แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - thesun

หน้า: [1] 2 3 ... 106
1
1260.เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่สิงห์ทอง ปภากโร วัดป่าธรรมวิเวก (ซับตารี) อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ปี37 หายาก เปิดบูชา 600-





หลวงปู่สิงห์ทอง ปภากโร อายุ ๑๐๕ ปี แห่งวัดป่าธรรมวิเวก (ซับตารี) อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เดิมท่านชื่อ นายสิงห์ ป้องคำ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีระกา พ.ศ.๒๔๕๔ ณ หมู่บ้านหนองกรุงใหญ่ จ.อุบลราชธานี บิดาชื่อ นายสิทธิ์ ป้องคำ มารดาชื่อ นางสม ป้องคำ เมื่อวัยเยาว์ บิดามารดาหลวงปู่ได้ฝากหลวงตาเรียนที่โรงเรียนวัดใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งหลวงปู่ท่านก็ตั้งใจฝักใฝ่เรียนและชอบศึกษาด้านธรรมะ ซึ่งผิดแปลกกว่าเด็กธรรมดาทั่วไป

เมื่อวัยหนุ่มท่านก็ได้ชอบศึกษาวิชาไสยเวท และได้ศึกษาวิชาหมอแคนมหาเสน่ห์ ซึ่งหมอแคนสมัยนั้นจะมีมนต์เมื่อเป่าแคนแล้วจะให้คนที่รับฟังเกิดหลงใหล ซึ่งเป็นวิชาโบราณอีสานที่มีข้อห้ามมากมาย เช่น ห้ามกินกบกินเขียด ๓ ปี และครูแรงมาก

พอถึงสมัยนั้นช่วงสงครามโลก หลวงปู่ก็ได้ออกรับใช้ชาติ เป็นทหารเมื่อพ.ศ.๒๔๘๒ ณ กองพันทหารราบที่ ๒๖ (หน่วยรบพิเศษ) อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ออกสงครามรับใช้ชาติเสี่ยงอันตรายนานา ในช่วงที่ทหารญี่ปุ่นและฝ่ายพันธมิตรใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่รบกัน แต่ก็แคล้วคลาดด้วยของดีด้วยวิชาที่ท่านศึกษาเล่าเรียนมา

อุปสมบทเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๙ ที่วัดป่าห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี โดยมี พระครูสุนทร สุจิตโต (เจ้าคณะอำเภอโขงเจียม) เป็นผู้บวชให้ และได้มาศึกษาธรรมกรรมฐาน
 กับหลวงปู่คำคะนิง จุลมณี ซึ่งท่านก็เมตตามอบวิชาดี และอยู่กับท่าน ๔ ปี ก็ขอตัวลาปลีกวิเวกเสาะหาศึกษาธรรม อยู่กับพระอาจารย์สาย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
 ซึ่งหลวงปู่ท่านมีความเคารพและศรัทธา จึงได้มาพบหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ฝึกจิตกรรมฐานกับท่านหลายปี จึงขอตัวออกธุดงค์ ไปที่วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่
 เพื่อพบหลวงปู่แหวน สุจิณโณ พระอริยสงฆ์แห่งภาคเหนือ เพื่อฝึกจิตและท่านหลวงปู่แหวนก็พาท่านเดินธุดงค์ฝึกจิตกรรมฐาน พบเรื่องราวแปลกมากๆ ในป่า แถบภาคเหนือ

เมื่อฝึกจิตกรรมฐานภาวนากับหลวงปู่แหวนหลายปีแล้ว หลวงปู่สิงห์ทองจึงกราบลา ออกธุดงค์ ข้ามป่าเขากลับมาที่ภาคอีสาน ที่ อ.โขงเจียม ข้ามไปประเทศลาว ได้ไปพบอาจารย์คาโก (ชาวเขาจอมขมังเวทย์) ในป่าอยู่นานหลายปี ได้ศึกษาวิชาไสยเวท เพื่อติดตัวมาสงเคราะห์ศิษยานุศิษย์ ต่อจากนั้นท่านจึงธุดงค์อยู่ในป่าสักพัก ก่อนกลับอีสานตลอดทางกลับพบเรื่องราวที่เหนือธรรมชาติมากมาย ซึ่งหลวงปู่ท่านบอกมากก็ไม่ได้ มันผิดพระธรรมวินัยเหมือนอวดอุตริ ท่านก็มาจำพรรษา สร้างวัดบำรุงเคหสถานที่รกร้างมากมาย ให้เป็นวัด เช่น วัดถ้ำป้อง อ.โขงเจียม, วัดบ้านไร่ อ.ศรีเชียงใหม่ วัดบ้านบาก อ.ศรีเชียงใหม่ วัดถ้ำ อ.หนวงบัวแดง วัดศิริ อ.เดชอุดม และได้เดินทางไปอยู่ภาคใต้ ที่วัดในเกาะสมุย อีก ๓ ปี วัดเตาถ่าน จ.จันทบุรี ๓ ปี ก่อนมาอยู่วัดป่าธรรมวิเวก (ซับตารี) อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

หลวงปู่สิงห์ทองเป็นพระที่ไม่ติดลาภยศสักการะ ท่านเป็นพระลูกวัดไม่มียศตำแหน่ง “ท่านบอกว่า มีก็เป็น ทุกไม่มีมันก็เป็นทุก เราเป็นสงฆ์ก็อยู่อย่างนี้แหละ” ท่านจึงอยู่แบบสันโดษ ไม่ยุ่งข้องเกี่ยวกับผู้ใด อยู่สงเคราะห์ญาติโยม ทหาร ตำรวจ พ่อค้าแม่ขาย ที่เคารพนับถือ ทำบุญกับท่าน ท่านก็เมตตาให้ของดีเป็นที่ระลึก

“วัตถุมงคลหลวงปู่สิงห์ทองมีเรื่องเล่าของแม่ค้าผู้ทำธุรกิจขานปากต่อปาก ด้านโชคลาภการเงินค้าขายดี และแคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งมีประสบการณ์ตรงจากทหารตำรวจในพื้นที่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เป็นที่เสาะหาของเหล่าศิษยานุศิษย์มากขึ้น ”




2
1259.เหรียญรุ่นแรกพระเจ้าใหญ่อินแปลง  วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) จ.อุบล ปี12 พิมพ์รูปไข่
พระดีพิธีใหญ่ สวยๆหลายพันครับ
เปิดบูชา 700-

เหรียญพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง (รุ่นแรก)  วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) อ.เมือง จ.อุบลราชธานี สร้างปี 2512
การจัดสร้างมีทั้งหมดสี่พิมพ์ เรียงตามลำดับความนิยมดังนี้
๑.พิมพ์สี่เหลี่ยม ๒.พิมพ์เสมา ๓.พิมพ์รูปไข่ ๔.พิมพ์สามเหลี่ยม
พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลงเป็นพระประธานศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดอุบลราชธานี ที่ชาวอุบล
และจังหวัดใกล้เคียงให้ความศรัทธานับถือเป็นอย่างมากครับ...
เหรียญรุ่นแรกพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง ปลุกเสกโดย หลวงพ่อชา หลวงปู่กิ หลวงปู่พั่ว
หลวงพ่อมุม หลวงปู่ฝั้น และเกจิอีกมากมาย...

พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลงองค์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ ๓.๑๐ เมตร สูงประมาณ ๕.๐๐ เมตร ก่อสร้างด้วยอิฐถือปูนพร้อมกับลงรักปิดทอง ตามหลักศิลาจารึกตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่า เมื่อจุลศักราชได้ ๑๕๔ ตัว พ.ศ. ๒๓๓๕ ปีวอก เจ้าพระพรหมวรราชสุริยะวงศ์ ขึ้นเสวยเมืองอุบลได้ ๑๕ ปี จุลศักราชได้ ๑๖๗ ตัว พ.ศ. ๒๓๔๘ ปีระกา จึงได้มาสร้างวิหารอารามในวัดป่าหลวงมณีโชติศรีสวัสสดี เพื่อให้เป็นที่บำเพ็ญแก่พระพุทธรูป จุลศักราชได้ ๑๖๙ ตัว พ.ศ. ๒๓๕๐ ปีเถาะ พระมหาราชครูศรีสัทธรรมวงศา จึงได้พาลูกศิษย์และศิษยานุศิษย์ทั้งหลายสร้างพระพุทธรูป “พระอินแปลง” และได้นำเอาดินทรายเข้าวัด เสร็จเมื่อเดือนเมษายน วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ วันอาทิตย์ช่วงเวลาบ่าย ๓ โมง ในนักขัตฤกษ์ ๑๒ ราศีกันย์ แล้วนั้นฯ ถือว่าเป็นอุดมมงคลที่มีจิตใจเบิกบานดีในเวลาใกล้จะค่ำมืดลง จึงแล้วเสร็จและได้รับความอุปถัมภ์จากเจ้าเมือง ข้าทาสบริวารและประชาชนทั้งใกล้และไกลให้การสนับสนุนมาโดยตลอดทั้งกำลังกายกำลังทรัพย์ของคน ตามกำลังศรัทธา ได้ร่วมแรงร่วมใจตั้งจิตอธิษฐานอนุโมทนาสาธุการด้วยกันทั้งฝ่ายวัดและฝ่ายบ้านเมือง พอถึงเพ็ญเดือน ๕ เมษายน ของทุกปีจะมีการทำบุญตักบาตรมหาชาติชาดกและสรงน้ำพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง พร้อมปิดทองซึ่งถือว่าเป็นขนมธรรมเนียมประเพณีมาจนทุกวันนี้ ประชาชนต่างก็พากันมากราบไหว้มิได้ขาดทั้งใกล้และไกลทั้งไทยและต่างประเทศ..




3
1258.เหรียญมงคลนาม หลวงปู่เต็ม วัดนิมมานรดี (วัดบางแค) กทม ปี17 เนื้อนวโลหะ กล่องเดิม หายาก สร้างน้อย กล่องเดิม เปิดบูชา 900-



"วัดนิมมานรดี" หรือชาวบ้านที่เรียกกันว่า "วัดบางแค" ตั้งอยู่เลขที่ 38 ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 15 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างดี จากนามของพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง คือ "หลวงปู่เต็ม จิณณาจาโร"

กล่าวถึงชื่อเสียงของหลวงปู่เต็ม อาจไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางเทียบเท่าพระเกจิอาจารย์รูปอื่นในยุคเดียวกัน แต่สำหรับชาวบางแค หลวงปู่เต็มเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านในชุมชนพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง

ท่านมีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาคม และเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนากัมมัฏฐานอย่างยิ่ง ที่สำคัญ ท่านเป็นหนึ่งในพระอาจารย์ถ่ายทอดวิชาอาคมและสอนกรรมฐานให้ "พระราชธรรมาภรณ์ หรือ หลวงพ่อเงิน จันทสุวัณโณ" วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม

อัตโนประวัติ เป็นชาวบางแค เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2415 โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายเซ้นและนางปุ้ย เต้กชุ้น ครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน

ด้วยความเป็นพี่ชายคนโต ทำให้ต้องรับภาระดูแลครอบครัว พอย่างเข้าสู่วัยหนุ่ม ท่านต้องรับภาระดูแลปกครองน้องๆ หลังจากบิดามารดาถึงแก่กรรมลง ต่อมาเกิดความเบื่อหน่ายทางโลก จึงมุ่งหาทางธรรม เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดนิมมานรดี (วัดบางแค) ต.บางหว้า อ.ภาษีเจริญ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2467 โดยมีพระพุทธพยากรณ์ วัดอัปสรสวรรค์ (วัดหมู) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการจัน วัดใหม่ยายนุ้ย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการหนู วัดนิมมานรดี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา จิณณาจาโร

ภายหลังอุปสมบท ท่านได้มีศรัทธาออกธุดงค์หลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งจะมีพระสงฆ์สมัครเป็นศิษย์ร่วมปฏิบัติธรรมครั้งละหลายรูป และท่านเคยธุดงค์ไปไกลถึงประเทศพม่า สั่งสมวิชาความรู้นำกลับมาสงเคราะห์พระเณรและชาวบ้านอย่างทั่วถึง โดยไม่เห็นแก่เหน็ด เหนื่อยหรือสิ่งตอบแทน

หลวงปู่เต็ม เป็นพระภิกษุอาวุโส มีคุณธรรมกอปรด้วยเมตตาธรรม ได้สงเคราะห์สนับสนุนให้พระสงฆ์ที่มีศรัทธาสนใจในวิชาปฏิบัติธรรมต่างๆให้ได้ผลทางปฏิบัติตามศรัทธา
ตามพลังบารมีของแต่ละท่านแต่ละรูป จนบรรดาสานุศิษย์ของท่านเหล่านั้น สามารถออกไปประกอบสัมมาอาชีวะในหน้าที่การงานต่างๆ

ปัจจุบันที่วัดนิมมานรดี ได้จัดทำรูปหล่อของหลวงปู่เต็ม ประดิษฐานอยู่เคียงคู่กับรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระครูทิวากรคุณ (หลวงปู่แจ้ง)
รวมทั้งรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาสอย่าง พระครูวิทยานุโยค (หลวงพ่อพลบ) และหลวงพ่อพึ่ง วัดรางบัว พระอาจารย์ของท่าน เพื่อให้ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้สักการะกราบไหว้

แม้ท่านจะมรณภาพไปนานแล้ว แต่นาม "หลวงปู่เต็ม" ยังอยู่ในความศรัทธาตราบจนปัจจุบันกันได้อย่างน่าภาคภูมิใจ











4
1257.เปิดบูชาของสะสมหายาก เก่าเก็บ รูปถ่ายยุคต้นปี0กว่าๆ ขาวดำ ปรอทเก่าๆเต็มรูป หลวงปู่พระครูบาเจ้า ดาบส สุมโน  อาศรมไผ่มรกต จ.เชียงราย หลังติดจีวร
จารมือ หายากมาก
เปิดบูชา 1500-

หลวงปู่พระครูบาเจ้าดาบส หัวใจไม่ไหม้ไฟ กลายเป็นมรกต















5
1256.ผ้ายันต์ม้าเสพนาง พญาอิ่นแก้ว ครูบาอาทะวงษ์ วัดน้ำปัว จ.น่าน ปั๊มตราวัด ปิดทองจากวัด กว้าง 17.5 นิ้ว x 17.5 นิ้ว
สุดยอดผ้ายันต์เมตตามหานิยมแดนเหนือ ผ้ายันต์ม้าเสพนางของท่านไม่เป็นสองรองใครครับ สภาพสมบูรณ์เจ้าของเดิมเก็บดีครับ
เปิดบูชา 1500- ปิดครับ soldout


ผ้ายันต์ม้าเสพนาง พญาอิ่นแก้ว ครูบาอาทะวงษ์ วัดน้ำปัว จ.น่าน สภาพเดิมๆ  สร้างปี2511-2512 เป็นผ้ายันต์ที่ใช้ได้หลายด้าน
เด่นทั้งทางเมตตามหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม และด้านค้าขาย ครูบาอาทะวงษ์ วัดน้ำปัว ซึ่งอยู่ในยุคเดียวกับหลวงพ่อครูบาวัง วัดบ้านเด่น จ.ตาก ผ้ายันต์อิ่นเเก้ว
รูปแบบผืนผ้าถูกสร้างขึ้นด้วยอักขระตัวเมือง รูปแม่พระธรณีบีบมวยผมอยู่ตรงกลาง,เทวดา,หงษ์,สิงห์,ช้าง,อิ่นและม้าเสพนาง ดูแล้วเข้มขลังมีเสน่ห์ เเบบล้านนาอย่างเข้มขลัง










6
1255.เปิดบูชา ชุดนครสวรรค์ พระบูชา ขนาด 3 นิ้ว บรรจุอังคารธาตุ หลวงพ่อโอด วัดจันเสน ปี43 และ มีดปากกา หลวงพ่อฮวด วัดหัวถนนใต้
รุ่นสร้างโบสถ์วัดหัวถนนเหนือ ด้ามไม้ฝักไม้ จารหมึกด้ามที่ 24
เปิดบูชาคู่ 2800-

ทั้งหลวงพ่อโอดและหลวงพ่อฮวด เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน โดยเป็นศิษย์ในองค์หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพทั้งคู่ โดยหลวงพ่อฮวดเป็นศิษย์ผู้พี่หลวงพ่อโอด ศึกษาวิชาอาคม
สรรพวิทยาจากหลวงพ่อเดิมอย่างเข้มขลังทั้งคู่  ทั้งสองท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของปากน้ำโพ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั่วประเทศ

หลวงพ่อฮวด


หลวงพ่อโอด
























 

7
1254.เปิดบูชาของสะสมหายาก ล็อคเก็ตหลวงปู่หลวง กตปุญโญ  วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง ปี39 หลังบรรจุเกศา ปิดแผ่นเงินจาร
และตอกโค้ต พบเจอนับชิ้นได้
เปิดบูชาแบ่งปัน 2800- ปิดท่านj999ครับ










8
1253.พระกริ่งผูกพัทธสีมา วัดสะพานสูง(วัดธรรมาภิรตาราม) บางซื่อ กทม อ.เชื้อ หนูเพชร ปี13 สวยๆ ยาขัด น้ำทองยังอยู่ เปิดบูชา 900-
ปิดท่าน J999 ครับ

9
1252.เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่เปลื้อง ปัญญวันโต วัดบางแก้วผดุงธรรม จ.พัทลุง สวยๆ แชมป์ๆ  เหลือในรังเหรียญสุดท้ายแล้วครับ
ไม่รู้จะหามาสวยๆแบบนี้ได้อีกเมื่อไหร่
เปิดบูชา 1000- ปิดท่าน J999 ครับ


10
1251.นางพญาโรงพยาบาลสงฆ์ ปี2500 พิมพ์ กรรมการ หลัง 3 ตรา นิยม พระดีพิธีใหญ่  เปิดบูชา 800-



พระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ โรงพยาบาลสงฆ์


รายนามพระเกจิอาจารย์ที่อธิษฐานปลุกเสก
1.สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสระเกศ
2.ท่านเจ้าคุณราชโมลี วัดระฆังโฆสิตาราม
3.หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
4.ท่านเจ้าคุณปภัสสรมุนี วัดมิ่งเมือง เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
5.หลวงพ่อเมี้ยน วัดพระเชตุพน
6.หลวงพ่อหลาย วัดราษฎร์บำรุง ชลบุรี
7.ท่านเจ้าคุณโสภณสมาจาร วัดหนองบัว กาญจนบุรี
8.หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง นนทบุรี
9.หลวงพ่อสุก วัดโตนดหลวง เพชรบุรี
10.ท่านพระครูปลัดบุญรอด นครศรีธรรมราช
11.หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี
12.หลวงพ่อ เต๋ วัดสามง่าม นครปฐม
13.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา
14.หลวงพ่อแสวง วัดกลางสวน สมุทรปราการ
15.หลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม
16.ท่านพระครูไพโรจน์วุฒิคุณ วัดโพธินิมิต ธนบุรี
17.ท่านพระครูวิริยกิติ (หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี ธนบุรี
18.ท่านพระครูปลัดเกียรติ วัดมหาธาตุ พระนคร
19. พระครูกัลยาณวิสุทธิคุณ วัดดอนยานนาวา พระนคร
...ฯลฯ

สุดยอดวัตถุมงคลแย่งยุคกึ่งพุทธกาล ที่เปี่ยมไปด้วยพลังความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลัง พุทธคุณสูงครบถ้วนดีทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเมตตามหานิยม
แคล้วคลาดป้องกันภัย พระดีทรงคุณค่ายอดพระเถระอาจารย์ยุคกึ่งพุทธกาลอธิษฐานจิตปลุกเสกให้อย่างสุดเข้มขลัง พระดีทรงคุณค่าน่าบูชาสะสมมาก

ประวัติ โดยย่อ

เมื่อ พ.ศ.2500 คณะกรรมการแพทย์ได้มีศรัทธาบำเพ็ญพุทธบูชา โดยจัดสร้างพระพุทธรูปชนิดต่างๆ รวมทั้งพระเครื่องอีกหลายชนิด

เป็นพิธีอันมโหฬารถูกต้องตามพุทธเวทย์ และครบถ้วนตามพิธีกรรมทุกประการ มีวัตถุประสงค์โดยย่อดังนี้

1.เพื่อเป็นอนุสรณ์ในมงคลสมัยที่พระพุทธศาสนายุกาลจำเริญมาได้ครบ 2500 ปี

2.เพื่อได้รวบรวมทุนทรัพย์จากผู้มีจิตศรัทธา สร้างพระพุทธรูปต่างๆในครั้งนี้

สำหรับตั้งเป็นทุนเพื่อวินิจฉัยค้นคว้าเกี่ยวกับวิชาการของแพทย์เพื่อเป็นประโยชน์แก่มนุษย์ชนทั่วไป

โดยจะกล่าวแต่ที่เป็นพระเครื่องเท่านั้น ดังมีใจความดังนี้

นายแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ในแต่ละจังหวัด

ได้ขอผงศักดิ์สิทธิ์จากพระอาจารย์ที่ได้ลงอักขระในแผ่นโลหะสำหรับหล่อพระพุทธรูปโดยขอจังหวัดละ 10 องค์

แต่ได้ผงมาจากพระอาจารย์ทั้งหมด 709 องค์ รวมทั้งดินจากสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง.

นอกจากนี้ยังได้ผงชินและผงศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่อีกมาก หลังจากนั้นนำผงมาประสมรวม ณ พระวิหารโรงพยาบาลสงฆ์

จากนั้นนำผงมาประสมใส่ในพระเครื่องดินเผา โดยคลุกเคล้าอย่างละเอียดทั่วทุกองค์พระที่สร้าง

คณะกรรมการได้สร้างพระเครื่องดินเผารวม 3 ชนิด คือ

1.พระพุทธชินราช สำหรับประจำตัวชาย

2.พระนางพญา สำหรับประจำตัวหญิง

3.พระรอด สำหรับประจำตัวเด็ก

โดยได้แยกทำ 2 แห่ง คือ

1.พระพุทธชินราชและพระนางพญา

ประกอบพิธีสร้างที่พระวิหารหลวง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ประกอบพิธีสร้าง เมื่อ 30 และ 31 มกราคม 2500.

ในวันที่ 30 ม.ค. 2500 ได้มีการนำพิมพ์พระ และผงศักดิ์สิทธิ์มาตั้งไว้ภายในพระวิหาร

วงสายสิญจน์จากองค์พระหลวงพ่อพระพุทธชินราช ลงล้อมสิ่งของเครื่องพิธีทั้งปวง โดยเริ่มจุดเทียนชัยเวลา 19.00 น.

มีเจ้าคณะจังหวัดเป็นประธานเจริญพระพุทธมนตร์และมีพระสงฆ์นั่งปรกบริกรรมปลุกเศกทั้งคืนโดยมีหลวงพ่อไซ้ วัดช่องลม

จ.อุตรดิตถ์เป็นประธาน.รุ่งขึ้นเวลาเช้าได้ปฐมฤกษ์ท่านเจ้าคุณพระธรรมวโรดม วัดพระเชตุพน ได้พิมพ์พระเป็นปฐมฤกษ์

พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถาแล้วดับเทียนชัย แล้วทำการพิมพ์พระจนได้ครบจำนวน

2.พระรอด

ประกอบพิธีสร้างที่ พระวิหารหลวง วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน

ได้ประกอบพิธีสร้างในวันที่ 31 ม.ค. 2500 โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.05 น.ได้มีการเจริญพระพุทธมนตร์และสวดเบิกตามแบบเมืองเหนือ

โดยประกอบพิธีการสร้างพระรอดแบบเก่าแต่ครั้งก่อน เสร็จพิธีแล้วได้นำผงศักดิ์สิทธิ์คลุกเคล้าลงในดินที่จะพิมพ์เป็นองค์พระ

หลังจากนั้นจึงนำพระทั้งหมดมาเข้าพิธีพุทธาภิเษก และฉลองที่โรงพยาบาลสงฆ์ รวมเป็น 3 ครั้งด้วยกัน โดยทำการฉลองในวันที่

1-2 พ.ค. 2500









11
1250.รูปหล่อรุ่นแรกหลวงปู่อุทัย สิริธโร วัดเขาใหญ่ญาณสัมปันโน อ.ปากช่อง นครราชสีมา ปี55 หายาก ท่านเป็นเสาหลักของพระกรรมฐานในเวลานี้
ลูกศิษย์ลูกหาสายป่าเก็บหายหมดครับ สวยๆ กล่องเดิม
เปิดบูชา 1200-


หลวงปู่อุทัย สิริธโร  วัดเขาใหญ่เจริญธรรมญานสัมปันโน



ปล.ลองศึกษาวัตรปฏิบัติ และคำสอนของท่าน จะทราบว่าท่านคือ หน่อธรรม สายกรรมฐานที่กราบไหว้ได้สนิทใจ ครับผม
....ผู้ทรงไว้ซึ่งปฎิปทา พระอาจารย์ฝั้น อาจาโรและหลวงตามหาบัว เรียกได้ว่าเป็นศิษญ์เอกของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร และหลวงตามหาบัวเลยก็ว่าได้ วัดเขาใหญ่เจริญธรรมญานสัมปันโน ที่ท่านครองวัดอยู่ก็เนื่องด้วย หลวงตามหาบัวท่าน วางใจ และนิมนต์ให้พระอาจารย์อุทัยมาดูแลที่นี่ ซึ่งที่ดินแห่งนี้ ญาติโยมใกล้ชิดถวายให้หลวงตามหาบัว และท่านเล็งเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อพุทธศาสนิกชน....

🌷🌷🌷...พระอาจารย์อุทัย สิริธโร ท่านเป็นศิษย์เอกทั้งพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร และหลวงตามหาบัว ญานสัมปันโน โดยท่านได้อยู่ศึกษาและปฎิบัติธรรมกับพระอาจารย์ฝั้น จวบจนท่านละสังขาร พระอาจารย์อุทัย สิริธโร และ พระอาจารย์เสถียร คุณวโร ได้ชวนกันไปปลีกวิเวกที่สำนักสงฆ์ถ้ำพระภูวัว อ.เซกา จ.หนองคาย (ปัจจุบัน น่าจะขึ้นอยู่กับ จ.บึงกาฬ)ซึ่งเป็นสถานที่สัปปายะเหมาะแก่การเจริญธรรมศึกษาธรรม ซึ่งพระอาจารย์อุทัย สิริธโร ได้พัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้จนสามารถตั้งเป็นวัดได้สำเร็จในที่สุด
🌷🌷🌷...ในปี พ.ศ. 2521 พระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) ได้ทราบข่าวการการปฏิบัติพระกรรมฐานของพระอาจารย์อุทัย สิริธโร ณ.สำนักสงฆ์ถ้ำพระภูวัว จึงได้เมตตาและมีโอกาสมาเยี่ยมพระอาจารย์อุทัย สิริธโรอยู่เสมอๆ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2549 พระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) ได้รับการบริจาคที่ดินบริเวณเขาใหญ่ จึงได้นิมนต์ให้พระอาจารย์อุทัย สิริธโร มาสร้างวัดขึ้นที่บริเวณนี้ เพื่อให้สามารถเป็นที่ฝึกปฏิบัติธรรมของพระ เณรและญาติโยมได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาอาจารย์อุทัย สิริธโร จึงได้มาจำวัดและปฏิบัติธรรมที่ วัดเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
@@@@@ไม่ง่ายครับที่หลวงตามหาบัว ท่านจะยอมรับและลงใจ อุปถัมป์ วัดในสายนี้ หากไม่เห็นถึงวัตรปฎิบัติอันงดงสมของหลวงพ่อ@@








12
1249.พระรูปเหมือนหลวงพ่อวัดดอนตัน  อ.ท่าวังผา จ.น่าน ปี20 เนื้อชานหมากผสมครั่งแดงและเส้นเกศา หายาก สภาพสมบูรณ์ จัดสร้างน้อยมากๆ
วัตถุมงคลยอดนิยมของหลวงพ่อ
เปิดบูชาเบาๆ 2200-




พระรูปเหมือนหลวงพ่อวัดดอนตัน เนื้อชานหมากผสมเส้นเกศา พระรุ่นนี้จัดสร้างคณะศิษย์ของหลวงพ่อวัดดอนตัน โดยการเก็บรวบรวมมวลสารจาก “ชานหมาก”
ของหลวงพ่อวัดดอนตัน เอาไว้ได้มากพอสมควร ซึ่งใช้เวลาเก็บรวบรวมยาวนานกว่า 2 ปี แล้วจึงได้ขออนุญาตหลวงพ่อวัดดอนตันในการจัดสร้าง “
พระรูปเหมือนเนื้อชานหมาก”ขึ้น ซึ่งหลวงพ่อท่านได้เมตตามอบ “เส้นเกศา”ของท่าน เพื่อนำไปรวมผสมเข้าเป็นมวลสารกับชานหมากของท่านที่คณะศิษย์
ได้จัดเตรียมไว้อีกด้วย โดยใช้ “ครั่งแดง”เป็นตัวประสานในการผสมมวลสารเหล่านั้นให้เป็นเนื้อเดียวกัน รูปแบบของ “พระรูปเหมือนเนื้อชานหมาก”
นี้ได้ถอดพิมพ์มาจาก “เหรียญหล่อรูปเหมือนพิมพ์สี่เหลี่ยมยกซุ้มลายกนก”(เหรียญซุ้มลึก) มีขนาดโดยประมาณ 2.5 x 3.4 ซ.ม.
หลวงพ่อท่านปลุกเสกให้เดี่ยวๆตลอดไตรมาส ในพ.ศ.2520
และจวบจนกระทั้งหลวงพ่อวัดดอนตันได้มรณภาพในเดือนธันวาคม พ.ศ.2523 ไม่ปรากฏว่ามีการนำเอาชานหมากของหลวงพ่อมาสร้างเป็นพระเครื่องในรูปแบบ
ใดๆ อีกเลย จึงถือได้ว่า พระรูปเหมือนเนื้อผงชานหมากพิมพ์สี่เหลี่ยม พ.ศ.2520 เป็นพระรูปเหมือนเพียงรุ่นเดียวของหลวงพ่อวัดดอนตันที่สร้างมาจาก
ชานหมากผสมเส้นเกศา ของหลวงพ่อวัดดอนตัน ส่วนในเรื่องพุทธคุณได้ยินมาว่าโดดเด่นมากในเรื่อง โชคลาภ ทำมาค้าขาย ประมูลงาน และเลื่อนยศ
เลื่อนตำแหน่ง สอบแข่งขัน รับราชการ หนุนตำแหน่งในหน้าที่การงานอีกด้วยครับ










13
1248.เหรียญพ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง จ.นครศรีธรรมราช รุ่นพิเศษ สร้างเมื่อ พ.ศ.2529 จำนวน 1,000 เหรียญ เปิดบูชา 400-






14
1247.เหรียญรุ่น2 หลวงปู่คำ จันทโชโต วัดหน่อพุทธางกูร จ.สุพรรณบุรี ปี04 หายาก พุทธคุณสูง ศิษย์สายตรงเก็บหมด
นานๆเจอที
เปิดบูชา 900 เหรียญรุ่นแรกปี2498 สวยๆ ขึ้นหมื่นแล้วครับ


ประวัติ หลวงพ่อคำ จันทโชโต วัดหน่อพุทธางกูร




หลวงพ่อคำ อดีตเจ้าอาวาสวัดหน่อพุทธางกูร เป็นหนึ่งในสุดยอดคณาจารย์เมืองสุพรรณที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนโบราณมาก เป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์, หลวงพ่อปิ่น วัดหน่อพุทธางกูร, หลวงพ่อทองหยด วัดชีสุขเกษม สมัยที่มีชีวิตอยู่เป็นพระเถราจารย์ที่ชาวบ้านในตำบลนั้นรวมไปถึงชาวตลาด จังหวัดสุพรรณบุรี มีความเคารพนับถือมากองค์หนึ่ง เพราะท่านเป็นพระที่สันโดษ มักน้อย มีความเมตตาปรานีสูงยิ่ง

ท่านเกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ค.2430 เวลา 19.19 น.โดยประมาณ ตรงกับวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย ปีกุน ร.ศ.106 ณ บ้านพิหารแดง หมู่ 1 ต.พิหารแดง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ห่างจากตัวจังหวัดขึ้นไปทางทิศเหนือตามลำน้ำท่าจีนประมาณ 4 กิโลเมตร และห่างจากวัดหน่อพุทธางกูรราว 27 เส้นเศษ เป็นบุตรจีนฮั้ว แซ่ตัน หรือแซ่ตั้ง มารดาชื่อจันทร์ มีเชื้อสายเป็นชาวเวียงจันทน์

เมื่ออายุได้ไม่กี่ขวบก็ต้องกำพร้าบิดามารดา และอาศัยอยู่กับน้าชาย ชื่อทอง น้าสาวชื่อหริ่ม จนกระทั่งอายุ 16 ปีจึงบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดมะนาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันอังคารที่ 8 เม.ย.2445 โดยได้รับความอนุเคราะห์จากพระอาจารย์คำตา และอยู่กุฏิเดียวกับพระปลัดบุญมี ซึ่งเป็นญาติกับท่าน พร้อมกับศึกษามูลกัจจายน์และอักขระขอมไทยกับขอมลาว

ต่อมาญาติของท่านชื่อพระอาจารย์บุญมา บวชอยู่ที่วัดภาวนาภิรตาราม อ.บางกอกน้อย ธนบุรี ได้ชักชวนให้ไปเรียนหนังสือต่อที่วัดแห่งนี้
"พระครูสุวรรณวรคุณ" หรือ "หลวงปู่คำ จันทโชโต" วัดหน่อพุทธางกูร ต.พิหารแดง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ท่านได้ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและมูลกัจจายน์ กับหนังสือใหญ่ (หนังสือขอม) ด้วยความขยันขันแข็ง แต่ดวงของท่านต้องกลับมาอยู่บ้านเกิด เพราะเกิดเหน็บชาไม่สามารถที่จะอยู่วัดภาวนาภิตารามได้ เมื่อกลับมาอยู่วัดหน่อพุทธางกูร ไม่นานก็หายเป็นเหน็บชา เพราะได้ฉันข้าวซ้อมมือซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยวิตามินบี

เมื่ออายุ 21 ปีเต็ม ท่านได้กลับไปอุปสมบทที่วัดนะนาว เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2451 โดยมีพระครูวินยานุโยค วัดอู่ทอง เป็นอุปัชฌาย์ พระปลัดบุญมี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระช้าง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า "จันทโชโต" จากนั้นได้จำพรรษาอยู่ที่วัดมะนาวเรื่อยมา

ต่อมาพระอาจารย์บุญมา ได้กลับมาจำพรรษาและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหน่อพุทธางกูร ในราวปีพ.ศ 2452 ได้ชักชวนให้ท่าน มาอยู่ที่วัดหน่อพุทธางกูร (วัดมะขามหน่อในขณะนั้น) เพื่อช่วยพัฒนาวัด เมื่อมาจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ ท่านได้ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยจนมีความรู้แตกฉานยิ่งขึ้นทั้งพระธรรมวินัย และอักขระขอมไทย-ลาว ตลอดจนขนบธรรมเนียมและแบบแผนอันดีงามสืบต่อติดมาจนเป็นนิสัย จนชาวบ้านแถวนั้นต่างกล่าวขวัญว่า เป็นพระที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยดีมาก

"พระอธิการบุญมา" กับ "หลวงพ่อคำ" ได้พยายามพัฒนาวัดหน่อพุทธางกูรเรื่อยมาจนวัดเจริญขึ้นตามลำดับ ภายหลังจากที่พระอธิการบุญมาถึงแก่มรณภาพในราวพ.ศ. 2458 คณะสงฆ์จึงแต่งตั้งให้หลวงปู่คำ รักษาการแทน เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2458 ขณะมีอายุได้ 28 ปี พรรษาที่ 8

ก่อนที่จะเป็นเจ้าอาวาสอย่างสมบูรณ์แบบเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2471 อายุได้ 41 ปี พรรษาที่ 21 ผ่านไปอีก 10 ปี ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการศึกษาเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2481 ต่อมาวันที่ 5 ธ.ค. 2498 ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตรที่ "พระครูสุวรรณวรคุณ" ขณะอายุได้ 78 ปี พรรษาที่ 48

อุปนิสัยใจคอของหลวงปู่คำนั้นเยือกเย็น ถ้าใครได้ไปพบเห็นจะมีความรู้สึกเคารพนับถือขึ้นมาทันที เพราะใบหน้าท่านยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา พูดค่อยและช้า แต่วาจาศักดิ์สิทธิ์มาก ภายในกุฏิของท่าน ของมีค่าหาได้น้อย มีหัวกะโหลกมนุษย์ตั้งอยู่ นอกนั้นเป็นสิ่งหาค่าไม่ได้วางอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบ ท่านมีความมักน้อยในจิตใจ แต่มักใหญ่ในการก่อสร้างเสนาสนะ เช่น การสร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญคอนกรีต และโรงเรียนประชาบาลจนกระทั่งมรณภาพ

ในด้านการปกครอง ท่านมีปฏิปทาในหลักธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ได้แนะนำสั่งสอนพระภิกษุสามเณร ให้ประพฤติอยู่ในระเบียบวินัยสงฆ์ โดยเฉพาะพระภิกษุสามเณรที่จำพรรษาอยู่ในวัดหน่อพุทธางกูร ไม่ว่าจะบวชนาน หรือบวช 3 เดือน จะต้องศึกษาพระธรรมวินัยและต้องสอบธรรมสนามหลวง

ใครก็ตามที่มาบวชต้องได้รับการอบรมแบบตัวต่อตัวจากท่านทุกรูป เริ่มต้นด้วยการสอนอนุศาสน์ 8 นิสสัย 4 ส่วนมากที่เฝ้าสั่งสอนด้วยใจเป็นห่วงคือ ปาราชิก 4 สอนด้วย การยกอุปมาอุปไมย นอกจากนั้น สอนสังฆาทิเสส นิสสัคคียปาจิตตีย์ ในข้อนี้ชาวพุทธทราบดีว่าหลวงปู่คำไม่ยอมหยิบเงินทองที่เขาถวาย เมื่อท่านไปไหนๆ มีเด็กลูกศิษย์ติดตามท่านไปด้วยหนึ่งคนเสมอ
เมื่อมีงานวัดหน่อพุทธางกูร ต.พิหารแดง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี "หลวงปู่คำ จันทโชโต" จะ ห้ามเด็ดขาดมิให้ภิกษุสามเณรไปเที่ยวจุ้นจ้านกับฆราวาส อ้างว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ ถึงแม้วัดอื่นมีงาน ท่านก็ไม่อนุญาตให้ไปเที่ยว โดยได้พิมพ์กฎข้อบังคับของวัดใส่กรอบไว้ที่หอสวดมนต์

ในส่วนของวิชาอาคม เชื่อกันว่าท่านได้ไปเรียนเวทมนตร์คาถาและวิปัสสนากรรมฐานจาก หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับ
หลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว พระเกจิอาจารย์ดังของเมืองสุพรรณอีกองค์หนึ่ง และมีความเชี่ยวชาญถึงขั้นเล่นแร่แปรธาตุได้


นอกจากนี้ ยังมีความรู้ในทางแพทย์โบราณ รักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยสมุนไพร และเวทมนตร์คาถา รวมทั้งมีความเชี่ยวชาญในการดูฤกษ์ยามต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นงานมงคลสมรส อุปสมบท ปลูกบ้าน ขึ้นบ้านใหม่ โกนจุก จนกระทั่งปลูกยุ้งข้าว

กิจพิเศษที่พิเศษยิ่งของท่านคือ การรักษาคนที่ถูกสุนัขบ้ากัดอย่างที่เรียกกันว่า "โรคกลัวน้ำ" ความศักดิ์สิทธิ์ในตัวยาของท่านทำให้ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว
โดยในช่วงชีวิตของหลวงปู่คำได้ช่วยชีวิตคนที่ถูกสุนัขบ้ากัดเอาไว้หลายหมื่น คนทีเดียว


"หลวงปู่คำ" สร้างมงคลวัตถุขึ้นหลายอย่าง อาทิ รูปหล่อรุ่นแรก เนื้อทองเหลืองรมดำ ปี 2498 รุ่น 2 เนื้อทองเหลือง ปี 2504, รุ่น 3 เนื้อทองเหลืองรมดำ ปี 2511 เป็นพิมพ์เดียวกับรุ่นแรก แต่ฐานสูงกว่า และตรงฐานมีชื่อท่านอยู่ด้วย, เหรียญรุ่นแรก รูปอาร์ม เนื้อทองแดงรมดำ ปี 2498, รุ่น 2 รูปไข่ ด้านหลังพระประจำวันพุธ (วันเกิดของท่าน) เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง และเนื้อฝาบาตรรมดำ ปี 2504, รุ่น 3 รูปไข่ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง และเนื้อฝาบาตรรมดำ ปี 2509 ด้านหลังพระประจำวัน 7 วัน, รุ่น 4 ปี 2511, รุ่น 5 ปี 2513

นอกจากนี้ ยังมีพระเครื่องเนื้อดิน เนื้อว่าน เนื้อผง และผงใบลานเผา อีกหลายพิมพ์ เช่น พระ พิมพ์นาคปรกเศียรแหลม ปี 2498, พระพิมพ์ท้าวชมพูบดี ปี 2498, พระผงสุพรรณหลังยันต์ ปี 2504, พระชินราชใหญ่-เล็ก ปี 2498, พระพิมพ์ซุ้มกอ, พิมพ์ยันต์อุ, พิมพ์นางกวัก เป็นต้น

พระเครื่อง ของท่านทุกรุ่นมีประสบการณ์ดังในด้านแคล้วคลาด ปลอดภัย ยิงไม่ออก ฟันแทงไม่เข้า ทำให้บางรุ่นหายากมาก โดยเฉพาะรูปหล่อรุ่นแรก ตอนนี้เช่าหาอยู่ที่ราคาหลักหมื่น ไม่มีคนอยากปล่อย เพราะถือว่า "มีพระหลวงพ่อคำแล้วไม่ตายโหง"

ลูกศิษย์ที่เป็นฆราวาสของท่านมีอยู่หลายคน ที่มีชื่อเสียงคือ พระเอกยอดนิยม "มิตร ชัยบัญชา" ซึ่งให้ความเคารพนับถือท่านมากครับ เมื่อครั้งที่ มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิต ท่านได้เล่าให้ศิษย์ฟังว่า วันที่มิตรเสีย ไม่ได้ห้อยพระของท่าน ไม่งั้นคงไม่ตาย นอกจากนี้ ยังมี "สุรพล สมบัติเจริญ" ราชาเพลงลูกทุ่งไทย คนบ้านวัดไชนาวาสที่ให้ความนับถือท่าน และฝากตัวเป็นลูกศิษย์ตั้งแต่สมัยที่หลวงปู่คำยังไม่โด่งดังเลย

วาระสุดท้าย หลวงปู่คำมรณภาพเมื่อวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2513 เวลา 17.43 น. ตรงกับแรม 5 ค่ำ เดือน 3 ปีระกา สิริอายุ 83 ปี
โดยจัดงานพระราชทานเพลิงศพท่านเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2514 ในงานมีพระเกจิอาจารย์มากันมากมายหลายองค์ รวมทั้งลูกศิษย์ลูกหาประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธา
 ก็มากันล้นหลามชนิดที่ว่าแน่นศาลาวัดจนต้องลงมาอยู่ข้างล่างกันเลย แสดงให้เห็นถึงบารมีอันสูงส่งของหลวงปู่คำ







15
1246.เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่เปลื้อง ปัญญวันโต วัดบางแก้วผดุงธรรม จ.พัทลุง สวยๆ แชมป์ๆ 1000-
ปิดครับ Soldout

หน้า: [1] 2 3 ... 106
สมัครสมาชิกไม่ผ่าน หรือ แจ้งปัญหาการใช้งาน หรือ ติดต่อผู้ดูแลเว็บ หรือ สนใจลงโฆษณา โทร ๐๘๖๒๒๒๐๐๕๕

อีเบย์ อุดรธานี รับนำเข้าสินค้าจากจีน power bank กระบอกน้ำ ของพรีเมี่ยม แฟลชไดร์ฟ plc mitsubishi ปากกา servo motor ราคา