แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - porpek

หน้า: [1] 2 3 ... 7
1
ตะกรุดหนังเสือ หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จังหวัดอยุธยา

ประมาณปีพ.ศ. ๒๔๙๐ มีคนถวายหนังเสือโคร่งทั้งตัว ให้หลวงพ่อจงเพื่อให้ท่านได้ใช้นั่งเป็นอาสนะ แต่หลวงพ่อจงท่านไม่ใช้ ท่านนำไปเก็บไว้ในกุฏิ

พระอุปัฏฐากเห็นเข้าเลยคิดว่ามาทำตะกรุดแจกญาติโยมให้ร่วมทำบุญสร้างวิหารทาน จะได้บุญกุศลกว่า เลยขออนุญาตหลวงพ่อ หลวงพ่อจงท่านเห็นดีด้วย ลูกศิษย์เลยจัดทำตะกรุดขึ้น ตัดเป็นขนาดประมาณ ๒ นิ้ว ลงยันต์ตามที่หลวงพ่อจงบอก มัดด้วยด้ายสามเปราะ ทาทองบรอนซ์ แล้วนำมาให้หลวงพ่อจงอธิษฐานจิต

หลวงพ่อจงท่านอธิษฐานจิตไว้ครบทุกทาง อุปเท่ห์วิธีการใช้ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ ของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ใช้ดีทางเมตตามหานิยม มหาอำนาจ แคล้วคลาดคงกระพันชาตรี แลกันเขี้ยวงา กันไข้ป่าดง กันสัตว์ร้ายทางบกทางน้ำ เป็นเสน่ห์แก่ชายหญิง ไปเหนือไปใต้สารทิศใดมีผู้คนเกรงขาม เอาไว้แก่ตัวคนพาลจะทำร้ายมิได้ แขวนไว้หัวนอน กันโจรผู้ร้าย กันฟืนไฟต่างๆ ใช้ได้ ๑๐๘ ประการ ดีนักแล

เมื่อท่านจะไปไหน ให้ระลึกถึงหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ตั้งนะโม 3 จบ แล้วท่องพระคาถาด้วย “อิทธิ ฤทธิ พุทธนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ มะอะอุ บัดเดี๋ยวนี้ด้วยเถิด” ว่าสามเที่ยวหรือเจ็ดเที่ยวแล้วนำพกพาติดตัวป้องกันภัยได้ ๑๐๘ ประการแล









2
ลิงจับหลัก เขี้ยวเสือแกะ หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว จังหวัดฉะเชิงเทรา

ลิงของหลวงพ่อดิ่งท่านไปแสดงอภินิหาร ต่อพระพักตร์เสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ

เรื่องมีอยู่ว่า พลทหารเรือสองคนเกิดชกต่อยกัน อีกคนสู้ไม่ได้ เลยชักมีดพกกระซวกอีกฝ่ายหนึ่งตั้งหลายที พอมีคนมาห้าม จึงนำตัวทั้งสอง ไปหาเสด็จเตี่ย เสด็จเตี่ยเห็นอีกคนถูกแทงเสื้อแสงขาด แต่ไม่เป็นอะไร จึงตรัสถามว่า เจ้ามีของดีอะไร จึงถูกแทงไม่เข้า

พลทหารคนนั้นจึงทูลว่า เกล้ากระหม่อม มีเพียงลิงไม้แกะ หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว เสด็จเตี่ยจึงขอชม เมื่อเสด็จเตี่ยหยิบมาดูๆ ก็เอาไปวางข้างกราบเรือ และทรงพระแสงยิงไปที่ลิงนั้น เสียงดังแชะๆ เสด็จเตี่ยจึงทรงพระสรวล และกล่าวชมว่า อาจารย์ท่านนี้เก่งจริงขลังจริง













3
เหรียญพระพุทธหลังดาว หลวงปู่ศรี มหาวีโร เนื้อกะไหล่เงิน ชนวนล้วน

๑ใน๑๙เหรียญ เนื้อตะกรุดล้วน
(มีตะกรุดหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ตะกรุดหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
ตะกรุดหลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม แผ่นจารหลวงปู่ฝั้น แผ่นจารหลวงปู่ศรีฯลฯ)

เหรียญพระพุทธหลังดาวกะไหล่เงินรุ่นแรก หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม ร้อยเอ็ด
พระผู้มีบารมีมากมีลาภสักการะมากลูกศิษย์หลวงปู่มั่น
เหรียญพระพุทธหลังดาว มีเนื้อทองคำ ๓ เหรียญ กะไหล่เงินชนวนล้วน ๑๙ เหรียญ กะไหล่ทองชนวนผสมทองแดง ๑๐๐ เหรียญ ทองแดงผิวไฟ ๒๙๐๐ เหรียญ

เหรียญนี้หลวงปู่ศรีหลังจากอธิษฐานแล้วยังให้พรว่า
ใครมีเหรียญนี้ไว้บูชา ให้สะดวก ปลอดภัย ไร้กังวล สุขภาพดี มีความสุข





4
พระอู่ทองลอยองค์ กรุศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

กรุเดียวกับพระท่ากระดาน แต่พุทธศิลป์คนละยุค พระท่ากระดานจะศิลปะลพบุรี อายุประมาณ ๕๐๐ ปีขึ้นไปสันนิษฐานว่าสร้างโดยฤาษีถวายเป็นพุทธบูชา

แต่พระอู่ทองจะเป็นศิลปะอยุธยา ซึ่งมาอายุอ่อนกว่าพระท่ากระดาน โดยสันนิษฐานว่าสร้างโดยพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้าน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ใช้ตะกั่วที่เหลือจากการสร้างพระท่ากระดานที่พระฤาษีได้จัดหาเตรียมไว้ จึงทำให้มีเนื้อหาคล้ายพระท่ากระดาน แต่อายุจะน้อยกว่า

นอกจากพระกริ่ง รูปหล่อ แล้วพระที่ผมชอบมากๆอีกอย่างคือ พระกรุครับดูแล้ว มีพุทธศิลปที่แฝงไปด้วยความศรัทธา เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ไม่มีพุทธพาณิชย์มายุ่งเกี่ยว







5
เขี้ยวหมีแกะเสืออันดับหนึ่งของเมืองไทย หลวงพ่อนก วัดสังกะสี จังหวัดสมุทรปราการ มียันต์องค์พระ ๑ องค์นิยม

(คือถ้ามียันต์องค์พระจะนิยมกว่าไม่มียันต์องค์พระและยิ่งมีองค์พระหลายองค์ก็ยิ่งนิยมมากยิ่งขึ้น) ลูกศิษย์หลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน ได้วิชาจากปลุกเสือจากหลวงพ่อปาน มีหลายคณาจารย์มาขอเรียนวิชาเสกเสือจากหลวงพ่อปาน ส่วนมากไม่มีบารมีพอไม่สำเร็จวิชา

เพราะการเสกเสือของหลวงพ่อปาน ต้องเสกจนเสือกระโดดจากบาตรวิ่งเข้าป่า และเรียกกลับมาได้ แม้แต่หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก จังหวัดระยอง (เรียนกับอาจารย์เดียวกันกับอาจารย์ที่สอนหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน) ผู้สร้างแพะอันลือชื่อยังไม่มีบารมีในการเสกเสือซึ่งหลวงพ่ออ่ำท่านเสกจนกระโดดออกจากบาตรวิ่งเข้าป่า แต่ท่านไม่สามารถเรียกกลับมาในบาตรได้

อาจารย์จึงบอกว่าหลวงพ่ออ่ำไม่มีวาสนากับเสือ แต่มีเมตตามหานิยมสูง จึงให้วิชาเสกแพะทำให้แพะของท่านเป็นที่นิยมอย่างมาก

ซึ่งหลวงพ่อนกท่านสำเร็จวิชาเสกเสือนี้ท่านสามารถเสกกระโดดจากบาตรเข้าป่า และเรียกกลับมาในบาตรได้ แต่ท่านไม่วัดรอยอาจารย์ท่านจึงใช้เขี้ยวหมีแทน มีเขี้ยวเสือบ้างเป็นส่วนน้อยก็แกะไม่ให้เหมือนกันครับ









6
เขี้ยวเสือแกะพระพุทธหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม
หลังจารยันต์เฑาะว์มหาพรหม ยันต์ครูประจำตัวหลวงปู่บุญ









7
แพะเขาควายถูกฟ้าผ่าตายแกะหลวงหลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก จังหวัดระยอง

เก่าจนหดตัว ลานบางส่วน ผิวย่นที่เกิดจากการหดตัวของเขา จนเป็นคลื่นๆ ทางผู้บูชาพระจะเรียก เก่าจนขึ้นขน ซื่งดูเหมือนขนแพะคลุมผิวจริงๆ สวยไปอีกแบบ

คุณสมบัติของแพะ ของทางพุทธเวทย์ จะกล่าว ว่าแพะจะปกป้องคุ้มครองผู้บูชา โดยไม่ว่าคุณไสย ดวงตก ลมเพลมพัดถูกกลั่นแกล้ง แพะจะรับไว้ทั้งหมดแทนผู้บูชา และมีคุณทางด้านเมตตามหานิยมเป็นเลิศ







8


ขนาดอาจารย์ซาสุด ปรมาจารย์ของประเทศลาวในขณะนี้ยังเป็นลูกศิษย์หลวงปู่เพชร ปทีโป




จากงานเขียน ของคุณอำพล เจน

อาจารย์ปู่ซาสุดนอกจากจะเป็นศิษย์พระอาจารย์ซาคำแดงแล้ว ท่านยังเป็นศิษย์หลวงปู่เพชร ปทีโป วัดผาใหญ่วชิรวงศ์(วัดภูพระพาน) อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย อีกด้วย
อาจารย์ปู่ซาสุดเล่าว่าอยู่กับหลวงปู่เพชรได้ วิชาดำน้ำไม่เปียก กับ วิชาตัวเบาเดินหน้าผา ตกหน้าผาไม่เจ็บ

วิชาดำน้ำไม่เปียกท่านว่าไม่ได้ทำมานานแล้ว แต่ยังจำได้แม่นยำ และไม่เคยสอนใครอีกด้วย

ส่วนวิชาตัวเบาตกหน้าผาไม่เจ็บท่านว่าไม่กล้าทดลอง

อาจกล่าวได้ว่าปัจจุบันนี้ครูบาอาจารย์ที่รอบรู้ทั้งวิชาอาคมและวิปัสนากัมมัฏฐานอย่างเช่นอาจารย์ปู่ซาสุดหาได้ยากแล้ว

อาจารย์ปู่ซาสุดมักตักเตือนสั่งสอนว่า

” ให้ตั้งใจเอาสติจับอยู่กับความเพียรไม่ลดละ จดจ่ออยู่กับคำบริกรรม พุทโธๆๆ ควบคู่กับการพิจารณาสังขารร่างกายของเรานี้ล่ะ ของแท้มันอยู่กับเราเอง ไม่ได้อยู่ไกล ยิ่งใกล้จะได้รับชัยชนะยิ่งสับสน ถ้าเราอดทนได้ เราก็ผ่าน มารทั้งหลายมันมีอยู่ในทุกขณะจิต ทดสอบเราอยู่ทุกรูปแบบ ขอให้ลงมือทำอย่าขี้คร้านท้อถอย ที่ไม่สำเร็จนั้นเพราะถูกมารคือความขี้คร้านมันมาสะกดไว้ ให้ต่อสู้รู้ทันมันอยู่อย่างนั้นล่ะ.. “

อาจารย์ปู่ซาสุด โซทิกาน
ປູ່ຊາສຸດ ໂຊທິການ



ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง สำเร็จลุนเป็นครูบาอาจารย์ที่คนลาวรู้จักนับถือเป็นวงกว้าง หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วก็จะเป็นพระอาจารย์ซาคำแดงนี่เอง

รูปภาพที่ปรากฏอยู่บนหิ้งบูชาตามบ้าน,เรือน,อาคาร,ร้านค้าและโรงแรม เท่าที่พบเห็นบ่อยๆในสมัยหลังๆนี้ จะเป็นรูปภาพของพระอาจารย์ ๕ รูป คือ พระอาจารย์ซาดำ , พระอาจารย์ซาคำแดง, พระอาจารย์ซาใส, พระอาจารย์ซาโงน และ พระอาจารย์ซาสุด

องค์กลางในภาพคือพระอาจารย์ซาดำ อยู่วัดท่าหมากเห็บ แต่ชอบไปอยู่ในป่าในดง คนจึงเรียกท่านว่าอาจารย์ดง หรือ อาจารย์ในดง ท่านเป็นครูบาอาจารย์ใหญ่ของพระอาจารย์ซาคำแดง

ส่วนพระอาจารย์ซาใส, พระอาจารย์ซาโงน และ พระอาจารย์ซาสุดเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์ซาคำแดงอีกทอดหนึ่ง ถือเป็นหลานศิษย์พระอาจารย์ซาดำ



นอกจากพระอาจารย์ซาคำแดงจะเป็นศิษย์พระอาจารย์ซาดำแล้ว ยังเป็นศิษย์ของญาท่านมหาปาน อานันโท สำนักวัดพุทธวงศาป่าหลวงอีกด้วย

ญาท่านมหาปานเป็นพระครองวิปัสนากัมมัฏฐานแห่งราชอาณาจักรลาวองค์สำคัญ ซึ่ง หลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง เคารพนับถือเป็นอันมาก

งานพิธีฌาปนกิจศพญาท่านมหาปาน หลวงพ่อชาได้เดินทางไปร่วมงานพิธีนี้ด้วยตัวท่านเอง
http://www.ampoljane.com/2018/09/12/3129/



9
มีเพื่อนที่คบกันตั้งแต่เรียนมัธยมสะสมพระด้วยกันเค้าชอบสะสมพระเนื้อทองคำแนะนำให้ผมเก็บไว้บ้าง เค้าให้เหตุผลว่าทองคำมีคุณค่าในตัว ถึงพระนั้นไม่มีใครรู้จักแต่ถ้าเป็นเนื้อทองคำก็มีคุณค่า (ผมชอบเก็บโลหะที่ไม่ใช่ทองคำเหตุผลทองคำแพง ^-^ เก็บอย่างอื่นได้หลายองค์) แต่ผมก็เชื่อเพื่อนนะเลยเก็บไว้พอมีกับเค้าบ้างครับ




10
รูปหล่อเนื้อทองคำ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ

วัดธาตุมหาชัย จังหวัดนครพนม รุ่นนี้ จัดสร้างโดย ท่านผู้ว่าปรีดา นิสัยกุล (อดีตท่านผู้ว่า จ.นครพนม) ในปี พ.ศ.๒๕๓๕ โดย เนื้อทองคำมีการจัดสร้าง ๒๙๙ องค์ น้ำหนักประมาณ ๑๙ กรัม(หนึ่งบาทหนึ่งสลึง) พระทุกองค์มีการตอกโค๊ต ตอกหมายเลข สำหรับองค์นี้ หมายเลข ๑๐๐ ด้านล่างใต้ฐานองค์พระ บรรจุด้วยผงปฐวีธาตุ เกศา ชานหมาก และ ตะกรุดทองคำ ๑ ดอก

 






11
เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อยีพิมพ์เสมากะไหล่ทอง

"ในยุคเราที่เสมอเราไม่มี มีแต่ต่ำกว่าหรือสูงกว่า"

คำกล่าวของหลวงพ่อยี พระอภิญาผู้ทรงฤทธิ์และยังอยู่ช่วยลูกหลานลูกศิษย์อยู่จนถึงปัจจุบันนี้โดยมีข้อพิสูจน์ยืนยันที่หลวงพ่อยีไปช่วยเจ้าคุณโฮม วัดปทุมวนาราม กรุงเทพ ที่รถติดหล่มปรากฏกายให้เห็นจะๆ

โดยเจ้าคุณโฮมลูกศิษย์หลวงปู่มั่นที่มีพลังจิตแก่กล้ารูปหนึ่งยังเชื่อมั่นในฤทธิ์อภิญญาหลวงพ่อยี

จากคำบอกเล่าหลวงพ่อถาวร วัดปทุมวนาราม กรุงเทพ

ที่เห็นพร้อมกันหลายๆ รูปก็คือ หนหนึ่งมีกิจธุระพากันเดินทางไปภาคเหนือแล้วรถเสียอยู่กลางถนนแห่งหนึ่งที่ จ.พิษณุโลก ล้อรถตกหล่มจนเกือบมิดดุมล้อ เข็นกันจนสิ้นแรงและทำสารพัดหนทางอย่างไรก็ไม่ขึ้น จู่ๆ ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ก็เปรยว่า “ถ้าจะต้องนิมนต์หลวงพ่อยีมาช่วยเข็นรถเสียแล้ว”

พระทุกรูปได้ยินดังนี้ก็ได้แต่มองตากันเพราะต่างก็ทราบว่า หลวงพ่อยี บ้านดงตาก้อนทอง ต.ไผ่ล้อม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ซึ่งเคยต้องอธิกรณ์แต่พระราชมุนีโฮมได้มาแก้ไขเหตุการณ์ให้จนสงบเรียบร้อยนั้นมรณภาพไปแล้ว

พอเอ่ยปากถามว่า หลวงพ่อยีมรณภาพแล้ว หลวงพ่อจะนิมนต์มาช่วยพวกเราได้อย่างไร? เจ้าคุณพระอาจารย์ไม่ตอบ แต่ชี้มือไปข้างหน้าแล้วกล่าวขึ้นว่า “ดูเอาเองซี”

พระมหาถาวร เล่าว่า ท่ามกลางแสงจันทร์นวลผ่องวันนั้นทุกคนเห็นพระภิกษุชรารูปร่างผ่ายผอม อายุราว ๗๐ ปี ศีรษะค่อนข้างใหญ่ห่มจีวรสีคล้ำเดินมาตามถนนช้าๆ พอมาถึงตัวรถท่านก็โบกมือเหมือนบอกให้คนขับสตาร์ตเครื่อง พอใส่เกียร์รถก็ทะยานขึ้นจากหล่มทันที
 













12
พระชินราชเนื้อเมฆสิทธิ หลวงพ่อผาง อธิษฐานจิตจนพระลอยออกจากกล่อง

เนื้อเมฆสิทธิเป็นโลหะที่ผสมตามสูตรของการเล่นแร่แปรธาตุ มีคุณสมบัติที่พิเศษอีกอย่างคือ เสริมดวง หนุนดวง แก้ดวงตก มักจะบูชาคู่กันกับ ราหู พระเมฆสิทธิที่นิยมกันก็สำนักหลวงปู่ทับ วัดทอง พระครูลืม วัดอนงค์ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงปู่เนียม วัดน้อย ทั้ง 4 สำนักแพงและหายากของปลอมเยอะ แนะนำรุ่นนี้ซึ่งสามารถบูชาได้เหมือนพระรุ่นเก่าทุกประการ เพราะพลังจิตของหลวงปู่ผาง ไม่ธรรมดาแรงกล้ามาก และพระรุ่นนี้แก้ไขดวงชะตาได้แน่นอน เพราะขนาดองค์พระที่ได้รับการอธิษฐานจิตยังลอยได้เลย ชะตาผู้บูชาจะไม่แก้ไขได้อย่างไร











จากงานเขียนของคุณ เด่น ของขวัญพระเครื่อง

ชินราชองค์นี้เป็นชุดของวัดบึงแก้ว อำเภอชนบท ขอนแก่นแต่ดันเนื้อพระและบล๊อคพิมพ์เหมือนหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ วัดป่านิโครธาราม อุดรธานี(ต่างกันที่ของหลวงปู่อ่อน บัวเป็นแบบบัวคว่ำบัวหงายเนื้อจะสีดำกว่า ของหลวงปู่ผางบัวเป็นแบบฟันปลาและเนื้อจะออกเหลืองๆหน่อย) เป็นชุดสร้างอุโบสถของวัดบึงแก้ว เจ้าอาวาสคือ พระครูปิยสารธรรม อดีตเจ้าคณะอำเภอชนบท ฝ่ายมหานิกาย ในปี 2517 - 2548 เกษียณอายุเพราะกฎมหาเถรสมาคมให้เจ้าคณะแขวงหมดวาระเมื่ออายุครบ 80 ปี


สมัยนั้นกำลังก่อสร้างอุโบสถขึ้นแต่ไม่มีปัจจัยในการก่อสร้าง จึงขออนุญาตหลวงปู่ผาง จิตตคุตโต แห่งวัดอุดมคงคาคีรีเขตต์ (วัดดุน) ตำบลนางาม อำเภอมัญจาคีรี ขอนแก่น จัดสร้างวัตถุมงคลของท่านขึ้นเพื่อหารายได้และปัจจัยมาสร้างอุโบสถ


และหลวงปู่ผาง ก็ออกปากอนุญาตและเมตตาเป็นกรณีพิเศษ เพราะสมัยหนึ่งหลวงปู่ผาง จิตตคุตโต ท่านเคยมาจำพรรษาที่วัดแท่นศิลาทิพย์บัลลังอาสน์ บ้านแท่น ตำบลห้วยแก อำเภอชนบทนั่นเอง และเป็นเจ้าอาวาสที่วัดแท่นศิลาทิพย์นี้ 1 พรรษา และสมภารเจ้าวัดต้องขึ้นตรงต่อคณะสงฆ์อำเภอชนบทนั่นเอง เจ้าคณะอำเภอชนบทฝ่ายธรรมยุต คือ พระครูโอภาสสมณกิจ เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมวิเวก (ที่เคยสร้างเหรียญรุ่นแรกคงเคและคอติ่งและบล๊อคแท้งน้ำอันโด่งดังนั่นเอง)


เมื่อจัดสร้างแม่พิมพ์แล้วก็นำไปให้หลวงปู่ผางเสก หลวงปู่ผางบอกว่า ท่านพระครูฯ ไม่ต้องให้ผมไปทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดบึงแก้วนะผมติดธุระไปไม่ได้ ยกพระทั้งหมดมาให้ผมเสกที่วัดดุนนี่.. ผมจะเสกให้ 2 ศีลเลย (หมายถึง 2 วันพระใหญ่นั่นเอง) แล้วมารับพระคืน พอถึงวันไปรับพระสมัยนั้นยังไม่มีโทรศัพท์ใช้ และหนทางก็เดินทางลำบากมาก หลวงปู่ผางแสดงอภินิหาริย์ให้เห็น...? เพราะตอนที่ไปรอรับวัตถุมงคลหลวงปู่ผาง ติดกิจนิมนต์ไม่อยู่วัดไปที่ตลาดอำเภอมัญจาคีรี ซึ่งห่างจากตัววัดนั้นไกลมากร่วม 30 กิโล เพราะพระลูกวัดที่ไม่ได้ไปด้วยบอกว่ากว่าจะมาน่าจะซัก 3 ชั่วโมงครับ ท่านหลวงพ่อพระครู พอนั่งรอซักพักไม่ถึง 15 นาที


หลวงปู่ผางเดินกลับมาที่วัดรูปเดียว โดยที่พระรูปอื่นไม่ได้มาด้วย และหลวงปู่ผางก็บอกว่ารีบมานะเนี่ย..ท่านพระครู..กลัวรอนาน มารับวัตถุมงคลกับผมนะ ก่อนจะเอาไปเดี๋ยวผมอธิษฐานให้อีกครั้ง แล้วหลวงปู่ผางก็นั่งอธิษฐานจิตนานมากร่วม ชั่วโมงพระที่อยู่ในกล่องก็เขย่ากระเด็นออกจากลังประมาณสิบกว่าองค์ เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาหลวงปู่พระครูปิยสารธรรมและชาวคณะกรรมการและลูกศิษย์ที่ไปด้วย และหลวงปู่ผางก็บอกว่าดีแท้...เด๊ ท่านพระครูพระลอยเลย...

และวัตถุมงคลชุดนี้ก็เปิดให้บูชาในราคาต่างกัน หลายพิมพ์ครับ สร้างในปี 2518 สิ้นสุดรุ่นสุดท้ายเป็นรุ่น สร้างอุโบสถ ปี 2519 ครับ และรุ่นนี้เหรียญไปคล้ายกับรุ่นดงเค็งโคราช ในเหรียญปี 12 และชินราชองค์นี้ก็ไปเหมือนกับหลวงปู่อ่อน อุดรธานีครับ (บางท่านว่ามา) แต่รูปหล่อปั๊มรุ่นแรกออกที่วัดบึงแก้วครับ เป็นเนื้อทองเหลืองรมดำ


บางคนเข้าใจผิดนึกว่าออกที่วัดหลวงปู่ผางครับ และนึกว่าเป็นเนื้อทองแดงรมดำ ชินราชองค์นี้จ้างโรงหล่อทำทีท่าพระจันทร์สมัยปี 2518 ครับ พระครูปิยสารธรรมได้เอาแร่เหล็กไหลผสมเข้าไปด้วย จำนวนการสร้างน้อยครับ แค่ 700 องค์เท่านั้นเอง และให้บูชาแพงมากสมัยนั้นถึงองค์ละ 300.- บาทครับ


ในปีนั้น ร.ต.อ. สำราญ เวียงวงษ์ (ยศขณะนั้น) ได้อุปถัมภ์วัดบึงแก้วจนสร้างอุโบสถเสร็จปี 2524 ฉลองในปี 2526 และได้ทำผ้าป่ามาที่วัดบึงแก้วทุกปี พร้อมชาวคณะและได้พิเรนทร์ขอลองวัตถุมงคลรุ่นนี้ที่วัดบึงแก้ว ด้วยปืน .38 ต่อหน้าพระครูปิยสารธรรม ด้วยการยิงถึง 3 ครั้ง แต่ปืนไม่ออก....เสียงปืนดัง แชะ...แชะ...เป็นที่อัศจรรย์มากแก่สายตาคณะผ้าป่าสามัคคีและพระครูปิยสารธรรมพร้อมด้วยพระลูกวัดบึงแก้วที่ลงมาดู และวัตถุมงคลรุ่นนี้ได้หมดไปจากวัดในเวลาไม่ถึงเดือน พระครูปิยสารธรรมให้บูชาไปในราคา 300.- บาทขณะนั้น

13
รูปหล่อท่านอาจารย์นำ แก้วจันทร์ เนื้อนวโลหะ พิมพ์นิยม ฝาปิดแผ่นเงิน วขีด โรขีด มีตัวที(T)

เคยได้ที่๑จากงานประกวดพระพัทลุง แต่เจ้าของเดิมทำใบประกาศหายไปแล้ว
อุดผง อนันตคุณซึ่งเป็นสุดยอดผงมีคุณวิเศษอนันต์ ของท่านอาจารย์นำ


ฟังจากน้องที่รู้จักสนิทกันเล่าเรื่อง รูปหล่ออาจารย์นำที่คุณสุธน ศรีหิรัญเล่าให้ฟัง ไม่หามาบูชาไม่ได้แล้ว เพราะเป็นความประสงค์ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เลยท่านเคารพนับถืออาจารย์นำมาก ท่านชายใหญ่ผู้สร้างทราบเรื่องเลยขอสร้างรูปหล่อถวายไปกราบทูลในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระองค์ท่านทรงให้มวลสารเป็นตะกรุดทองคำที่มีผู้มอบถวายพระองค์ท่านหนึ่งกำมือให้นำมาใส่ในรูปหล่อนี้ทุกๆเนื้อ

***ดังนั้นจะเห็นได้ว่าท่านอาจารย์นำท่านถึงยอมยื้อมัจจุราชเพื่อการนี้โดยเฉพาะ และเสกแบบสุดกำลังความสามารถ***

เพื่อน้อมเกล้าถวายพระองค์ท่าน จนลังไม้รูปหล่อแตก รูปหล่อลอยออกมาเต็มที่คลุมผ้าขาวไว้ นี่ถ้าไม่มีผ้าขาวคลุมไว้(ท่านอาจารย์นำให้คลุมผ้าขาวเอง ท่านคงรู้ว่าถ้าไม่คลุมรูปหล่อบินได้แน่ๆ) สงสัยเห็น รูปหล่อบินได้เหมือนท่านอาจารย์เอียดเสกพระมหาว่าน มหายันต์เป็นแน่ทีเดียว

ผมเคยมีองค์หนึ่งได้จากคุณสุธน ศรีหิรัญ ไปพบท่านในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว นครปฐมผมยังเรียนมัธยมอยู่เลย คุยถูกคอ ท่านเลยบอกให้ไปหาที่กระทรวงมหาดไทย จะให้รูปหล่ออาจารย์นำเนื้อนวโลหะหนึ่งองค์ และเหรียญพ่อท่านคลิ้ง รุ่นภปร.เนื้อทองแดง หนึ่งเหรียญ ผมก็ไปหาท่านที่กระทรวงมหาดไทย ได้อย่างละองค์จริงๆใจดีมากๆครับ ท่านเป็นไอดอลของผม และเป็นแรงบันดาลใจทั้งในเรื่องพระเครื่อง วัตถุมงคล และการงานผมก็พยายามสอบให้ติดปลัดอำเภอเหมือนท่าน แต่ชีวิตของใครก็ของตนเอง ผมก็เลือกทางเดินของผม รับราชการเหมือนกันแต่คนละตำแหน่ง ส่วนรูปหล่อและเหรียญพี่ชายที่เปิดแผงพันทิพขอไปจะไปทวงคืนก็ชิงตายไปแล้ว หุ หุ เลยต้องหาบูชาใหม่ จัดจีวรห่มให้ท่านเลยครับ








จากนิตยสารเซียนพระ ฉบับที่๗๘ เขียนโดย”สถาพร”

ในการสร้างรูปเหมือนขนาดเล็กของท่านอาจารย์นำ ได้สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๙โดยคณะผู้จัดสร้างได้มีความประสงค์นำเอารายได้จากการบูชาไปสร้างถาวรวัตถุในวัดดอนศาลาเป็นการกุศล จึงได้กราบเรียนให้ท่านอาจารย์นำทราบถึงวัตถุประสงค์ในการสร้างครั้งนี้


เมื่อทราบวัตถุประสงค์แล้วท่านอาจารย์นำก็ได้นั่งนิ่งอยู่สักครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า”ถ้าจะสร้างก็ต้องรีบดำเนินการโดยเร็ว เพราะชีวิตอาตมาใกล้เข้ามาแล้ว เกรงจะไม่ทันการ” ทำเอาคณะผู้จัดสร้างนิ่งอึ้งไปตามๆกัน เพราะว่าขณะนั้นท่านอาจารย์นำก็กำลังอาพาธอยู่แล้วท่านอาจารย์นำก็ได้กล่าวต่อไปอีกว่า”การสร้างนั้นเป็นสิ่งดี เพราะจะได้เป็นครั้งสุดท้าย แต่ขอให้รีบทำเถิด” จากนั้นท่านก็ขอให้คณะผู้จัดสร้างนำเอาแผ่นโลหะมาให้ท่านเพื่อที่จะลงยันต์เป็นเชื้อชนวนในการสร้าง หลังจากที่ได้นำเอาแผ่นโลหะจำนวนมากไปให้ท่านอาจารย์นำตามที่ต้องการแล้ว ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๙ คณะผู้จัดสร้างก็ได้เดินทางไปรับแผ่นยันต์จากท่าน ซึ่งแผ่นยันต์เหล่านั้นท่านอาจารย์นำได้ลงไว้อย่างเรียบร้อย และได้กล่าวว่า”ลงให้สุดท้ายแล้ว”.


นอกจากแผ่นยันต์ที่ท่านอาจารย์นำได้ลงจารให้ไว้ ยังมีชนวนศักดิ์สิทธิ์ของพระเครื่อง พร้อมทั้งพระบูชาสมัยเก่าที่ชำรุด และโลหะสมัยบ้านเชียงอีกเป็นจำนวนมากซึ่งคณะผู้สร้างได้นำไปถวายท่านอาจารย์นำปลุกเสกอีกครั้ง ก่อนที่จะทำการหล่อหลอม และท่านก็ได้รับปลุกเสกพร้อมกับกล่าวว่า”ขอให้สร้างให้เสร็จเดือนหน้า เพราะใกล้เต็มที่แล้ว”(หมายถึงเดือนกันยายน) แต่ปรากฏว่า การดำเนินการสร้างในครั้งนั้นไม่อาจที่จะสร้างสิ้นในเดือนกันยายนได้


เพราะการจัดสร้างได้ทำอย่างพิถีพิถันที่สุด คณะผู้จัดสร้างจึงได้เดินทางไปกราบเรียนท่านอาจารย์นำว่า พระยังไม่เสร็จ เมื่อกราบเรียนแล้วปรากฏว่าท่านอาจารย์นำได้นั่งนิ่งไม่พูดว่าอะไร ตามองออกไปข้างหน้าในลักษณะที่ยากจะคาดเดาได้ว่าท่านคิดอย่างไร ทำเอาคณะที่ไปครั้งนั้นอึดอัดใจไปตามๆกัน ท่านนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็กล่าวว่า”เอาเถอะ!อย่าให้เกินเดือนตุลาคม พ่อจะรอ ถ้าเกินจากนั้นไม่รอแล้ว”.


จากนั้นคณะผู้จัดสร้างก็ได้กลับไปดำเนินการสร้างต่อไป ซึ่งในการสร้างได้พิถีพิถันเรื่องเนื้อพระจะต้องออกมาสวยงามจึงต้องเพิ่มทองคำและเงินลงไปอีกจำนวนมาก จนได้เนื้อเป็นที่พอใจ จากนั้นก็ได้เริ่มเทหล่อพระ ซึ่งได้รูปเหมือนขนาดเล็กทั้งหมดเพียง ๑,๖๐๐ องค์เท่านั้น


เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๙ พระได้หล่อเสร็จเรียบร้อย จึงได้รีบนำเอาพระไปที่วัดดอนศาลา เมื่อกราบเรียนให้ท่านอาจารย์นำทราบปรากฏว่าท่านรู้สึกดีใจจนเห็นได้ชัด จากนั้นก็ได้นำเอาพระไปวางไว้ในพระอุโบสถวัดดอนศาลา โดยเอาผ้าขาวคลุมพระไว้.ในวันที่๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙ เมื่อทกอย่างจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็เห็นว่าท่านอาจารย์นำ ซึ่งนอนมาหลายวันแล้วเพราะอาพาธอยู่ แต่วันนั้น ท่านกลับลุกขึ้นด้วยความสดชื่นกว่าปกติ แล้วก็ได้เข้าไปจุดเทียนชัย และนั่งเข้าสมาธิเพ่งพลังจิตปลุกเสก ร่วมกับพระเกจิอาจารย์ผู้เข้มขลังทางคาถาอาคมของสายใต้เช่น พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง,พ่อท่านหมุน วัดเขาแดง,อาจารย์ พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช ฯลฯเป็นเวลาประมาณสองชั่วโมง


ขณะที่กำลังปลุกเสกอยู่ด้วยความเงียบสงบภายในพระอุโบสถวัดดอนศาลา ท่ามกลางความเงียบที่ทุกคนนั่งชมพิธีอยู่นั้น ได้ปรากฏมีเสียง”เปรี๊ยะ”ดังออกมาจากกองพระเครื่องที่คลุมผ้าขาวในปริมณฑลพิธี แต่เนื่องจากพิธียังไม่เสร็จสิ้นจึงยังไม่มีใครไปเปิดดู. ครั้นเมื่อท่านอาจารย์นำออกจากสมาธิแล้วก็ได้บอกว่า”สำเร็จแล้ว” จากนั้นคณะผู้จัดสร้างก็ได้เข้าไปเปิดผ้าขาวที่คลุมพระเครื่องออกดู เพื่อให้รู้ว่าเสียงดัง”เปี๊ยะ เปี๊ยะ เปี๊ยะ”นั้นมาจากอะไร


และเมื่อเปิดผ้าขาวออก ทุกคนเห็นเป็นที่น่าอัศจรรย์กันทุกคนคือ ลังไม้ที่บรรจุพระเครื่องได้แตกออก และพระเครื่องได้กระจายทั่วไป.การที่พระเครื่องซึ่งบรรจุอยู่ในลังไม้ได้กระจัดกระจายเพราะลังไม้แตกนั้น จะเป็นไปเพราะหาสาเหตุไม่ได้ แต่เป็นไปเพราะพลังจิตที่ท่านอาจารย์นำ และพระเกจิอาจารย์ที่มาร่วมปลุกเสก ได้เพ่งตรงไปรวมที่กองพระเครื่อง และอัดจนแน่น เป็นพลังที่กระทั่งดันลังไม้แตก


หลังจากเสร็จสิ้นพิธีปลุกเสกนั้น บรรดาลูกศิษย์ก็ได้ประคองพาท่านอาจารย์นำกลับกุฏิ เมื่อถึงกุฏิแล้ว ท่านก็ได้บอกกับบรรดาลูกศิษย์ว่า”อีก ๓ วันพ่อจะไปแล้วนะ”.ครั้นเมื่อ ๓ วันผ่านไปจากวันที่ท่านได้บอกบรรดาลูกศิษย์ คือวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙ ซึ่งเป็นวันกำหนดที่ท่านอาจารย์นำได้บอกลาลูกศิษย์ไว้ เวลากลางคืนบรรดาลูกศิษย์และชาวบ้านหลายคนได้ไปหาท่านที่กุฏิ ซึ่งท่านก็ได้สนทนาและบอกลาลูกศิษย์กับชาวบ้านด้วยใบหน้าปกติและสดชื่น ไม่มีแสดงอาการเจ็บปวดจากการอาพาธแต่อย่างใด


ครั้นเมื่อเวลา ๒๒๐๐ น. ท่ามกลางความมืดของกลางคืน ท่านอาจารย์นำได้กล่าวอำลาบรรดาลูกศิษย์และชาวบ้านเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเสียงปกติว่า”พ่อลาแล้ว” จากนั้นท่านก็ล้มตัวลงนอนและละสังขารไปอย่างสงบ และขณะที่ท่านอาจารย์นำได้ละสังขารไปนั้น ท่ามกลางความเงียบสงบของเวลากลางคืน และท่ามกลางความเศร้าโศกของบรรดาลูกศิษย์และชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็ได้ปรากฏเหตุการณ์มหัศจรรย์ขึ้นมาอีก คือได้ปรากฏมีเสียงบรรเลงแตสังข์กังวาลรอบๆบริเวณวัดดอนศาลา ทั้งๆที่บริเวณนั้น ไม่มีบ้านใครจัดงานบรรเลงเลย แล้วเสียงแตรสังข์นั้นมาจากไหน?


จากที่เขียนมานี้ผมคงไม่ต้องมาสรุปอีกแล้วกระมังครับว่า พระอาจารย์นำแห่งวัดดอนศาลา ศิษย์สายเขาอ้อ ท่านผู้นี้น่าเคารพกราบไหว้เพียงใด และรูปเหมือนของท่านรุ่นนี้ ซึ่งเป็นรุ่นแรก รุ่นเดียวและรุ่นสุดท้าย สมควรที่จะนำมาบูชากันได้แล้วใช่ไหมครับ

14
พระกริ่งมหาสิทธิโชค วัดประสาทบุญญาวาส เนื้อโลหะผสม
ตอกโค๊ดบุญ(มาจากชื่อวัดประสาท "บุญ" ญาวาส)









จากเอกสารใบฝอยวัตถุมงคลวัดประสาทบุญญาวาส
พิธีพุทธาภิเษก ๑๓-๑๔-๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๖
คณาจารย์ร่วมปลุกเสก ๑๐๘ รูป
และจากนิตยสารเซียนพระฉบับที่ ๓๗ เดือนเมษายน  พ.ศ.๒๕๓๙


พระกริ่งวัดประสาทได้ทำการหล่อ ซึ่งเป็นวันมหามงคลคือ”วันมหาสิทธิโชค”ที่โบราณถือกันว่าเป็นวันที่ประกอบกิจการใด มักจะสำเร็จลุร่วงทุกประการและเจริญด้วยโชคลาภผลบริบูรณ์.ด้วยเหตุนี้ทางวัดจึงขนานนามพระกริ่งนี้ว่า”พระกริ่งมหาสิทธิโชค”โดยการจัดสร้างมีพิมพ์พระกริ่งธิเบต พระกริ่งใหญ่ พระกริ่งถือดอกบัว พระกริ่งปางประทานพร พระกริ่งหน้าฝรั่ง  ฯลฯ

เนื้อโลหะประกอบด้วยอักขระยันต์ที่หล่อพระประธานแล้วหลอมไม่ละลาย ในการนี้ได้นิมนต์พระคณาจารย์เจ้าของแผ่นยันต์อาทิ หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา,หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง,หลวงพ่อแทน วัดธรรมเสน,หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช มานั่งกำกับบังคับธาตุให้ละลายทั่วรวมกับเชื่อชนวนต่างๆ เช่น

๑.ชนวนพระกริ่งของสมเด็จพระสังฆราช(แพ) วัดสุทัศน์ ได้มาจากพระอาจารย์ขาว คณะ๙
๒. ชนวนพระกริ่งปรมานุชิด วัดโพธิ์ท่าเตียน ได้มาจากท่านเจ้าคุณเจีย วัดโพธิ์
๓. ชนวนพระกริ่งของท่านเจ้าคุณธรรมวิสุทธาจารย์ วัดสุทัศน์ฯ   
๔. ชนวนหล่อพระรูปหลวงพ่อวัดไร่ขิง มียันต์อิติปิโส รัตนมาลาทั้ง๓ห้อง ได้มาจากอาจารย์เจียมวัดไร่ขิงเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๗
๕. ชนวนหล่อพระกริ่งของพระอาจารย์ไสว วัดราชนัดดา พร้อมทั้งชนวนหล่อพระกริ่งนเรศวร จ.พิษณุโลก
๖. ชนวนหล่อพระภูทราวดี ของพลโทประชา บูรณธนิต ได้จากนายตี๋ ช่างหล่อพระ
๗.ชนวนหล่อหลวงพ่อทวดวัดช้างไห้ จ.ปัตตานี พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมฑิฆัมพร มอบถวาย
๘.ชนวนหล่อพระวัดเทวสังฆราช จ.กาญจนบุรี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นประธานหล่อ นายช่างฟุ้ง อันเจริญมอบถวาย
๙.ชนวนการหล่อพระประธานและพิธีหล่อ ๙ ครั้งของวัดประสาทบุญญาวาสพร้อมด้วยแผ่นยันต์ปลุกเสกจากพระคณาจารย์ ๖๒๒ องค์
๑๐.ชนวนหล่อพระกริ่งของอาจารย์เทพ สาริกบุตร
๑๑.ชนวนหล่อพระกริ่งวัดสุทัศน์ของนายนิรันดร์ แดงวิจิตร(อดีตพระครูหนู วัดสุทัศน์)และชนวนหล่อพระ ๒๕ พุทธศตวรรษ
๑๒.ชนวนหล่อพระกริ่งวัดราชบพิธ พระอาจารย์เรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ มอบถวาย
๑๓.ชนวนหล่อพระกริ่งวัดชิโนรส (กริ่งสมเด็จพระปรมาณุชิตฯ กริ่งพระพุทธสิหิงค์และกริ่งรูปสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) วัดระฆังฯ)
๑๔.ชนวนหล่อพระกริ่งฟ้าผ่าวัดดอนยานนาวา
๑๕.เนื้อชินกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ มอบถวายให้
๑๖.ชนวนหล่อพระรูปสมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดบวรนิเวศน์ พระครูวิมลสรภาณ วัดสุทัศน์ มอบถวาย
เมื่อหล่อสำเร็จแล้วได้นิมนต์พระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงจากทั่วประเทศ  มาทำพิธีปลุกเสก

รายนามคณาจารย์อธิษฐานจิตวัตถุมงคลวัดประสาทบุญญาวาส

อาจารย์ทิม วัดช้างไห้
ลพ.คล้าย วัดสวนขัน
ลพ.ดิษฐ์ วัดปากสระ
ลพ.น้อย วัดธรรมศาลา
ลพ.ใจ และ ลพ. พล วัดวังยายหุ่น
ลป.โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
ลพ.แดง วัดเขาบันไดอิฐ
ลพ.มุ่ย วัดดอนไร่
ลพ.เงิน วัดดอนยายหอม
ลพ.กวย วัดโฆสิตาราม
ลพ.พรหม วัดช่องแค
ลพ.ทบ วัดชนแดน
ลป.ทิม วัดละหารไร่
ลป.เขียว วัดหรงบล
ลพ.จง วัดหน้าต่างนอก
ลป.ดู่ วัดสะแก
ลป.สี วัดสะแก
ลพ.แพ วัดพิกุลทอง
ลป.นาค วัดระฆังฯ
ลป.หิน วัดระฆังฯ
ลพ.โบ๊ย วัดมะนาว
พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา
ลพ.เส่ง วัดกัลยา
ลพ.ถิร วัดป่าเลไลย์
ลพ.เต๋ วัดสามง่าม
ลพ.หน่าย วัดบ้านแจ้ง
ลพ.บุญมี วัดเขาสมอคอน
ลพ.เหรียญ วัดบางระโหง
ลป.เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว
ลพ.ครื้น วัดสังโฆ
ลพ.แช่ม วัดนวลนรดิษฐ์
ลพ.นอ วัดกลางท่าเรือ
ลพ.ผล วัดเทียนดัด
ลพ.โด่ วัดนามะตูม
ลพ.ชื้น วัดญาณเสน
ลพ.สุด วัดกาหลง
ลพ.เนื่อง วัดจุฬามณี
ลพ.กี๋ วัดหูช้าง
ลพ.แก้ว วัดช่องลม
ลพ.กัน วัดเขาแก้ว
ลพ.ทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง
ลพ.ฑูรย์ วัดโพิ์นิมิตร
เจ้าคุณเจีย วัดโพธิ์
เจ้าคุณประหยัด วัดสุทัศน์
ลพ.ดี วัดเหนือ
ลพ.แขก วัดหัวเขา
ลพ.ยิ้ม วัดเจ้าเจ็ด
ลพ.ทองสุข วัดสะพานสูง
ลพ.มิ่ง วัดกก
ลพ.เฮี้ยง วัดป่าฯ
ลพ.จวน วัดหนองสุ่ม
ลพ.อั้น วัดพระญาติ
ลพ.เทียม วัดกษัตราธิราช
ลพ.สอน วัดเสิงสาง
ลพ.แทน วัดธรรมเสน
ลพ.เทียน วัดโบสถ์
ลพ.นิล วัดครบุรี
ลพ.บุดดา วัดกลางชูศรี
ฯลฯ


พระกริ่งมหาสิทธิโชคมีพิมพ์หน้าใหญ่ หน้าเล็ก มีบัวหลัง และไม่มีบัวหลัง จะมีแบบไม่ตอกโค๊ด
และมีการตอกโค๊ด ๗ แบบ
๑.ตอกโค๊ดเลข " ๙ "ตอกเฉพาะเนื้อนวโลหะ
๒.ตอกโค๊ดเลข " ๕ " ตอกทั้งเนื้อนวโลหะ และโลหะผสม
ตอกโค๊ดเนื้อโลหะผสม
๓.ตอกโค๊ด "สามง่าม"
๔.ตอกโค๊ด "บุญ"
๕.ตอกโค๊ด "พระปิดตา"
๖.ตอกโค๊ด " ย. "
๗.ตอกโค๊ด "อุ"(แต่ไม่เหมือนอุในพระกริ่งหน้าฝรั่ง)


นอกจากพระกริ่งมหาสิทธิโชคโค๊ด "บุญ" นอกนั้นยืมภาพท่านอื่นๆ มาเพื่อเป็นวิทยาทาน

๑.ตอกโค๊ดเลข " ๙ "ตอกเฉพาะเนื้อนวโลหะ




๒.ตอกโค๊ดเลข " ๕ " ตอกทั้งเนื้อนวโลหะ และโลหะผสม




๓.ตอกโค๊ด "สามง่าม"




๔.ตอกโค๊ด "บุญ"




๕.ตอกโค๊ด "พระปิดตา"




๖.ตอกโค๊ด " ย. "




๗.ตอกโค๊ด "อุ"(แต่ไม่เหมือนอุในพระกริ่งหน้าฝรั่ง)




พระกริ่งวัดประสาทบุญญาวาสพิมพ์หน้าฝรั่งโค๊ด อุ
เทียบ กับโค๊ด อุ พิมพ์มหาสิทธิโชคจะเห็นได้ว่าไม่เหมือนกัน



15
ทำน้ำมนต์ พระกริ่งแก้วปฏิมากร
ช่วยลูกจากปวดท้องซึ่งสงสัยเป็นไส้ติ่งอักเสบ






ทำน้ำมนต์ พระกริ่งแก้วปฏิมากรช่วยลูกจากปวดท้องซึ่งสงสัยเป็นไส้ติ่งอักเสบ

ลูกชายได้ปวดท้องตอนเช้าวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 เลยให้หยุดเรียนไปกับแม่เค้า แม่เค้ามีประชุมเลยพาไปด้วยแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น บ่นปวดมากขึ้นๆ เลยพาไปหาหมอ ตอนเที่ยงที่คลินิกแห่งหนึ่ง หมอตรวจซ้ำหลายๆรอบลูกก็บอกปวดตรงท้องน้อยด้านขวา(ซึ่งเป็นอาการบ่งบอกว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ)

หมอก็กดหลายๆที่ไม่ปวด มาปวดตรงท้องน้อยด้านขวา หมอเลยสงสัยให้ตรวจเลือด ผลเลือดออกมาก็ยังมาตรวจซ้ำลูกก็ยังบอกว่าปวดที่เดิมตรงท้องน้อยด้านขวา

หมอท่านเลยไม่แน่ใจ เขียนใบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลพระยุพราชสระแก้ว ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดมีหมอผ่าตัดอยู่ แม่เค้ากังวลมากเลยนัดกันที่บ้าน เตรียมเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมไปโรงพยาบาลตามที่แพทย์แนะนำ

มานัดกันที่บ้าน พอเจอกันก็ถามแม่เค้าว่าหมอแน่ใจแล้วเหรอว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบน่ะ เค้าก็บอกว่าหมอก็ไม่แน่ใจเหมือนกันให้เฝ้าระวังไว้ แต่ผมคิดว่าไม่เป็นไส้ติ่งอักเสบ เหตุผลน่ะเหรอ ก็เมื่อคืนผมทานอะไรเหมือนลูกแล้วตีสี่ก็มาเข้าห้องน้ำ ถ่ายเหลว และเริ่มปวดท้องรู้เลยว่าเป็นลำไส้อักเสบติดเชื้อจากอาหารแน่ เลยทานโยเกิร์ติกับกระเทียม (โยเกิร์ติเค้าว่าเป็นเชื้อโรคดีจะคอยกินเชื้อโรคไม่ดีและรักษาแผลในกระเพาะ ส่วนกระเทียมก็มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคบางอย่างได้) ก็รู้สึกดีขึ้น แต่ตื่นเช้ามาก็ปวดท้องน้อยๆ พอรับได้ ทานยาฆ่าเชื้อและทานโยเกิร์ติอีกก็ดีขึ้น

ดังนั้นจึงคิดว่าลูกก็น่าจะเป็นเหมือนกัน เป็นอาหารเป็นพิษ ติดเชื้อประเภทหนึ่งที่มีฤทธิ์กัดผนังกระเพาะ ลำไส้ แต่ไม่ได้ทำให้ถ่ายมาก แน่ๆผมคิด แต่พูดไปแม่เค้าคงไม่เชื่อ เพราะไปตรวจหมอ หมอเค้าตรวจตั้งหลายรอบและมีผลตรวจเลือดด้วย ผมเลยขอเวลาครึ่งชั่วโมงบอกว่า ขออาราธนาทำน้ำมนต์เหมือนคราวก่อนถ้าไม่ดีขึ้นภายในครึ่งชั่วโมงไปหาหมอที่สระแก้วแน่นอน

ผมจะไม่ค่อยอาราธนาพระ ให้ช่วยเรื่องต่างๆก่อน ต้องพยายามทำให้สุดความสามารถก่อนแล้วจวนตัวหรือเรื่องนั้นมีปัญหาใหญ่ถึงอาราธนาพระให้ช่วย เหมือนเรื่องไม่สบายก็ต้องไปหาหมอก่อน แล้วไม่ดีขึ้นหรือไม่แน่ใจถึงอาราธนาทำน้ำมนต์ เพราะพระพุทธเจ้าท่านสอนเสมอว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้าในยามปกติถ้ามีหมออยู่เวลาท่านไม่สบายท่านก็ให้หมอชีวกโกมาภัจจ์รักษา เว้นแต่ในที่ห่างไกล ไม่มีหมอ ท่านถึงใช้พุทธานุภาพรักษา

ก็อาราธนาพระกริ่งแก้วปฏิมากร สวดนะโม 3 จบ อิติปิโส 1 จบอาราธนา พระกริ่งแก้วปฏิมากร หลวงปู่โต๊ะ หลวงพ่อเกษม ขอให้แสดงผลให้ชัดเจนว่าเป็นอะไร ขอให้ปวดน้อยๆ พอรับได้ ว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ หรือ กระเพาะอักเสบ ลำไส้อักเสบกันแน่(ที่ไม่อาราธนาให้หายปวดเลยเพราะกลัวเป็นไส้ติ่งหายปวดแล้วเป็นจริงจะเป็นอันตรายได้) แล้วให้ลูกดื่มน้ำมนต์ แต่ลูกก็ดื่มได้ไม่มากประมาณ สอง สามอึก แล้วเหมือนลูกเค้าเพลีย เพราะไม่ได้ทานอะไร หมอให้เตรียมตัวไม่ให้ทานอะไรก่อนผ่าตัด น่ะครับ ลูกเลยขอตัวนอน เค้าก็นอนหลับได้ซักพักประมาณ หนึ่งชั่วโมง

ตื่นมาอาการปวดท้องหายเป็นปลิดทิ้ง หิวเลยขออะไรทาน ผมเลยของอ่อนๆ ให้ทาน ก็ไม่ปวดท้อง ผมเลยลองดูว่าเป็นอะไรกันแน่ นำน้ำมนต์ผสมน้ำแดงยี่ห้อหนึ่ง ให้ลูกดื่ม ผลคำแรกลูกบอกปวดท้องหน่อยๆ ผมเลยถามปวดตรงไหนครับ ลูกบอกปวดตรงกลางท้องผมถามเลยสะดือไหม บอกเลยครับ แม่เค้าก็ถามย้ำอีกทีผลก็เหมือนเดิม เลยปรึกษากันว่าเฝ้าระวังที่บ้านนี่แหละ หลังจากนั้นก็ปวดตอนสองทุ่ม ครั้งหนึ่ง สี่ทุ่มอีกครั้งหนึ่งแต่ปวดน้อยพอรับได้แล้ว

รุ่งเช้าเลยหาหมอท่านใหม่ อธิบายถึงอาการปวดท้อง หมอเลยบอกอาหารเป็นพิษ ให้ยามาทาน อีกสองวันก็หายปวดไปเรียน ขากลับพาไปกินไก่ทอดได้ พุทธานุภาพพระกริ่งแก้วปฏิมากร หลวงปู่โต๊ะ หลวงพ่อเกษม ช่วยแน่นอนครับถึงหายเร็วขนาดนี้ และเป็นข้อพิสูจน์ว่าพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ผ่านพลาสติกได้แน่นอน เพราะผมก็อาราธนาทั้งที่หุ้มพลาสติกนี่แหละครับ


ลูกชายไปหาหมอ



แพทย์ได้เขียนใบส่งตัวอธิบายถึงการปวดท้องน้อยด้านขวา




ผลตรวจเลือดก็มีอาการบ่งบอกว่าอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบได้แพทย์ให้เฝ้าระวัง



หลังจากดื่มน้ำมนต์ก็นอนหลับไป





หายร้องอยากกินไก่ทอดเลยพาไปทาน


หน้า: [1] 2 3 ... 7

 

 

 

สมัครสมาชิกไม่ผ่าน หรือ แจ้งปัญหาการใช้งาน หรือ ติดต่อผู้ดูแลเว็บ หรือ สนใจลงโฆษณา โทร ๐๘๖๒๒๒๐๐๕๕

อุดรธานี power bank กระบอกน้ำ Inverter mitsubishi บริษัท รับทําเว็บไซต์ ของพรีเมี่ยม แฟลชไดร์ฟ plc mitsubishi ปากกา servo motor ราคา