พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ พระพุทธรูป และรูปหล่อพระคณาจารย์ต่างๆ(อ่าน 21808 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เหรียญหล่อ วัดแก้วไพฑูรย์ ปีพ.ศ. ๒๔๗๘ พิมพ์นิยมมีหูเหรียญ

เหรียญนี้มีสองพิมพ์คือมีหูเหรียญ(นิยม) และตะไบชิดไม่มีหูเหรียญ หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง อธิษฐานจิต

เหรียญหล่อของหลวงพ่อไปล่เอง สร้างปีพ.ศ. ๒๔๗๘ เช่นกัน ราคาแพงมากๆ จนจับต้องยาก หาเหรียญหล่อ วัดแก้วไพฑูรย์ ไว้ทดแทนกันได้ เพราะหลวงพ่อไปล่ อธิษฐานจิตเหมือนกัน เห็นมีคำบอกเล่าว่า เพื่อทดแทนพระคุณพระอาจารย์ของท่าน คือ หลวงปู่บุญ วัดแก้วไพฑูรย์ หลวงพ่อไปล่ ท่านเลยอธิษฐานจิตให้ เนื่องจากทางวัดแก้วไพฑูรย์ มาขออนุญาตออกวัตถุมงคลเพื่อทำบุญวัด

หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง บางขุนเทียน กรุงเทพ ตามประวัติเล่าต่อๆ กันว่า มีคนถามท่านว่า คงกระพันชาตรีมีจริงไหมครับ ท่านไม่ตอบ แต่หยิบมีดโกนหนวดออกมา แล้วเฉือนง่ามมือง่ามเท้าให้ดู ปรากฎว่ามีดโกนไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่มีแม้แต่รอยยางบอน หลวงพ่อไปล่ท่านยังบอกอีกว่า
"ของจะเหนียว ต้องเหนียวยัน ง่ามมือ ง่ามเท้า"










เยี่ยมครับ



พระกริ่งรุ่นแรกเนื้อนวโลหะ หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร จังหวัดอุดรธานี หมายเลข๖๕

จากงานเขียนท่านอาจารย์นก เริงลม
พระกริ่งรุ่นแรกนี้ ไม่ดังเท่าที่ควรจะเป็น เพราะเป็นพระในฝันของ
ศิษย์หลวงปู่ไปแล้ว หายากมากครับ แค่ ๕๕๕ องค์
.
.......ที่สำคัญที่สุด มีรันหมายเลข และ คนดำเนินงาน ก็จดหมายเลข
พระเนื้อหลักๆ ไว้ ทำให้ทราบว่า ใครนำออกมาขายกิน ( อายเพื่อนครับ
เพราะหลักฐานมันฟ้อง และ หลวงปู่ท่านก็เป็นพระวาจาสิทธิ์ ไม่มีใคร
อยากให้ท่านดุ แค่ท่านพูดว่า บักขี้ข้า... เอาพระกูไปขายแค่นี้ ก็
หนาวไปถึงต้นขั้วของหัวใจแล้วครับ ) เพราะตอนไปขออนุญาตท่านสร้าง
ก็รับปากกับท่านว่า จะสร้างมาแจกกันเปล่าๆ ไม่เอาไปขายกินเป็นอันขาด
.
.......พระกริ่งรุ่นนี้ ท่านเมตตาปลุกเสกให้ตลอดพรรษา และ แจกในวันทอดกฐินตอนแรกๆ ก็ให้เข้าแถว เข้ารับพระให้เป็นระเบียบ แต่พอทราบว่า พระมีแค่ ๕๕๕( และอยู่กับคณะผู้สร้างนี้ไปแล้วกี่องค์ เหลือถวายหลวงปู่กี่องค์ )องค์เท่านั้น แถวตรงๆ ก็แตกหือเข้าสกรัม หลวงปู่ ไม่ว่า หญิง ชาย จนหลวงปู่ต้องโยนพระทั้งหมด รวมทั้งถาดให้ เอ๊า เอาซะ อยากได้หลาย
.
......ความยากได้ เพราะท่านไม่เคยสร้างพระมาก่อน จนลืมตัวว่า ตัวเองเป็นสตรีเพศไม่สมควรเข้าใกล้หลวงปู่ นี่ขนาดจะเข้าไปแย่งเอากับมือท่านเลย นี่แหละครับกิเลส ความอยาก จนลืมตัว ว่าสิ่งที่ทำ ควรหรือ ไม่ควร
.
.......ไม่นาน ก็เกิดเสียงปืนดัง หลังศาลาไม้หลังเก่าหลายนัด ห่างกัน ทราบว่า สารวัตรทหารอากาศที่ไปร่วมงาน เอาพระกริ่งรุ่นแรกนี้ ไปทดลองยิงหลังศาลา พอเล็งไปที่พระ เหนี่ยวไก เป็น แชะ แชะ หันปากกระบอกขึ้นฟ้า โป้งทุกนัดสารวัตรฯ ชื่อเล่นว่า แขก ตัวดำ สูงใหญ่ ตาโต เดินออกมาเช่าหมด ในราคา องค์ละ ๕๐๐ บาท ขาดตัวไม่มีเกี่ยงงอน คงได้ไปหลายองค์อยู่
.....................

"ประวัติพระกริ่ง สุขกาโร ๒๕๓๔ " จากงานเขียนของคุณอนัตตา
.
๒ กรกฎาคม ๒๕๓๔เข้ากรุงเทพฯ ไปส่งพระคุณเจ้าหลวงปู่กูด วัดหนองหัวหมู กับเฮียตรีภพ และเลยไปโรงหล่อว่าจ้างจัดสร้างพระกริ่ง ตกลงจ้างเลย และให้ทำเลย หล่อเลย ๒ เนื้อ คือ เงิน และทองแดง ราคาทุน ทองแดง ๔๐.- เงิน ๑๙๐.-
.
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๔ เข้ากรุงเทพฯ รับพระกริ่ง และถือโอกาสกราบขออนุญาตหลวงปู่อ่อนสาที่ท่านอยู่กรุงเทพฯ ที่บ้านคุณราตรี แจ่มกระจ่าง ท่านเมตตาอนุญาต และนำแผ่นทองคำแท้ ๓ แผ่น ถวายองค์ท่านเมตตาจาร เพื่อลงในองค์ทองคำ และนำไปโรงหล่อวันนั้นเลย หล่อนวะ ๙๙ องค์ ทองคำ ๙ องค์ ให้เรียบร้อย กว่าจะจบงานถึง ๔ ทุ่ม กลับอุดรฯ
.
จำนวนการสร้าง
ทองแดง ๕๕๕ องค์
นวะ ๙๙ " บรรจุเส้นเกศาทุกองค์
เงิน ๖๙ "
ทองคำ ๙ " บรรจุเส้นเกศา ๙ คณาจารย์ พระธาตุ ๙ คณาจารย์
พิมพ์เสีย ๓๕ " นำกลับมาด้วยและแจกให้เพื่อนๆ คนละ ๒ องค์
พระช่อ ๔๕ " ๙ ช่อ
.
น้อมถวายองค์ท่านเมื่อ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๓๔ โดยเฮียตรีภพ และพยานมากมาย นำออกมาเมื่อออกพรรษา ๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๔ เพื่อตอกโค๊ดด้วย ขอท่าน ขอขมาท่านด้วย และถวายท่านอีกครั้งเมื่อ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๔
จากนั้นนำออกแจก เมื่อ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ "แจกฟรีๆๆๆๆๆ" งานกฐินฯปีนั้น..
**เนื้อทองคำ เป็นการสร้างด้วยจิตใจผู้สร้าง นอกจากชนวนทองคำหลวงปู่แล้ว ภายในบรรจุด้วยสิ่งมงคล๒ อย่าง คือ
.
๑/ เส้นเกศา ๙ คณาจารย์ มี หลวงตามหาบัว หลวงปู่ศรีจันทร์ หลวงปู่คำพัน หลวงปู่อ่อนสา หลวงปู่กูด หลวงปู่คำตัน หลวงพ่อพุธ หลวงปู่ขาว อนาลโย และสุดท้าย พระอาจารย์ทูล
๒/พระธาตุ ๙ คณาจรย์ มี ๔ องค์ไม่ทราบ อีก ๕ รูป มี หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่ขาว หลวงปู่เจิ่น พระอาจารย์จวน พระอจ.สิงห์ทอง
.
**เนื้อเงิน ผู้สร้างไม่เน้นความสำคัญจะมีค่า ก็เพียงคำว่าเนื้อเงินเท่านั้น ๖๙องค์ ให้โรงหล่อหล่อไว้รอเลย แต่ในที่สุดท่านผู้พิพากษาหัวหน้าศาลสมัยนั้น ท่านอยากให้เนื้อเงินมีคุณค่าเด่นในเนื้อหา จึงปรารถว่าอยากขอนำไปบรรจุพระธาตุ และเส้นเกศา โดยจะขอรับภาระเอง ทางผู้สร้างเห็นว่าเจตนาท่านดี จึงยินดีในส่วนนี้ด้วย
.
**เนื้อทองแดง จำนวน ๕๕๕ องค์ หมายเลข๑-๒๐๐ ผู้สร้างขอไว้แจกในกลุ่ม หมายเลข ๒๐๑ - ๕๕๕ ถวายองค์ท่านแจกดังที่กล่าวไว้แล้ว...
.
****มีนำเข้าพิธีสวดมงคลคาถา เมื่อ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๓๔ ที่ว้ดป่าหนองหัวหมู อุดรฯ และถวายองค์หลวงปู่กูด เมตตาอธิฐานจิต ด้วย ๑ คืน ทุกเนื้อ...

.
**ใน ๔ เนื้อ ของพระกริ่งสุขกาโร สุดยอดเลยคือเนื้อ นวโลหะ เพราะผสมชนวนที่ผม เก็บมาจากที่ไปกราบ ครูบาอาจารย์ นับ แต่ปี ๒๕๒๑ เป็นต้นมา จนปีที่สร้างพระกริ่งก็เลย ถือโอกาสสละออก รวม ๕๙ แผ่น ๓๙ คณาจารย์
เนื้อหาดี ภายในบรรจุเกศา หลวงปู่ด้วย ทุกองค์**











« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 07, 2020, 10:18:38 AM โดย porpek »



ล้อแม็กใหญ่ เนื้อนวโลหะ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพ










พระกริ่งพระธาตุเมืองพลเนื้อเงิน วัดจันทรัตนาราม รุ่นสร้างพระธาตุเมืองพล จังหวัดขอนแก่น

ถือเป็นพระกริ่งรุ่นแรกของหลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต
และหลวงพ่อผางเมตตาจารใต้ฐานพระกริ่งเนื้อเงินทุกองค์
หายากมากๆ ผ่านมาเป็นสิบปีเห็นเนื้อเงินอยู่ ๒ องค์
องค์แรกอยู่กับผม องค์ที่สองเห็นโพสโชว์อยู่เฟส หลวงพ่อผาง


สร้างปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ออกที่วัดพระธาตุเมืองพล
หลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต วัดอุดมคงคาคิรีเขต จังหวัดขอนแก่น
อุปถัมถ์ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือหาทุนในการก่อสร้าง
เสนาสนะของวัดพระธาตุเมืองพลนี้

พิธีร่วมบุญสมโภช ๙ วัน ๙ คืน พระคณาจารย์พุทธาภิเษก
๑.หลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต วัดอุดมคงคาคิรีเขต จังหวัดขอนแก่น
๒.หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู
๓.หลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์
๔.หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จังหวัดสกลนคร
๕.หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์ จังหวัดเลย
๖.หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาปิ้ง จังหวัดเลย
๗.หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง จังหวัดร้อยเอ็ด
๘.หลวงปู่แจ้ง ฉินฺมนฺโท วัดโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
๙.หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา










« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 14, 2020, 02:28:32 PM โดย porpek »



พระกริ่งลอยน้ำเนื้อนวโลหะ หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร วัดป่าประชาชุมพลพัฒนาราม อุดรธานี
(องค์นี้ลอยน้ำจริงๆ ทำบุญกับท่านอาจารย์นก เริงลม)


โพสต์โดยท่านอาจารย์ นก เริงลม

พระกริ่งรุ่นลูกเขยผู้ว่าฯ หรือ กริ่งลอยน้ำ

…หลังจากพระกริ่งรุ่นสอง หรือ กริ่งสมปรารถนา ได้หมดไปอย่างรวดเร็ว

และเป็นที่เสาะแสวงของศิษย์ที่ส่วนมาก รับราชการ เพราะประสบความสำเร็จ

เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานแล้ว ก็มีนายอำเภอหลายๆ ท่าน มาขอพระกริ่งรุ่นสอง

ที่ท่านหัวหน้าสิทธิชัย ศาลจังหวัดอุดรธานี สร้างถวาย ไม่ขาดสาย

หลวงปู่ท่านก็ได้แต่ยิ้ม เพราะหมดไปจากวัดตั้งนานแล้วครับ

ของแจก แจกเท่าใด ก็ไม่พอ ขอเผื่อลูกที่บ้าน ขอเผื่อลูกที่อยู่ในท้อง

เอาว่า ท่านแจกจนหายอยากได้เลยก็แล้วกัน

ผมและเพื่อน คือ คุณศุภกร หอมระรื่น จึงชวนกันสร้างพระกริ่งเป็นรุ่นที่สาม

เพื่อถวายหลวงปู่ ท่านก็เมตตาจารแผ่นทองแดงให้หลายแผ่นพอสมควร
ประกอบกับที่บ้าน ก็มีแผ่นยันต์ของสายพระป่า จำนวนไม่น้อย ได้โอกาสล้างสต๊อก
เลยยกมาให้หลวงปู่เมตตาอีกครั้ง ผสมด้วยพระชินราชอินโดจีนอีก ๘-๙ องค์เป็นชนวน

หลวงปู่บอกว่า มึงเอาให้คักใจมึงโลด ถ่าเบิ่ง กูกะซิเอาคักใจ กูคือกัน

( มึงเอาให้สมใจอยากมึงเลย คอยดู กูก้จะเอาให้สมใจอยากกู เหมือนกัน )

จึงตั้งชื่อรุ่นนี้ว่า มหาสมปรารถนา ( สมปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ )

ที่เรียกว่า รุ่นลูกเขยผู้ว่าฯ เพราะมีลูกเขยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ในยุคนั้น

ขับรถเบนซ์ แหกโค้งที่อำเภอกุดจับ รถพุ่งออกนอกเส้นทางตรงทางโค้ง

เนื่องจากไม่ชำนาญทาง และ ฝนตก กระแทกเอากับต้นยางใหญ่

สภาพรถราคาเรือนล้าน เหลือไม่ถึงแสน ส่วนคนขับคือลูกเขยผู้ว่า ฯ

แค่หัวโนเล็กน้อย ไม่มีแตกหัก หรือ ที่เรียกว่า แมลงวันไม่ได้กินเลือดเลยแม้แต่น้อย

ข่าวทราบถึงกลุ่มลูกศิษย์ ต่างมาขอบูชากันจนหมดในเวลาไม่กี่วัน

ผมก็บูชาเอาไว้เหมือนกัน

พระที่ผมสร้างถวายท่าน มีจำนวนแน่นอน เมื่อต้องการเป็นของส่วนตัว

ผมก็ต้องทำบุญเป็นเงินเท่ากับคนอื่นๆ เพื่อให้ได้ยอดเงินตามจำนวนพระที่สร้าง

ทำเป็นกองผ้าป่าไปถวายหลวงปู่ได้เงิน สองแสนห้าหมื่น และ ถวายหลวงปู่เพื่อใช้

รักษาตัว และ จัดงานวันเกิดอีกหนึ่งแสนครับ

ผมเก็บพระชุดนี้ไว้สองกล่อง ในห้องทำงานที่บ้านอำเภอหนองหาน

เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๔ เวลา ๐๘.๓๐ น เกิดน้ำท่วมฉับพลันที่อำเภอหนองหาน

รถยนต์ปาเจโร่ที่ผมใช้ และ จอดในบ้าน น้ำท่วมถึงพวงมาลัย

ตกเย็น น้ำยังไม่ยอมลด

มีเพื่อนบ้านที่มาขออาศัยหลบน้ำที่บ้าน คือ ครอบครัวร้านอาหารครัวกานดา

นายบอลลูกชายร้านตัดผม รีเล๊ค นายสุวิทย์ พนารัตน์ ต่างมองเห็นฝูงปลาลูกครอก

ลอยวนในบ้านของผมตรงใกล้ๆ บันไดขึ้นชั้นสองของบ้านผม

ผมมองดูฝูงปลาลูกครอกอยู่อย่างใจจดใจจ่อ มันไม่ใช่ปลา

มันเป็นพระกริ่งรุ่นมหาสมปรารถนา จำนวนสองร้อยองค์ที่ผมเก็บไว้ในห้องทำงาน

ลอยวนเหมือนฝูงปลา เนื่องจากเป็นเนื้อทองแดง ผสมน้ำโคลน มองดูเหมือนลูกปลาช่อน

ผมเลยเอาฝาละมี พลาสติก ช้อนขึ้นมาต่อหน้า บุคคลต่างๆ ที่ผมได้ระบุนามไว้

ยายเอื้อย คุณแม่ร้านครัวกานดา บอกว่า พระเป็นเหล็ก คือ ลอยน้ำได้หรือคุณ ?
ผมบอกว่า ใครอยากได้ ก็เก็บเอาจากน้ำเลย หลวงปู่เมตตาให้แล้ว ไม่ตายแล้ว

ต่างคน ต่างเก็บเอาคนละองค์ สององค์ ไว้บูชา

จึงเป็นที่มาของคำว่า กริ่งลอยน้ำ ครับ

ลองไปถามคนที่ผมกล่าวนามข้างต้นดูว่า ขอบูชาเขาองค์ละหมื่น เขาจะปล่อยไหมครับ?

คำตอบ คือ ยิ้ม และ เดินหนี พร้อมยกพระกริ่งรุ่นนี้ขึ้นจรดศีรษะ

เกิดมากว่า ๕๕ ฝนแล้ว ไม่เคยเห็นเหล็กลอยน้ำครับ

ส่วนเรื่องพุทธคุณ ผมขอเว้นนะครับ เพราะเดี๋ยวจะหาว่า ผมโปรโมทพระที่ผมสร้าง

แต่รับรองได้ว่า คุณจะจำจนวันตายก็แล้วกัน ชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม

และ ที่ผมเก็บไว้ ก็แจกอย่างเดียวครับ ไม่เคยคิดขายพ่อแม่ครูจารย์ซักที












พระพุทธชินราชอินโดจีน๒๔๘๕ หน้านาง สังฆาฏิสั้น โค๊ดนูน








 เหรียญหล่อหลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลังเสมา ปีพ.ศ.๒๕๑๗ เนื้อนวโลหะ

มีการตอกโค๊ดเอาไว้ ๓ แห่ง คือที่ตรงกลางด้านหลังเป็นตรา “ธรรมจักร” ข้างหลังด้านล่างตอก เลข “๑๗”
และที่ใต้ฐานตอกตราเจดีย์ จัดทำเป็นเนื้อนวโลหะ จำนวนการสร้าง ๕,๐๐๐ องค์

ชนวนมวลสารที่นำมาเทหล่อประกอบด้วย

๑. ตะกรุดเก่าน้ำหนักหลายกิโลกรัม ที่มีนักสะสมพระเครื่องได้นำไปถวายให้หลวงปู่แหวน เพื่อปลุกเสกหลายครั้ง

๒. ก้านทองชนวนพระกริ่ง และพระชัยวัฒน์อรหัง ที่สร้างในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๑๗

๓. ก้านทองชนวนพระชัยวัฒน์ท่านเจ้ามา วัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม)

๔. แผ่นทองแดง ๑๐๘ แผ่น ลงยันต์ ๑๐๘ ตามตำรับการสร้างพระกริ่งในสมัยโบราณ

๕. แผ่นเงิน ๑๔ แผ่น ลงยันต์ “นะปถมัง”

๖. แผ่นโลหะพิเศษ ๓ แผ่นทอง นาก และเงิน ที่หลวงปู่แหวนท่านได้เมตตาลงอักขระเอาไว้

ในการหล่อได้ประกอบพิธีสุมทองโลหะต่างๆ ที่วัดดอยแม่ปั๋ง
ไม่ได้ใช้กรรมวิธีหล่อสร้างแบบสมัยใหม่
โดยคืนวันสุมทองคือวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๑๗ หลวงปู่แหวนได้นั่งอธิษฐานจิตปลุกเสก
แผ่นโลหะและเนื้อผงโลหะทั้งปวงที่จะนำมาใช้ในการหล่อครั้งนี้ โดยโยงสายสิญจน์
จากกุฏิหลวงปู่แหวนไปยังศาลาการเปรียญไปวงรอบชนวนโลหะทั้งหลาย
และโยงไปยังรอบมณฑลพิธีที่กำลังสุมทองอีกบริเวณหนึ่งด้วย

สำหรับฤกษ์เททองนั้น คือเวลา ๑๑.๑๙ น. ของวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๑๗
ซึ่งตรงกับวันพุธขึ้น ๔ ค่ำเดือน ๕ ปีขาล
อันถือเป็นเทวีฤกษ์ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงจันทร์
ซึ่งจะบันดาลส่งผลดีเด่นถึง ๓ ทาง
คือมีเมตตามหานิยมอย่างสูง
ปกปักษ์รักษาและอุปถัมภ์ค้ำชูโดยเทพชั้นสูง
ส่วนใครคิดร้ายเป็นศัตรูจะถึงกาลพินาศไปเอง

ในขณะที่มีการเททองนั้น หลวงปู่ได้เมตตานั่งอธิษฐานจิต
เพื่อประจุพลังความศักดิ์สิทธิ์จากกุฏิท่านส่งไปยังบริเวณพิธี โดยผ่านสายสิญจน์ตลอดเวลา

เมื่อถึงเวลาได้ฤกษ์ พระครูสันติวรญาณ หรือหลวงปู่สิม พุทธาจาโร
วัดถ้ำผาปล่อง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
ศิษย์สำคัญของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นผู้จุดเทียนชัยและเททองแทนหลวงปู่แหวน
เพราะ หลวงปู่แหวนท่านไม่ยอมเททองหล่อรูปตัวท่านเอง จึงให้หลวงปู่สิมรับเททองแทน

ในขณะเดียวกันพระสงฆ์ ซึ่งนำโดยพระอาจารย์หนู สุจิตโต เจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง
พระอาจารย์คำบ่อ ฐิตปัญโญ รองเจ้าอาวาส ก็สวดชยันโตและสวดธรรมจักรกัปวัตนสูตร
เสร็จแล้วหลวงปู่สิมก็ได้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ตามเบ้าหุ่นมงคลวัตถุทั้งหมด
จากนั้นก็ขนกลับกรุงเทพฯ เพื่อตกแต่งที่โรงงานบ้านนายช่างใกล้วัดบ้านเสาธง

นับว่าการหล่อสร้างรูปเหมือนหลวงปู่แหวนขนาดเล็กรุ่นนี้
ได้ประกอบพิธีกรรมอย่างเต็มฉบับ สมบูรณ์แบบครบถ้วนทั้งพิธีพุทธและพิธีพราหมณ์

เมื่อช่างได้ตกแต่งองค์พระเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เจาะรูใต้ฐานบรรจุของวิเศษ ๓ สิ่งไว้คือ
๑. ผงไตรมาสของเจ้าคุณนรรัตน์ฯ ซึ่งท่านได้ปลุกเสกให้ในพรรษาปี ๒๕๑๑
๒. ผงไตรมาสของหลวงปู่แหวน ซึ่งปลุกเสกในพรรษาปี ๒๕๑๖
๓.เส้นเกศาของหลวงปู่แหวน

เมื่อบรรจุเสร็จแล้ว จึงได้นำเอาไปถวายหลวงปู่สิม พุทธจาโร
เพื่อทำการปลุกเสกพร้อมกันกับเหรียญหลวงปู่สิม รุ่นเมตตา ๑ ไตรมาส
แล้วจึงนำกลับมายังวัดดอยแม่ปั๋งเพื่อให้หลวงปู่แหวนอธิษฐานจิตอีกครั้งหนึ่ง





















พระนาคปรกเจ็ดเศียร พิมพ์เล็ก เจ้าคุณนร วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร
เนื้อทองคำ น้ำหนัก ๔.๒ กรัม(หนักสลึงกว่าๆ หนึ่งสลึงหนัก ๓.๘ กรัม)
อธิษฐานจิตวันเสาร์๕(เพศเมีย จะเด่นทางโชคลาภ เมตตา มหาเสน่ห์) แรม ๕ ค่ำ เดือน ๕
วันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๓


เจ้าคุณนร เป็นพระภิกษุองค์เดียวที่นอกสาย และหลวงตามหาบัวติดรูปท่านไว้ที่สวนแสงธรรม

ท่านอาจารย์พระมหาบัวเล่าว่าวันนั้นท่านตั้งใจจะไปสนทนากับท่านเจ้าคุณนรรัตนฯ(ท่านเพียงแต่คิดไว้ในใจ)
ขณะที่อยู่ในโบสถ์ท่านเจ้าคุณนรรัตนฯได้หันมายิ้มกับท่านด้วยพอเสร็จจากทำวัตรลูกศิษย์ลูกหา
ก็มากราบท่านกันมากมายครั้นพอเสร็จธุระแล้วเวลาก็ล่วงไป๓ทุ่มเศษท่านก็ทราบว่า
ท่านเจ้าคุณนรรัตนฯไม่รับแขกที่กุฏิและเวลาก็ดึกแล้วจึงไม่กล้าที่จะไปรบกวนท่าน

วันรุ่งขึ้นท่านอาจารย์พระมหาบัวก็กลับอุดรฯโดยไม่ได้พบกับท่านเจ้าคุณนรรัตนฯแต่ท่านเจ้าคุณนรรัตนฯ
ได้ถามพระที่ท่านอาจารย์พระมหาบัวไปพักอาศัยอยู่ด้วยว่า

“ไหนว่าท่านมหาบัวจะมาสนทนากับผม ... ผมรอท่านตั้งนานไม่เห็นมา”
ท่านอาจารย์พระมหาบัวได้กล่าวว่า

“ใครจะมารู้วาระจิตของเราได้ ... นอกจากจะต้องเป็นผู้มีภูมิธรรมปัญญาธรรมเสมอกับเรา”

ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวายสันตุสสโกแห่งวัดป่านาคำน้อยเคยพูดว่าหลวงตามหาบัวได้พูดถึงท่านเจ้าคุณนรรัตนฯว่า
“ท่านเป็นพระอรหันต์กลางกรุงฯและเป็นพระที่สันโดษมาก”

นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าธรรมแท้ไม่เลือกสถานที่ถ้าเป็นคนจริง...ถึงอยู่กลางกรุงก็ปฏิบัติได้









๑ใน๒๐องค์ พระนาคปรก๕เศียรพิมพ์เล็กเนื้อทองคำแจกกรรมการ เจ้าคุณนร วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานครอธิษฐานจิต๒๕ เมษายน ๒๕๑๓

พระนาคปรก๕เศียร มีแต่พิมพ์เล็ก มีเนื้อนวโลหะ๑๐๐องค์ เนื้อเงิน๒๐องค์ เนื้อทองคำ๒๐องค์ อยู่กับผู้ร่วมทุนสร้างและกรรมการ ไม่มีการให้ทำบุญ

ในการสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างวัด โรงเรียน นำเรื่องมาขอความเมตตาจากท่านเจ้าคุณนร ท่านเจ้าคุณนร มีเมตตาอนุญาตให้จัดทำได้











พระปิดตาเขาคิชฌกูฏ
หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม
 

"องค์ท่านบอกว่าพระปิดตาชุดนี้ใครได้ไว้บูชา จะไม่มีวันอดอยากปากแห้ง จะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์พูนสุขเป็นเบื้องหน้า"

ผู้เขียน - อำพล เจน
--------------------------------
นอกเหนือจากปฐวีธาตุของหลวงปู่คำพันธ์ เห็นจะมีพระปิดตาพระปิดตาเขาคิชฌกูฏอีกหนึ่ง ที่ควรเห็นความสำคัญเป็นพิเศษ
การถือกำเนิดพระปิดตาเขาคิชฌกูฏของหลวงปู่คำพันธ์ มีเรื่องที่น่าสนใจควรแก่การบันทึกเอาไว้

หลวงปู่เคยไปอินเดียหลายครั้ง(ราวๆ ๓ ครั้ง) ครั้งหนึ่งมีเหตุการณ์อัศจรรย์เกิดขึ้นที่เขาคิชฌกูฎ ตรงบริเวณตีนเขาซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งพระเทวทัตกลิ้งหินลงมาทำร้ายพระพุทธองค์
จนเป็นเหตุให้ข้อพระบาทของพระองค์ห้อเลือด

ลักษณะของภูมิประเทศแห่งสถานที่นั้นในปัจจุบัน เขากั้นรั้วรอบขอบชิด ห้ามมิให้ผู้ใดล้ำเข้าไป
มีป้ายห้ามและบอกประวัติแสดงความสำคัญของสถานที่ปักไว้อย่างชัดเจน
มีชะง่อนหินใหญ่คล้ายเพิงพักซึ่งพระพุทธองค์ทรงประทับนั่งอยู่ภายใต้
และชะง่อนหินนี้เองที่รับการปะทะจากก้อนหินใหญ่ที่พระเทวทัตกลิ้งลงใส่พระพุทธองค์

ความสำคัญของสถานที่นี้อีกประการหนึ่ง คือเป็นที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงพักเสวยพระกระยาหารหลังเสด็จกลับจากบิณฑบาต
เศษพระกระยาหารทรงเททิ้งไว้และพระอานนท์ล้างบาตรถวายพระองค์ตรงนี้

หลวงปู่คำพันธ์ตั้งใจมุ่งมาที่นี่ ด้วยองค์ท่านมีนิมิตมาก่อนว่าเขาจะถวายดินให้

"เขา"เป็นผู้ใด ผมไม่ทราบ องค์ท่านเอ่ยแค่คำว่าเขา

ในการเดินทางไปที่นั่นครั้งนั้น พระสังฆราชของประเทศเนปาลเป็นผู้นำทางไปด้วยตัวของพระองค์เอง
พระสังฆราชรูปนี้มีความเคารพในองค์หลวงปู่เป็นอย่างยิ่ง

แต่เรื่องนิมิตที่เขาบอกว่าจะถวายดินนั้น หลวงปู่ไม่กล้าเอ่ยปาก ด้วยเห็นว่าเป็นสถานที่หวงห้ามอย่างเด็ดขาด จะถือสิทธิพิเศษอย่างไรจึงเหมาะควร
บังเอิญขณะนั้นเกิดเหตุร้ายขึ้นอย่างกระทันหัน

มีช้างเชือกหนึ่งเกิดอาการตกมัน อาละวาดทำร้ายผู้คน เป็นเหตุให้มีคนตาย ๑ คน บาดเจ็บอีกไม่น้อยกว่า ๖ คน
ช้างเชือกนั้นเตลิดอย่างไร้ทิศทางแล้วพุ่งตรงมาทางหลวงปู่กับคณะสงฆ์เนปาล
พระสังฆราชเนปาลเองถึงกับขยับตัวเผ่นหนี

หลวงปู่ยืนนิ่ง มองไปที่ช้างซึ่งกำลังทะยานเข้าใส่
แปลกที่ช้างตกมันเชือกนั้นกลับหยุดกึก สงบเสงี่ยมลงอย่างน่าประหลาด หยุดยืนเซื่องซึมอยู่เบื้องหน้าหลวงปู่ ห่างออกไปแค่ประมาณ ๕ เมตรเท่านั้น
อย่าว่าแต่ชาวบ้านหรือคณะสงฆ์เลย กระทั่งมหาฮงผู้ติดตามหลวงปู่มาจากวัดธาตุมหาชัย ยังนึกในใจว่าคราวนี้หลวงปู่ไม่รอดแน่
นี่ช่างเป็นเหตุการณ์ที่ใครก็ไม่คาดฝันว่าจะได้เห็น
มันอุบัติขึ้นแล้วสงบลงต่อหน้าต่อตา

ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน แล้วสงบลงอย่างปุบฉับพลันชวนอัศจรรย์นี้
เป็นเหตุให้พระสังฆราชเนปาลก้มกราบเท้าหลวงปู่อย่างเลื่อมใสศรัทธา โดยไม่มีใดเคลือบแคลงสงสัย
เป็นภาพที่ใครเห็นแล้วอดตื้นตันประทับใจไม่ได้

อาศัยเหตุอันนี้ หลวงปู่จึงเล่านิมิตให้พระสังฆราชเนปาลฟัง
เมื่อฟังเป็นที่เข้าใจแล้ว พระสังฆราชเนปาลถือสิทธิพิเศษที่พระองค์มี เดินนำหน้าหลวงปู่ล่วงเข้าไปในสถานที่หวงห้ามนั้น

จนถึงบริเวณที่พระพุทธองค์ทรงประทับนั่งเสวยพระกระยาหาร
หลวงปู่กำเอาดินบริเณนั้นขึ้นมา ๑ กำมือ ใส่ถุงส่งให้มหาฮงถือกลับมาเมืองไทย

ดินกำมือเดียวนี้หลวงปู่บัญชาให้ทำพระปิดตาขึ้นมาชุดหนึ่ง ได้จำนวนร้อยกว่าองค์
องค์ท่านบอกว่าพระปิดตาชุดนี้ ใครได้ไว้บูชา จะไม่มีวันอดอยากปากแห้ง จะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์พูนสุขเป็นเบื้องหน้า
นี่คือพระดีที่ต้องบันทึกไว้เพื่อไม่ให้สูญหาย 

 








พระกริ่งหินหยก หลวงปู่ฟัก สันติธัมโมเจ้าอาวาสวัดพิชัยพัฒนาราม (เขาน้อยสามผาน)
ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี


เป็นพิมพ์หายาก สร้างน้อย พุทธคุณพระหินหยกดีทางร่มเย็น แคล้วคลาดปลอดภัย
ที่สำคัญสุดอาราธนาทำน้ำมนต์รักษาโรคภัยไข้เจ็บสามารถบรรเทาได้ ถ้ายึดมั่นใน
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณอย่างแน่วแน่ ยกเว้นโรคเวรโรคกรรมอาจจะบรรเทาแต่ไม่หายขาด

ขณะที่ใครได้พระบูชาห้อยคอ ท่านจะสั่งให้ สวดภาวนาคาถาท่านพ่อลี
"อะระหัง พุทโธ อิติปิโสภะคะวา นะมามิหัง"
เป็นพุทธคุณควบคู่กันไปด้วย โดยท่านกล่าวไว้ว่า
คาถานี้ท่านพ่อลีย่นย่อพระธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์เหลือเพียงสั้นๆ ไว้









พระกริ่งโฆษปัญโญ ปี ๒๕๓๔ หมายเลข ๑๙๖๓
หลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญ วัดธาตุมหาชัย


พระธาตุพนม มีผู้พบดวงพระบรมธาตุลอยออกจากพระธาตุแล้ววนกลับเข้าในตัวพระธาตุเสมอๆ โดยดวงพระบรมธาตุจะลอยออกจากผอบ และผอูบ จึงทำให้ผอูบนี้ได้รับพุทธานุภาพของพระบรมธาตุสถิตทุกอณู จึงทำให้เป็นมวลสารที่สำคัญและทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง 

จัดสร้างโดยคณะสงฆ์ จังหวัดนครพนมโดยมีเจ้าคณะจังหวัดนครพนม เป็นประธานในการจัดสร้าง
และหลวงปู่คำพันธ์ เป็นประธานพิธีเททองหล่อด้วยตัวท่านเอง ณ หน้าพระอุโบสถวัดธาตุมหาชัย พระกริ่งโฆษปัญโญ
ปี ๒๕๓๔ ทำพิธีมหาพุทธภิเษกในพระอุโบสถวัดธาตุมหาชัย
มีมวลสารในการจัดสร้างอันประกอบไปด้วย
๑. แร่ธาตุศักดิ์ศิทธิ์ ทั้ง ๙ ตามตำหรับโบราณ มี ชิน เจ้าน้ำเงิน เหล็กสะลายตัว ตะกั่ว ปรอทสตุ สังกะสี ทองแดง เงิน และทองคำ
๒. แผ่นจารอักขระจากคณาจารย์ต่างๆ จากภาคอีสาน แล้วลงพระยันต์ ๑๐๘ ยันต์
๓. แผ่นจารอักขระ นะปัทมัง ๑๔ นะ
๔. ยอดโลหะธาตุขององค์พระธาตุพนมองค์เดิม ที่สร้างประมาณ พุทธศตวรรษที่ ๒๓
๕. ผอูบทองสำริดโบราณ ที่ใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่กรมศิลปากร ขุดค้นและบูรณะองค์พระธาตุพนมองค์เดิม  ที่ชำรุดฉีกขาดหลุดเป็นแผ่นๆและได้มอบไว้ให้กับ ทางเจ้าคณะจังหวัด เพื่อนำมาผสมหล่อหลอมพระกริ่งโฆษปัญโญ
ผอูบสำริด สร้างจากทองสำริด หนักประมาณ ๑,๓๐๐ กิโลกรัม เพื่อใช้เป็นที่บรรจุผอบพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า เมื่อ พ.ศ.๒๒๓๓-๒๒๓๕ โดย เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก แห่งนครเวียงจันทร์ ได้มาบูรณะองค์พระธาตุพนม และให้ช่างได้หล่อผอูบสำริดขึ้นเพื่อปรับปรุงที่ประดิษฐาน บรรจุพระอุรังคธาตุใหม่ มีความสูง ๑.๖๐ เมตร ลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด ๑.๑๘ เมตร หนา ๒ เซนติเมตร ครอบเจดีย์ศิลา อันเป็นที่บรรจุบุษกและผอบพระอุรังคธาตุไว้อย่างหนาแน่น และมีการจารึกว่า “พระธาตุปะนม” หลังจากนั้น วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๑๘ เวลา ๑๙.๓๘ นาที พระธาตุพนมได้พังทลายลง จึงได้พบผอูบสำริดนี้ในสภาพที่ชำรุด พร้อมด้วยผอบที่บรรจุพระอุรังคธาตุในสภาพที่สมบูรณ์











พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่นิยม
หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี







พระพุทธไม้แกะปางประทานพร หลวงปู่ขริก วัดสาวชะโงก จ.ฉะเชิงเทรา

สร้างจากไม้แก่นต้นชัยพฤกษ์ (ไม้แก่นต้นคูน) ยืนตายพราย

พุทธคุณของพระหลวงพ่อขริกโดดเด่นไปทางอยู่ยงคงกระพันมหาอุด กันเขี้ยวงา อีกทั้งยังดีทางเสริมสร้างเมตตามหานิยมทำมาค้าขายอีกด้วย

นอกเหนือจากนี้คนในสมัยเก่าที่บูชาพระของท่านมักนิยมเอาพระไปฝนกับน้ำซาวข้าวเพื่อใช้ถอนพิษไข้ได้เป็นอย่างดีจนเป็นที่เลื่องลือมาจนถึงปัจจุบัน










 

ติดต่อผู้ดูแลเว็บ หรือ สนใจลงโฆษณา โทร ๐๘๖๒๒๒๐๐๕๕

อีเบย์ อุดรธานี รับนำเข้าสินค้าจากจีน power bank กระบอกน้ำ ของพรีเมี่ยม แฟลชไดร์ฟ plc mitsubishi ปากกา taobao เฟอร์นิเจอร์ servo motor ราคา