื่องนี้กัน

   การต่อเติมหน้าบ้าน หลังบ้าน หรือการคิดทำหลังคาบ้านโมเดิร์น โครงสร้างที่สำคัญของการต่อเติมทุกประเภทคือโครงสร้างหลังคา ซึ่งจะต้องมีความแข็งแรง ทนทาน มีความสามารถในการปกป้องบ้านหรือรถจากแดดและฝนได้เป็นอย่างดี ซึ่งวัสดุที่คนส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้คือ หลังคาเมทัลชีท เพราะเมทัลชีทเป็นแผ่นเหล็กที่มีการเคลือบกันสนิมและเคลือบสี อีกทั้งแผ่น หลังคาเมทัลชีท มีความยาวต่อเนื่องตลอดทั้งผืน สามารถบิดโค้งได้ตามแบบบ้านที่ต้องการ และที่โดดเด่นคือเมทัลชีทมีความสามารถในการสะท้อนความร้อนได้ดีและมีคุณภาพมากกว่าวัสดุมุงหลังคาประเภทอื่น เช่น กระเบื้องหรือไฟเบอร์กลาส ปัจจุบันนวัตกรรมการผลิตแผ่นเมทัลชีทมีการบุฉนวนกันความร้อนไว้ด้านในที่เรียกว่าเมทัลชีทแซนด์วิช นั่นจึงทำให้การติดตั้งหลังคาด้วยแผ่นเมทัลชีทจะได้ประโยชน์หลายด้านทั้งสีสวย กันแดด กันฝน และกันเสียงรบกวน ทั้งยังได้รับลมเย็นตามธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศช่วยไล่ความร้อน นอกจากนี้การใช้เมทัลชีทยังสามารถช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมงบประมาณในการก่อสร้างได้ เพราะ เมทัลชีทราคา ไม่แพง เฉลี่ยราคาตารางเมตรละ 120 บาท ขึ้นอยู่กับความหนาที่ต้องการใช้งาน อย่างเช่น การมุงหลังคาบ้านหลังหลักควรใช้เมทัลชีทหนาประมาณ 0.48 มม. เพื่อความแข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้นาน ส่วนการ ทำหลังคาโรงรถ หรือการต่อเติมหลังคาหน้าบ้านเป็นกันสาด สามารถใช้แผ่นเมทัลชีทหนาประมาณ 0.3 มม. ได้ ต่อไปนี้เป็นทริคที่ต้องคำนึงถึงเมื่อต้องการต่อเติมโรงจอดรถคือ

ต้องเตรียมพื้นที่โรงจอดรถให้เหมาะสมกับปริมาณรถที่ต้องการจอด โดยรถยนต์ 1 คัน ต้องมีพื้นที่จอดประมาณ 2.4 X 5 เมตร และต้องเผื่อพื้นที่สำหรับการทำโครงสร้างหลังคาโรงจอดรถประมาณ 1.6 – 1.7 เมตร สำหรับรถยนต์เล็ก และ 1.8 – 4.5 เมตร สำหรับรถ SUV หรือรถกระบะ
การต่อเติมโรงจอดรถที่ปลอดภัยมี 2 แบบ คือการยึดโครงสร้างหลังคาโรงรถไว้กับผนังบ้านกับแยกโรงรถออกจากโครงสร้างบ้าน ซึ่งวิธีหลังจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยและประหยัดงบประมาณในการต่อเติมได้มากกว่าเพราะสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายการใช้แผ่นเมทัลชีททำหลังคาได้ ต่างจากวิธีแรกซึ่งผนังของบ้านส่วนที่ต้องรองรับน้ำหนักหลังคาโรงรถจะต้องมีความแข็งแกร่งมากพอจึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับตัวบ้านเมื่อต้องต่อเติม

บ้านที่มีรถยนต์ควรต้องมีการทำโรงจอดรถสำหรับป้องกันรถไม่ให้เกิดความเสียหายจากการโดนแสงแดดและฝนเพื่อเป็นการช่วยยืดอายุรถให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น และหากต้องการประหยัดงบประมาณการทำโรงจอดรถขอแนะนำให้ใช้แผ่นเมทัลชีทบุฉนวนซึ่งมีความสามารถในการปกป้องรถได้เทียบเท่ากับปกป้องคนที่อยู่อาศัยภายในบ้านเท่า ๆ กัน

ที่มาข้อมูล
https://www.ekkhouse.com/17160379/แผ่นเหล็กเมทัลชีท-ความหนา-และการใช้งาน 
https://www.scgbuildingmaterials.com/th/ideas/design-ideas/bwh-ต่อเติมโรงจอดรถอย่างไรให้จอดง่ายและไม่ทรุด





15
มาทำความรู้จัก ยางนุ่ม เงียบ ของ Bridgestone ยางยอดนิยมของคนรักรถ

   ปัจจุบันยางรถยนต์ ได้มีการพัฒนาเพื่อตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้รถอย่างหลากหลายกันมากขึ้น และที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ก็คือเรื่องของคุณสมบัติ ยางนุ่ม เงียบ บางคนก็ยังสงสัยว่ายางรถยนต์นุ่มเงียบคืออะไร วันนี้เราจะมาช่วยไขข้อสงสัยให้กระจ่าง เพื่อให้ผู้ใช้รถทุกคนได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณา ก่อนจะเลือกเปลี่ยนยางรถยนต์ในครั้งต่อไปได้

ยางนุ่มเงียบ คืออะไร
   ยางนุ่มเงียบ คือคำจำกัดความของยางรถยนต์ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของการให้ความนุ่มนวลในระหว่างการขับขี่ ทำให้ผู้โดยสารภายในรถรู้สึกสบายเวลาที่โดยสาร ยางนุ่มเงียบนี้จะให้ความรู้สึกเปรียบเทียบได้ชัดเจนเมื่อขับรถบนถนนที่ขรุขระหรือพื้นถนนที่ไม่เรียบเสมอกัน ตัวยางรถยนต์จะช่วยดูดซับแรงกระแทกจากพื้นถนน ช่วยลดการโยนตัวระหว่างการขับขี่ ยกตัวอย่างยางประเภทนี้จัดอยู่ในกลุ่มของ Bridgestone รุ่น TURANZA ที่ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เงียบและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน
        อย่างที่หลายคนทราบว่ายางรถยนต์มีหลายขนาด มีตั้งแต่ขนาดเล็กสุดเริ่มต้นที่ขอบ 13 และใหญ่สุดที่ขอบ 20 แต่ขนาดที่ได้รับความนิยมมากจะเริ่มต้นที่ ยางขอบ15นุ่มเงียบไปจนถึง ยางนุ่ม เงียบ ขอบ 17 หากขนาดใหญ่กว่านี้ จะเริ่มหาร้านที่จำหน่ายได้ยากแล้ว สำหรับใครที่สนใจยางรถยนต์ที่มีขนาดขอบใหญ่ สามารถสอบถามจากตัวแทนจำหน่ายของ Bridgestone ได้

รถยนต์แบบไหนควรใช้ยางที่ให้ความนุ่มเงียบ
   หากยึดจากคุณสมบัติแล้ว รถยนต์ที่เหมาะกับยางประเภทดังกล่าวก็คงจะเป็นรถยนต์ที่มีผู้โดยสารกลุ่มผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ เพราะยางรถยนต์ประเภทนี้จะช่วยรับแรงกระแทกได้ดี ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายเวลานั่ง และกลุ่มของเด็กเล็กเพราะยางประเภทนี้จะช่วยลดเสียงของล้อเวลาวิ่งให้มีเสียงที่เบาและเงียบกว่าปกติ ไม่รบกวนเวลาที่เด็กหลับขณะที่โดยสาร และรถยนต์ที่ต้องวิ่งบนพื้นถนนที่ไม่เรียบเสมอกันหรือมีความขรุขระ นอกจากนี้ ยางนุ่ม เงียบ ยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการยึดเกาะถนนได้ดี เพระหน้าสัมผัสของยางเพิ่มขึ้น ทำให้ควบคุมรถได้ดีขึ้น เข้าโค้งได้ดีกว่าเดิม และช่วยให้การเบรกดีขึ้นเพราะมีระยะเบรกที่สั้นกว่าเดิม

เหมาะกับรถยนต์ประเภทไหน
   ยางแบบนุ่มเงียบนั้นเหมาะกับรถยนต์นั่งประเภทส่วนบุคคลทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ อย่าง Honda City, Honda Accord, Toyota Camry, Toyota Corolla Altis, Audi A4 , Audi A3, BMW 3-Series และ Benz A-Class เป็นต้น และรถยนต์นั่งหรูหราทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่อีกด้วย เช่น รถ BMW 5-Series, Jaguar XJ, Lexus ES และ Benz E-Class เป็นต้น

   ยางที่ให้ความนุ่มเงียบมีหลายรุ่น การจะเลือกเปลี่ยนขนาดของยางเพื่อให้ได้คุณลักษณะของการขับขี่ตามความต้องการนั้น อาจจะส่งผลต่อการขับขี่ได้ เพราะหากรถยนต์ที่มาจากโรงงานการผลิตไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้ยางที่มีขนาดใหญ่ หรือเลือกขนาดยางที่ผิดสเปกของโรงงาน อาจจะส่งผลโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ ดังนั้นหากผู้ใช้รถไม่มีความรู้เรื่อง ยางรถยนต์ มาก่อน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Bridgestone ได้ เพราะนอกจากจะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์ที่ก่อตั้งมานานแล้ว ยังเป็นผู้พัฒนายางรถยนต์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานและราคายางรถยนต์ นอกจากจะได้ยางรถยนต์ที่ตรงกับรุ่นรถยนต์และสไตล์การขับขี่แล้ว ยังทำให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยด้วย

ที่มาข้อมูล
https://www.bridgestone.co.th/th/rim/15-inch
https://www.bridgestone.co.th/th/rim/17-inch
https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/touring-tires
https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type
https://car.kapook.com/view226157.html
https://chobrod.com/tips-car-care/ขนาดยาง-รถยนต์-9681
https://www.bridgestone.co.th/th/tire-clinic/tire-talk/downsides-of-upsizing-your-wheels
https://youtu.be/ekszmonDNvQ
https://car.kapook.com/view111933.html

 


หน้า: [1] 2 3
ติดต่อผู้ดูแลเว็บ หรือ สนใจลงโฆษณา โทร ๐๘๖๒๒๒๐๐๕๕

อีเบย์ อุดรธานี รับนำเข้าสินค้าจากจีน power bank กระบอกน้ำ ของพรีเมี่ยม แฟลชไดร์ฟ plc mitsubishi ปากกา taobao เฟอร์นิเจอร์ servo motor ราคา