แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - thesun

หน้า: [1] 2 3 ... 96
1
1121.เหรียญหล่อใบโพธิ์รุ่นแรก (เนื้อนวะ) หลวงปู่บุญมี โชติปาโล วัดสระประสานสุข จ.อุบล ปี36 หายาก
กล่องเดิมครับ
700-










2
1120.พระกริ่งครึ่งซีก เนื้อดิน พิมพ์ใหญ่ เจ้าคุณศรีสนธิ์ วัดสุทัศน์ กทม. ปี2484 พระดีพิธีใหญ่ ราคาเบา ใช้แทนพระกริ่ง วัดสุทัศน์เนื้อโลหะ
พิธีเดียวกันที่ราคาไปหลักแสนแล้วได้เลยครับ พระดีพุทธคุณแรงๆ  เปิดบูชาเบาๆเลี่ยมโบราณเก่าๆแบบ สามมิติ
1000-

ท่านเจ้าคุณศรีสัจจญานมุนี(สนธิ์) ท่านนี้ไม่ได้สร้างเฉพาะแต่พระกริ่งพระชัยวัฒน์เนื้อโลหะอย่างเดียวนะครับ ท่านยังได้สร้างพระชัยวัฒน์ เนื้อผงและเนื้อดินไว้ด้วย ซึ่งนักนิยมสะสมพระมักจะมองไปที่พระกริ่งและพระชัยวัฒน์ที่เป็นเนื้อโลหะ แต่เดี๋ยวนี้ท่านจะไปหาได้ที่ไหน สร้างแต่ละครั้งก็ไม่มาก หาได้แต่ต้องใช้ทุนทรัพย์แสนแพง แต่เรายังมีทางเลือกครับ ในเมื่อเนื้อโลหะหาไม่ได้เพราะแพง เราก็หันมาหาพระกริ่ง พระชัยวัฒน์เนื้อผงและเนื้อดินแทนก็แล้วกัน
พิธีปลุกเสกก็เป็นเกจิอาจารย์เก่งๆที่สมเด็จพระสังฆราช(แพ) ทรงคัดเลือกให้นิมนต์มาปลุกเสกพระกริ่งพระชัยวัฒน์ในสมัยนั้น ซึ่งพระกริ่งพระชัยวัฒ์เนื้อผงเนื้อดินก็ได้เข้าร่วมในพิธีด้วยเสมอ
จึงไม่ต้องสงสัยอันใดเลยว่าพระกริ่ง พระชัยวัฒน์เนื้อผงเนื้อดินจะไม่มีพุทธคุณดีจริง  เจ้าคุณศรี(สนธิ์) ได้สร้างพระเครื่องที่เป็นทั้งเนื้อดินและเนื้อผงมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่อยู่คณะ๑๓
และต่อมาย้ายเป็นเจ้าคณะ๑๑ท่านยังคงพิมพ์พระดังกล่าวเรื่อยมา ที่ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน ทำกันอย่างจริงๆจังๆก็ในราวปี พ.ศ. ๒๔๘๒-๒๔๘๓ที่คณะ๑๑ พยานบุคคลที่ยืนยันความนี้คือ
 ท่านเจ้าคุณแปะ (พระราชวิสุทธาจารย์ คณะ๖ วัดสุทัศน์) พระภิกษุสังวาลย์ วลาโภ (หลานเจ้าคุณศรี(สนธิ์) มาพำนักอยู่ที่วัดสุทัศน์ฯ เพื่อรับใช้เจ้าคุณศรี(สนธิ์)เมื่อครั้งอายุ ๙ ขวบ
 เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๑ และพำนักอยู่ที่วัดสุทัศน์ฯโดยตลอดกระทั่งอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ท่านยืนยันว่า เมื่อมาอยู่ก็เห็นเจ้าคุณศรี(สนธิ์)พิมพ์พระผงแล้ว)และอีกท่านหนึ่งที่ยืนยันหนักแน่นคือ คุณกฤษ์ ทัพพะรักษ์ เพราะท่านผู้นี้เป็นผู้ช่วยในการพิมพ์พระผงด้วย ทั้งยังเป็นศิษย์รับใช้ใกล้ชิดมาโดยตลอดระยะเวลาถึง ๑๘ ปีเต็ม ท่านยืนยันว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ เจ้าคุณศรีได้เร่งให้พิมพ์พระเป็นการใหญ่ โดยที่ท่านนั่งคุมอยู่ด้วยทั้งวัน ไม่ยอมละสายตาไปไหน  และผู้ที่มาช่วยในการพิมพ์พระ ถ้าเป็นฆราวาส ก็ต้องนุ่งขาวห่มขาวถือศีล๘อย่างเคร่งครัด ต้องตั้งอกตั้งใจภาวนาพระคาถาตั้งแต่ปั้นเนื้อผงพระ-กดลงแม่พิมพ์-นำพระออกจากแม่พิมพ์ เมื่อขณะทำพระพิมพ์ก็ต้องระมัดระวังคำพูดจาไม่ให้พูดคำเพ้อเจ้อ ตลกโปกฮาเหลวไหล ทำน้ำมนต์หกเลอะเทอะท่านก็ดุ ให้มีการสำรวม ท่านว่าของจะดีอยู่ที่การเริ่มต้น และเจตนาที่เป็นกุศลเป็นที่ตั้ง มิใช่สักแต่พิมพ์เป็นพระเท่านั้น


..ส่วนผสมของพระรุ่นนี้ ก็มีผงวิเศษต่างๆที่เจ้าคุณศรี(สนธิ์) เขียน-ลบด้วยตนเอง เนื่องจากท่านได้ศึกษามาอย่างเจนจบ
ไม่ว่าจะเป็นผงมหาราช ปัถมัง อิทธิเจ พุทธคุณฯลฯ รวมเข้ากับพระเก่า พระชำรุดของวัดระฆังบ้าง พระกรุเก่าบ้าง ผสมกับว่านทั้งหลาย ๑๐๘ ชนิด
 ผงธูป ผงเกสร ดอกไม้ เศษตะไบพระกริ่งของสมเด็จพระสังฆราช(แพ) สำหรับพระเครื่องเนื้อดินนั้น ดินส่วนใหญ่ท่านเจ้าคุณศรี(สนธิ์)จะนำมาจากดินที่ขุดเสาเข็มสะพานพระบาท
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต้นบรมวงศ์จักรี รัชกาลที่๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์(สะพานพุทธ) ขณะที่ขุดดินทำเสาเข็ม ท่านใช้ให้คนไปขอดินบ่อยๆได้ยินท่านว่าเป็นดินที่ดี
 และอยู่ในกลางใจเมืองไทย ดินเหล่านี้ท่านนำมาผสมกับดินจากสถานที่ต่างๆอีกมาก ผสมกับผงวิเศษและว่าน รวมทั้งเศษตะไบพระกริ่ง เมื่อพิมพ์พระแล้วจึงนำมาเผา
ซึ่งจะเป็นพระพิมพ์ที่เหมือนกับพระผงจึงจะกล่าวรวมกันดังนี้..


ประสบการณ์มากมายขอสังเขปไว้ดังนี้

ไฟไหม้..
. ชาวบ้านแถบตลาดพลูท่านหนึ่งได้ประสบกับเหตุการณ์ที่ลืมไม่ลง กล่าวคือไฟได้ลุกลามไหม้ละแวกบ้านของท่านผู้นี้ ด้วยความตกใจก็รีบร้อนขนเสื้อผ้าออกจากบ้านวิ่งหนีไฟอย่างชุลมุนวุ่ยวายเป็นที่สุด แต่เมื่อไฟดับลงแล้ว ปรากฎความว่าบ้านของท่านผู้นี้ตกอยู่ในวงล้อมของกองเถ้าถ่าน และคงเหลือบ้านของท่านผู้นี้ในสภาพที่ไม่ชอกช้ำเพราะเปลวไฟอยู่หลังเดียว ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเมื่อลมพัดโหมนำเปลวเพลิงที่ร้อนแรงพุ่งตรงเข้าหาบ้านหลังนี้ก็เกิดมีลมอีกกระแสหนึ่ง พัดกระโชกมาเปลี่ยนทิศทางของเปลวเพลิงอันร้อนแดงนั้นอยู่เสมอจนกระทั่งไฟดับ ท่านผู้นั้นไม่มีพระอะไรติดบ้าน นอกเสียจากพระชัยวัฒน์เนื้อผงของท่านเจ้าคุณศรี(สนธิ์)อยู่องค์เดียว และก็ได้รับมาจากวัดสุทัศน์ฯ เมื่อคราวสงครามอินโดจีน ราว พ.ศ. ๒๔๙๕ นั้นเอง ต่อมาก็ลืมเลือนเนื่องจากไม่ได้เป็นผู้สนใจด้านพระเครื่อง ต่อมานึกได้ว่าเป็นพระที่ได้จากวัดสุทัศน์ฯ จึงได้เข้าไปในวัดเพื่อสอบถามหาท่านเจ้าคุณศรี(สนธิ์)เพื่อขอรับพระอีกและได้เล่าเรื่องราวเหตุการณ์นี้ให้แก่พระภิกษุในวัดสุทัศน์ฯฟังหลายองค์ เป็นที่เสียดายว่าไม่สามารถติดตามชื่อและที่อยู่ของท่านผู้นี้มาแสดงให้กับท่านผู้อ่านได้ แต่ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและได้รับฟังมาจากผู้ที่เชื่อถือได้

...เลี้ยงบุตรง่าย...

ท่านอาจารย์โรงเรียนวัดบางปะกอกวิทยาคมท่านหนี่ง(ขอสงวนนาม) เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เมื่อราว พ.ศ. ๒๔๙๕ ท่านได้รับพระกริ่ง พระชัยเนื้อผงจากหลวงพ่อพริ้ง
 อดีดเจ้าอาวาสวัดบางปะกอกมาสององค์ แรกก็เข้าใจว่าเป็นของหลวงพ่อพริ้ง จึงนำมาให้บุตรแขวนติดตัวเพื่อป้องกันอันตราย ปรากฎว่ามีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับบุตรชายหลายครั้ง
 ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุตกจากที่สูงก็ไม่ได้รับอันตราย ถึงกับบาดเจ็บโลหิตออก มีก็ฟกช้ำเท่านั้น สุนัขกัดก็ไม่เข้า นอกจากนี้ยังสังเกตว่าก่อนที่จะนำพระมาให้แขวนนั้นเป็นเด็กที่ขี้อ้อน
 เลี้ยงยาก เจ็บป่วยบ่อยๆ แต่เมื่อมีพระชัยวัฒน์นี้แล้วก็กลับเป็นบุตรที่เลี้ยงง่าย ไม่เจ็บบ่อยเช่นที่เคยเป็น...


พระกริ่งพระชัยวัฒน์ ท่านเจ้าคุณศรี(สนธิ์)  เนื้อดิน เป็นพระเก่าร่วม ๘๐ ปี เข้าไปแล้ว เป็นพระที่น่าใช้ เพราะพระที่ปลุกเสกก็เป็นพระเถราจารย์เก่งๆที่ไปมาหาสู่สมเด็จพระสังฆราช(แพ)
 บ่อยๆ เช่นหลวงพ่อพริ้งองค์หนึ่งละ ถ้าไม่เก่งจริง กรมหลวงชุมพรฯ คงไม่ฝากตัวเป็นศิษย์แน่ และ หลวงพ่อพริ้งก็เป็นองค์หนึ่งที่ปลุกเสกพระรุ่นนี้
 ร่วมกับเกจิอีกหลายองค์เมื่อคราวมีพิธีปลุกเสกพระกริ่งพระชัยวัฒน์ ของวัดสุทัศน์ฯ ท่านลองคิดดูว่าพระชัยเนื้อผงนี้น่าใช้เพียงใดแถมราคาก็ถือว่าถูกสุดๆ
 เมื่อเทียบกับพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ เนื้อโลหะ














3
1119.พระขุนแผนผงพรายกุมาร ลพ.สาคร วัดหนองกรับ จ.ชลบุรี รุ่นผ้าป่าสามัคคี ปี46  เนื้อขาว ทาบอร์น ตะกรุดทองแดง ผสมผงพรายกุมารหลวงปู่ทิมแท้ๆ
ใช้แทนขุนแผนพรายกุมารหลวงปู่ทิมหลักแสนได้เลยครับ
เปิดบูชา 2200-





หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ท่านได้รับการถ่ายทอดพุทธาคม วิชาไสยเวทย์ต่างๆจากหลวงปู่ทิม อิสริโก อย่างหมดสิ้น และยังได้ร่วมนั่งปรกปลุกเสกกับหลวงปู่ทิม
 อยู่หลายครั้ง บางครั้งหลวงปู่ทิมได้มอบหมายให้หลวงพ่อสาครนั่งปรกแทนท่านอยู่หลายครั้งอย่างไว้วางใจ ลูกศิษย์ได้ถามหลวงปู่ทิมว่า
 " หากสิ้นหลวงปู่แล้วพวกกระผมจะพึ่งพิงพระองค์ใดได้บ้างครับ (หลวงปู่ทิมได้กล่าวไว้ว่า) โน่น ท่านสาคร(หลวงพอสาคร) เขาเรียนของนี่ไว้เยอะ

เนื่องด้วยงานทอดผ้าป่าสามัคคีของวัดหนองกรับ พ.ศ.2546 เพื่อสมทบทุนสร้างกุฎิหลังใหม่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ซึ่งยังขาดทุนทรัพย์อยู่ หลวงพ่อสาครได้จัดสร้างพระพิมพ์ขุนแผนผงพรายกุมารขึ้นตามตำรับหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ประกอบด้วยเนื้อผงดังต่อไปนี้
1. ผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม
2. ผงมหานิยมน้อย
3. ผงมะหานิยมใหญ่
4. ผงว่านสบู่เลือด
5. ผงจินดารูปทอง
6. ผงมะหาราช
7. ผงพระเจ้าเข้านิโรชน์
8. ผงอุลุม
9. ผงปถมัง


พระขุนแผนรุ่นผ้าป่าสามัคคีของวัดหนองกรับ พ.ศ.2546 เป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หมดจากวัดในเวลาอันรวดเร็ว เป็นที่นิยมและแสวงหา

พระดีน่าเก็บอนาคตไกล ตำรับขุนแผนผงพรายกุมารหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ น่าใช้มาก (อนาคตแรงแน่นอน)




ประสบการณ์ข่าวหน้าหนึ่ง มาแล้ว ขุนแผนพรายกุมาร ปี 46 หลวงพ่อสาคร เอสเค ถล่มยิงไม่ระคายผิว บรรดาเซียนพระต่างพากันไปขอดูตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์
ปรากฏว่า องค์ขุนแผนที่แขวนคือ ขุนแผนหลวงพ่อสาครปี 46














4
1118.แหวนลักขี วัดพุทธมงคลนิมิต จ.นครสวรรค์  ปี10 แหวนดีพิธีใหญ่ 800-ปิดท่านJ999ครับ


 พิธี"ลัคขี"ในพิธีนี้ได้ใช้บทสวดสรรเสริญพุทธคุณฯ อิติปิโสฯ สวดจนครบล้านจบ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ทั้งพระและฆราวาส
สำหรับครูบาอาจารย์ที่มาร่วมพิธีเป็นครูบาอาจารย์สายพระอาจารย์มั่นเกือบทั้งหมด สมเด็จพระญาณสังวร เสด็จมาเป็นประธานในพิธี(พระศาสนโสภณ-ในสมัยนั้น )
ส่วนครูบาอาจารย์อื่นๆที่มาร่วมในพิธีเช่น หลวงตามาหาบัว,หลวงปู่สิม,หลวงปู่เจี๊ยะ,หลวงปู่ชอบ,พระอาจารย์วัน,หลวงปู่หล้า,หลวงพ่อวิริยังค์ ฯลฯ ทุกท่านมาร่วม อธิษฐานจิต








5
1117.เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่บุญมา มุนิโก วัดบ้านหนองตูม จ.ขอนแก่น ปี15 พิมพ์4ชาย พุทธคุณสุดยอด อดีตพระเกจิสายวิปัสสนาชื่อดังของเมืองหมอแคนและอีสาน
ใครแขวนเหรียญหลวงปู่ไม่มีตายโหง หลวงพ่อคูณยังฝากตัวเป็นศิษย์ท่าน   ไม่ธรรมดาแน่นอน
800- ปิดท่านj999ครับ





ประสบการณ์วัตถุมงคลท่านมีมากมายเอาพอสังเขป  โดยประสบการณ์ของผู้เขียน(ตุ่นหนุนดวง) ที่ประสบได้ด้วยตนเอง
ย้อนกลับไปเมื่อ 17 ปีที่แล้ว แม่ของผู้เขียนได้นิมนต์หลวงปู่มาฉันเพลที่บ้าน ตอนทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ท่านได้เมตตา สวดมนต์ ฝังหลักฝังคาน ผูกสายสิญจ์ อีกทั้งเสกน้ำมนต์ ประพรมน้ำมนต์ให้ผู้ที่มาร่วมทำบุญบ้าน  ในครั้งนั้น ท่านเมตตาแจกตะกรุดให้คนละดอกและล็อกเก็ต แก่ครอบครัวผู้เขียน หลังจากนั้นไม่นาน แม่ของข้าพเจ้าได้ประสบอุบัติเหตุรถชน ต้องถึงขั้นผ่าตัดขาด้านซ้าย เข้าห้องผ่าตัดแล้ว ปรากฎว่า มีดที่หมอใช้ผ่าตัดเพื่อต่อกระดูกให้แม่นั้น มันกรีดไม่เข้าเนื้อเลย ทำยังไงก็ไม่เข้า คุณหมอจึงสั่งให้พยาบาลค้นตัวแม่ทั้งหมด พบล็อตเก็ตของหลวงปู่ที่แม่ห้อยอยู่ที่คอ คุณหมอจึงให้พยาบาลถอดออก แล้วจึงทำการผ่าตัดได้ หลังจากการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว คุณหมอจึงเรียกพ่อไปพบ แต่ไม่ได้คุยเรื่องอาการของแม่นะ คุยเรื่องพระที่แม่แขวนที่คอ แล้วก็ส่งพระคืนให้กับพ่อ จากวันนั้นคุณหมอท่านนี้ก็ได้ไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับท่าน







                                                                                                                     

6
1116.พระบูชาหลวงพ่อดำ(พระราชพุทธิรังษี) วัดมุจลินทวาปีวิหาร (วัดตุยง) อ.หนองจิก จังหวัดปัตตานี รุ่น2 ปี2521  จัดเป็นพระบูชายอดนิยมหลวงพ่อดำ  หน้าตัก5นิ้ว ฐาน6 นิ้ว ใต้ฐานเทปูนขาวหนักมาก
และบรรจุแผ่นปั๊มยันต์และเดือนปีที่จัดสร้าง เอาไว้ด้วย พระบูชา ล.พ.ดำ องค์นี้สภาพสวยสมบูรณ์มากครับเก็บเก่าอย่างดี ผิวหิ้ง   
ในชุดพระบูชาของหลวงพ่อถือว่านิยมสุด นิยมกว่าพระบูชารุ่นแรก ปี19 เสียอีกครับ  สร้างน้อย หายาก งดงาม เป็นรุ่นที่แกะใบหน้าได้เหมือนหลวงพ่อมากครับ
 
เปิดบูชา 16,500- สายตรงเปิดบูชาแพงกว่านี้มากครับ
ปิดท่านj999ครับ
 หลวงพ่อดำ วัดตุยง ท่านเป็นพระที่ชาวจังหวัดปัตตานี และสามจังหวัดชายแดนใต้นับถือ เป็นอย่างมาก ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน และด้วย
บุญวาสนา บารมีของหลวงพ่อ จังหวัดชายแดนใต้จึงมีแต่ความร่มเย็น เป็นสุข




พระราชพุทธิรังษี (หลวงพ่อดำ) ท่านเป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดในข้อวัตร  พระธรรมวินัย และมีวาจาศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันทางวัดมุจลินทวาปีวิหาร (วัดตุยง) ได้สร้างศาลาประดิษฐานรูปปั้นหลวงพ่อดำเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพสักการะหลวงพ่อดำ มีนามเดิมว่า ดำ นามสกุล จันทรักษ์ เกิดวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2437 ที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา บิดามีนามว่า หลวงจรานุรักษ์เขตร (พลับ จันทรักษ์) มารดามีนามว่า นางพ่วนเหนี่ยว จันทรักษ์ เด็กชายดำ จันทรักษ์ เริ่มการศึกษาที่บ้าน โดยเรียนกับบิดาจนอ่านออกเขียนได้ จนถึงอายุได้ 19 ปี จึงบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดนาทับ ได้ศึกษาหนังสือขอม ทั้งขอมไทยและขอมบาลีจนเชี่ยวชาญ ระหว่างที่เป็นสามเณรได้เกิดอาพาธจึงได้ลาสิกขาชั่วคราว เหตุผลเพราะยาโบราณต้องผสมสุรา เมื่อหายอาพาธ แล้วจึงได้กลับมาอุปสมบทในขณะที่มีอายุ 22 ปี ได้นามฉายาครั้งแรกว่า "นนฺทิยมาโน" ต่อมาได้เดินทางไปกรุงเทพฯ โดยได้ไปจำวัดที่วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (หม่อมเจ้าภุชงค์) วัดราชบพิธ ได้ทรงเปลี่ยนนามฉายาให้ใหม่เป็น "นนฺทิโย" ซึ่งเป็นคำนาม แปลว่า "ผู้เป็นที่ตั้งแห่งความเพลิดเพลิน" แล้วทรงฝากให้ศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกสามัญและแผนกบาลีที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ โดยท่านได้เดินทางกลับปัตตานี อีกครั้ง มาประจำอยู่ที่วัดมุจลินทวาปีวิหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี จนถึงมรณภาพ
สณศักดิ์ต่างๆ ดังนี้ วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2464 เป็นฐานานุกรมของพระครูพิบูลย์สมณวัตร (หลวงพ่อชุม) เจ้าอาวาสวัดมุจลินทวาปีวิหารที่ "พระใบฎีกา" วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2476 พระเทพญาณโมลี เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "เจ้าคณะหมวดตุยง" วันที่ 10สิงหาคม พ.ศ. 2477 พระเทพญาณโมลี เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง"ผู้ช่วยเจ้าคณะแขวงตุยง" วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2482 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นที่ "พระครูมานิตสมณวัตร" วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495 ได้รับการแต่งตั้งเป็น"ผู้รักษาการในตำแหน่งสาธารณูปการจังหวัดปัตตานี" วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2495 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นพระราชาคณะ (เจ้าคุณ) ชั้นสามัญที่ "พระมุจลินทโมลี" วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2515 ได้รับแต่งตั้งเป็น"เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี" วันที่ 5ธันวาคม พ.ศ. 2516 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นพระราชาคณะ ชั้นราชที่ "พระราชพุทธิรังษี" ท่านยังเป็น พระกรรมวาจาจารย์ (เป็นพระคู่สวดของ อาจารย์ทิม วัดช้างให้) อีกทั้งท่านยังเป็นประธานในพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลของวัดช้างให้มาโดยตลอดอีกด้วย พระราชพุทธิรังษี หรือหลวงพ่อดำ ได้บริหารคณะสงฆ์และงานก่อสร้างสังฆเสนาสนะตลอดถึงงานทุกอย่าง เสร็จเรียบร้อยประหนึ่งปาฏิหาริย์ ทั้งนี้เป็นเพราะปาฏิหาริย์ประพฤติดีประพฤติชอบ ท่านเดินจงกรมตั้งแต่ เวลา 19.00 – 22.00 น. เป็นประจำ อีกทั้งยังเข้าห้องนั่งสมาธิตลอดมาจนถึงวาระสุดท้าย ท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2526 เวลา 23.10น. สิริรวมอายุได้98 ปี 10 เดือน 14 วัน มีพรรษา 68 พรรษาเมื่อปี พ.ศ. 2526 รวมอายุได้ 98 ปี


วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ได้เสด็จฯ มาเยี่ยมวัดมุจลินทวาปีวิหาร เป็นการส่วนพระองค์ พร้อมกันนี้ได้สนทนาธรรมกับพระราชพุทธิรังษี (หลวงพ่อดำ นนฺทิโย)
และทรงประทานเภสัชแด่หลวงพ่อดำ เจ้าอาวาสวัดมุจลินทวาปีวิหาร


















7
1115.ล็อกเก็ตรุ่นแรกพิมพ์สี่เหลี่ยม หลวงปู่ผินะ ปิยธโร วัดสนมลาว จ.สระบุรี สร้างน้อยมาก 1 ใน 89 หายาก ด้านหลังล็อกเก็ตบรรจุผงเก่า อุดเม็ดแร่กันฟ้าผ่า
และพระสูตรพิมพ์จิ๋วสร้างน้อย พร้อมตะกรุดจารมือ นิยม มาพร้อมเลี่ยมเงินโบราณแกะลาย หนาๆ
พิเศษเจ้าของเดิมเอาเกศา ธาตุขันธ์ของหลวงปู่มาติดที่หน้าล็อคเก็ตด้วยครับ ค่าเลี่ยมต้องมีพันกว่าแล้วครับ
เปิดบูชา 4,200-
สมัยก่อนล็อคเก็ตเฉยๆหาบูชากัน 7-8 พันบาทครับ
ปิดท่านj999คับ


8
1114.ผ้าชุบน้ำหมาก พระเจ้า 5 พระองค์ พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช แท้ทันยุค สุดยอดเครื่องรางแดนใต้ และเป็นเอกลักษณ์ของพ่อท่านไม่มีใครเหมือน
 ลูกศิษย์ต่างหวงแหนกัน พุทธคุณสุดยอด  ท่านมีชื่อเสียงกับชานหมาก เมตตา มหานิยม แคล้วคลาด ดีมากครับ สภาพสมบูรณ์ไม่ขาด ผ้าดิบเก่าๆ
  1300-


ผ้าชุบน้ำหมากพ่อท่านคล้าย เครื่องรางแบบนี้ ลูกศิษย์ ต่างหวงแหนกัน พุทธคุณสุดยอด ท่านมีชื่อเสียงกับชานหมาก
ไม่ใช่พ่อท่านคล้ายจะมีชื่อเพราะพระเครื่อง ราคาสุงเรือนหมื่นเรือนแสน แต่ที่แคล้วคลาดเป็นที่ประจักษ์ คือผ้าชุบน้ำหมากพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์
หรือที่ชาวบ้านเราท่านเรียกว่า ยันต์พระเจ้า 5 องค์ เกิดขึ้นจากสมัยนั้น มีผู้คนต้องการชานหมากของพ่อท่านมาก ไม่สามารถที่พ่อท่านจะจัดหาให้ได้
 ท่านจึงให้คนนำผ้ามา แล้วตัดเป็นสี่เหลี่ยม ท่านพับ แล้วเอาไปจุ๋มที่ปาก น้ำหมากก็ติดมาเป็นวง 5 วงในครั้งเดียว แต่ก็ยังไม่พอต่อความต้องการอีก
พ่อท่านเลย ให้ตัดผ้าพับซ้อนกันแล้วท่านเอาหัวแม่มือจุ๋มที่ปาก ลงไปกดที่ผ้า ปรากฎว่า จากผืนแรกจนผืนสุดท้าย ปากหมากติดเพียงครั้งเดียวที่ท่านกดทุกผืน
เป็นเช่นนี่ทั้ง 5 มุม บริกรรมคาถา แล้วนำมาทาบไว้ที่ปากเพื่อให้ติดน้ำหมาก แล้วคลี่ออกมากางก็กลายเป็นรอยน้ำหมากห้าจุดอย่างที่เห็น
สร้างไว้เพื่อแจกชาวบ้านที่ได้มาทำบุญที่วัด สมัยก่อนพ่อเฒ่าแม่เฒ่า นิยมพกติดตัว และ ถ้าลูกหลานไปทหาร จะเป็นของนำติดตัวตลอด








ปิดครับ

9
1114.ผ้าชุบน้ำหมาก พระเจ้า 5 พระองค์ พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช แท้ทันยุค สุดยอดเครื่องรางแดนใต้ และเป็นเอกลักษณ์ของพ่อท่านไม่มีใครเหมือน
 ลูกศิษย์ต่างหวงแหนกัน พุทธคุณสุดยอด  ท่านมีชื่อเสียงกับชานหมาก เมตตา มหานิยม แคล้วคลาด ดีมากครับ สภาพสมบูรณ์ไม่ขาด ผ้าดิบเก่าๆ
  1300-
ปิดครับ


10
1113.เอาสุดยอดของหายาก ยอดนิยม มาแบ่งปัน พระนาคปรกสัตตนาเค พระผงโสฬสมหาพรหม  หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง ปี2505
 หนึ่งในวัตถุมงคล ในทำเนียบหลวงปู่ทิม ที่ลูกศิษย์สายนี้อยากที่จะครอบครอง จัดสร้างเพียง 108 องค์ สวยๆ ส่งประกวดติดรางวัลแน่นอน รับประกันทุกกรณี
 เปิดบูชาจับต้องได้ 27,000- แถมตลับเงิน 1 ใบ หรือนำไปใส่ตลับทองก็ดีครับ
  (สายตรงสามหมื่นกว่าขึ้นครับ
เศรษฐกิจดีแต่ก่อนต้องหาบูชา สี่หมื่นกว่าขึ้นครับสภาพนี้)

 


พระผงโสฬสมหาพรหม หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ สร้างโดยคุณปถม อาจสาคร นับว่าเป็นชุดสุดยอดชุดหนึ่งของพระเครื่องหลวงปู่ทิมซึ่งมากด้วยประสบการณ์ เป็นที่หวงแหนกันมากของผู้ที่มีโอกาสครอบครองเป็นเจ้าของ คือ ดีทั้งผู้สร้าง พิธีและมวลสาร ตลอดจนวัตถุประสงค์ในการสร้างครบและมีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองที่ไม่มีสร้างในพระเกจิอาจารย์อื่นๆและของเก๊ไม่สามารถทำได้ เพราะใช้รักแดงจากเมืองจีนสมัยก่อน ซึ่งไม่สามารถหาได้ในสมัยนี้ คุณ ปถม อาจสาคร เป็นอดีตสหกรณ์อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้รวบรวมผงมวลสาร โดยเฉพาะผงโสฬสมหาพรหมเป็นผงของหลวงปู่ศรีทัต อาจารย์ของหลวงปู่จันทร์ เขมิโย วัดศรีเทพ ผู้นั่งอยู่ในใจของชาวนครพนมมาตลอด และ ผงของหลวงปู่สนธิ์ เจ้าอาวาสวัดท่าดอกแก้ว ผู้สืบตำแหน่งแทนหลวงปู่ศรีทัต ผงโสฬสมหาพรหม นี้ หลวงปู่ศรีทัต ได้ใช้เวลาในการสร้างถึง 1 ปี การลงผงโสฬสนั้นต้องลงด้วยอักขระตัวขอม เป็นกลยันต์ โดยภาวนาจากจากตัวต้นจนถึงตัวสุดท้าย ผูกสลับเป็นกลยันต์ 16 มุม ในแต่ละมุมแบ่งเป็น 16 ชั้น แต่ละชั้นลงอักขระ 16 ช่อง อักษรในแต่ละตัว แต่ละช่อง ต้องลบถม เรียกสูตร 16 คาบ ผูกอธิษฐานเสกครบถือเป็น 1 ครั้ง และต้องทำแบบเดียวกันครบ 16 ครั้ง แล้วรวบรวมผงที่เสกทั้ง 16 ครั้ง มาอธิษฐานจิตตามตำราจนครบถ้วนตามฤกษ์ แล้วจึงนำผงมาลูบในกระดานบังเกิดเป็นอักขระยันต์โสฬสมหาพรหมโดยไม่ได้เขียน จึงจะถือว่าสำเร็จสมบูรณ์ใช้ได้ ผงที่ได้นี้ครบตามสูตร เชื่อกันว่าเทพเทวะทั้ง 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน 14 บาดาล 21 ชั้นพรหมต่างๆ ทุกพระองค์ จะลงมาอนุโมทนาอำนวยพรให้ ผงวิเศษนี้จึงมีอานุภาพแรง ทรงความขลังศักดิ์สิทธิ์ ผู้บูชาผงนี้ จะอุดมด้วยลาภสักการะ วาสนา บารมี ปรารถนาสิ่งใดจะสำเร็จดังใจปรารถนาทุกประการ เพียบพร้อมด้วยเมตตามหานิยม ดลบันดาลให้หายจากสรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพภัย สรรพภัย และอันตรายทั้งปวงจากคุณไสย คุณดำและสิ่งซึ่งชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวง ปรารถนาหายหมดสิ้น ไม่มีการเบียดเบียนได้ ผงโสฬสมหาพรหมนี้ หลวงปู่ศรีทัต ได้สร้างพระแจกญาติ โยม แถววัดท่าดอกแก้วและได้เก็บส่วนหนึ่งไว้ในบาตร จนตกมาถึงหลวงปู่สนธิ์ ซึ่งเก็บไว้เฉยๆไม่ได้ทำอะไร ในปี 2495 คุณปถม อาจสาคร ซึ่งเป็นหัวหน้าสหกรณ์อำเภอท่าอุเทน ในขณะนั้น ได้มีความประสงค์จะสร้างพระถวายหลวงปู่สนธิ์ คุณประถม จึงได้ปรึกษาและขออนุญาตหลวงปู่สนธิ์ซี่งท่านก็ไม่ขัดข้องและยังได้มอบผงโสฬสมหาพรหมของหลวงปู่ศรีทัตให้ด้วย เมื่อสร้างพระเสร็จแล้ว ยังมีผงเหลืออยู่อีกครึ่งบาตรกว่าๆ คุณปถม ได้นำผงไปคืนท่าน แต่หลวงปู่สนธิ์ได้บอกว่าให้เก็บไว้สร้างพระในอนาคตต่อไป ต่อมาในปี 2502 คุณปถม อาจสาคร ได้ย้ายมาจังหวัดระยอง เป็นผู้ช่วยสหกรณ์จังหวัดระยอง และเป็นหัวหน้าสหกรณ์อำเภอบ้านค่าย ทำให้สนิทกับกำนันเสถียร ซึ่งอยู่ใกล้วัดละหารไร่เป็นอย่างมาก จึงได้มีโอกาสได้รู้จักยอดพระเกจิอาจารย์ภาคตะวันออก คือ หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง จากการได้พบประ พูดคุย ได้เห็นจริยวัตร การปฏิบัติอันงดงามของหลวงปู่ทิม ทำให้คุณปถม เกิดความเลื่อมใส นับถือ หลวงปู่ทิม เป็นอย่างมาก คราวหนึ่งกระเบื้องกุฏิหลวงปู่ทิมได้ชำรุด คุณปถมและชาวบ้านจึงคิดที่จะสร้างเหรียญหลวงปู่ทิม เพื่อจะได้หาปัจจัยมาช่วยซ่อมแซมหลังคากุฏิ โดยคุณประถมตั้งใจว่า จะสร้างเหรียญนี้ถวายหลวงปู่ทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น จึงได้ไปกราบเรียนนมัสการให้หลวงปู่ทราบ ขออนุญาตท่านและขอให้ท่านพิจารณาว่า ต้องการเหรียญแบบไหน จำนวนเท่าใด หลวงปู่กลับเฉยๆ ชาวบ้านซึ่งต่างอยากได้เหรียญหลวงปู่และอยากให้วัดได้มีการพัฒนา ปรับปรุงใหม่ จึงได้ขอร้องให้หลวงปู่อนุญาตให้มีการสร้างเหรียญ แต่ท่านกลับตอบว่า ไม่เอาหรอก............... เพราะหลวงทิมท่านถือสันโดษมักน้อย เจนจบรู้จริงในสรรพวิชา แต่กลับวางเฉยไม่สนใจ ไม่ยึดติดในวัตถุ ลาภสักการะใดๆ ทั้งสิ้น ดำเนินสมรรถภาพวิสัยตามควรแก่สมณเพศ เป็นที่น่าเคารพ เลื่อมใสในหมู่ผู้พบเห็นยิ่งนัก ทำให้คุณปถม ยิ่งเกิดความศรัทธาแรงกล้าขึ้นไปอีก จึงตั้งปณิธานว่า จะช่วยหลวงปู่พัฒนาวัดให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ คุณปถม จึงได้กลับไปบ้านที่ชลบุรี รวบรวมเอาผงวิเศษที่เก็บรักษาไว้ อันมีผงโสฬสมหาพรหมของหลวงปู่ศรีทัต และอื่นๆ อีกมากมายมาเตรียมพิธีราชวัตรฉัตรธง เครื่องบูชาครู บูชาเทพพรหม ตลอดจนหาแม่พิมพ์พระต่างๆ เมื่อครบสมบูรณ์แล้ว จึงเดินทางไปที่วัดละหารไร่พร้อมกับกำนันเสถียร กราบเรียนหลวงปู่ขออนุญาตจัดสร้างพระ ประกอบพิธีในโบสถ์หลังเก่า หลวงปู่ทิม นั่งพิจารณาอยู่สักครู่ จึงอนุญาตให้จัดสร้างพระผงนี้ได้ เป็นที่ปลาบปลื้มใจในหมู่ลูกศิษย์ ลูกหากันมาก เพราะได้เพียรพยายามมาหลายครั้งแล้ว แต่หลวงปู่ก็ปฏิเสธมาโดยตลอด มาคราวนี้ท่านคงจะเห็นในเจตตนาอันบริสุทธิ์ จึงได้อนุญาตให้ตามที่ขอ พอได้เวลามหาฤกษ์ มหาชัย คุณปถม ได้จัดตั้งพิธีการต่างๆ ราชวัตร ฉัตรธง ครบถ้วน ก็ได้บูชาครู บูชาเทพ บูชาพรหม เป็นที่สมบูรณ์ จึงได้ลงมือกดพิมพ์องค์พระและได้นิมนต์พระมาสวดพระสูตร พระปริตยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก ธัมมะจักรกัปปวัตระสูตร มงคลจักรวาล ตลอดพิธีการกดพิมพ์สร้างพระผงชุดนี้ ผงวิเศษมีรายละเอียดดังนี้
1.ผงโสฬสมหาพรหมของหลวงปู่ศรีทัต วัดท่าดอกแก้ว ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
2.ผงวิเศษมหาโยคี ฮาเร็ม ซึ่งลงด้วยภาษาคูโรยัสโบราณ ปลุกเสกนานถึง 16 ปี เป็นผงศักดิ์สิทธิ์อันหาค่ามิได้
3.ผงนวะโลกุตตระของหลวงปู่สนธิ์ วัดท่าดอกแก้ว
4.ผงโสฬสมงคลของหลวงปู่เฮี้ยง(ท่านเจ้าคุณวรพจน์ปัญญาจารย์) วัดป่าอรัญญิกาวาส ชลบุรี ซึ่งมีผงของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ที่หลวงพ่อรักษาไว้และผงหลวงปู่เจียม วัดกำแพง ที่ได้ถวายหลวงปู่เฮี้ยง
คราวสร้างพระปิดตาวัดป่า ชลบุรี
5.ผงนะปัดตลอดรอดใต้กระดานของหลวงพ่อบุญมี วัดโพธิ์สัมพันธ์ ชลบุรี
6.ผงรัตนมาลาของท่านฤาษีสันตจิตหรือท่านเจ้าคุณอริยะ คุณาสาร วัดเขาสวนกวาง ขอนแก่น
7.ผงเจ็ดจันทร์เพ็ญของอาจารย์วังฐิติสาโร แห่งภูลังกา ให้ผลทางเมตตาเป็นที่สุด
 8.ผงพรหมโลกของอาจารย์วัง
9.ผงสัมพุทธะ หงส์ษา ของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร สกลนคร
10.ผงสัตตะนาเค เป็นอักขระในคัมภีร์ตรีนิสิงเห
11.ผงปถมัง อิทธิเจ ตรีนิสิงเหมหาราช และผงธาตุทั้ง๔
12.รักสมุและรักแดง จอแส จากเมืองจีน จากมวลสารและผงที่รวบรวมในการสร้างพระชุดผงโสฬสมหาพรหมนี้นับได้ว่าสุดยอดที่จะหาสร้างไม่ได้อีกแล้วและจากการรวบรวม
พอจะได้แบบพิมพ์พระดังต่อไปนี้ คือ
1.พิมพ์พระนารายณ์ทรงปืน สร้าง 32 องค์
2.พิมพ์ท่ากระดาน สร้าง 108 องค์
3.พิมพ์พระสมเด็จ มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์ทรงเจดีย์
4.พิมพ์พระปิดตาเศียรบายศรี สร้าง 56 องค์
5.พระปิดตาบินเดี่ยว แยกเป็น 3 พิมพ์ คือ พิมพ์บินเดี่ยวนิยม,บินเดี่ยวแขนตรงและพิมพ์บินเดี่ยวแขนอ่อน สร้างพิมพ์ละ 108 องค์
6.พระปิดตา พิมพ์หลวงพ่อแก้วมีทั้งหลังเรียบ หลังแบบ รวมกัน 108 องค์
7.พระปิดตาองค์จิ๋ว 108 องค์
8.พระนาคปรกสัตตะนาเค ผงดำ เนื้อผงมหาโสฬสมหาพรหม คลุกรัก 108 องค์
9.รูปเหมือนท่านเจ้าคุณนรรัตน์ 56 องค์
10.พระพิมพ์ปิดตาหลวงพ่อทาบ 108 องค์ พระชุดผงโสฬสมหาพรหมนี้
สำหรับผู้ที่ได้ไว้ครอบครองในสมัยที่หลวงปู่ทิมเป็นคนแจกให้ต่างก็มีประสบการณ์ ต่างๆ มากมาย เป็นที่นิยมและถือว่าเป็นของที่หวงกันมากเนื่องจากมีจำนวนไม่มากนักทำให้คนรุ่นหลัง
และผู้ที่อยู่ห่างไกลไม่ค่อยคุ้นชื่อพระผงโสฬสมหาพรหมนี้มากนักส่วนมากจะไม่เคยเห็นและรู้จัก แม้แต่คนระยองเองก็ตามเพราะพระไม่มีมาหมุนเวียนในสนามเลย
ที่มีมาก็น้อยมากและก็ถูกคนที่รู้จักคุณค่าเก็บสะสมไว้อย่างรวดเร็วนับเป็นความโชคดีอย่างยิ่ง ที่เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีนักพระเครื่องท่านหนึ่งซึ่งมีความคุ้นเคยกับครอบครัวของ
คุณ ปถม เป็นอย่างดี ได้ขอแบ่งพระชุดนี้ออกมาจำนวนหนึ่ง ทำให้พระผงชุดนี้ ได้มีโอกาสหมุนเวียนอยู่ในกลุ่มของผู้สนใจพระหลวงปู่ทิมกันอีกครั้งหนึ่งผู้ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ได้รู้จัก
และได้เห็นของจริง ของแท้ ได้ทั่วกันวงการพระเครื่องเมืองระยองต่างพากันคาดว่า พระผงชุดนี้จะมีอนาคตไกล เพราะความที่มีน้อย หายากแต่ทุกคนก็มั่นใจและเชื่อถือในประสบการณ์
อันมีมากมายหลายๆ ด้าน












11
1112.ล็อกเก็ตพระทศพลญาณ รุ่นแรก หลวงพ่อมหาวิบูลย์ วัดโพธิคุณ อ.แม่สอด จ.ตาก สีเขียวเหนี่ยวทรัพย์ กดโค๊ตตรงกลางครับ
หลังอุดผง พุทธคุณ สวยสมบูรณ์ ถือเป็นล็อคเก็ตรุ่นแรกของหลวงพ่อ หายาก นิยมครับ 
1300-
ปิดท่านj999ครับ

12
1111.เหรียญหลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม จ.สิงห์บุรี รุ่นพิเศษ ปี17 รุ่นสร้างโรงเรียน ปริยัติธรรม นิยมและมีประสบการณ์รุ่นนึงของหลวงพ่อ เนื้อนวโลหะ
 นวโลหะอมเขียว  สวยๆ วัตถุมงคลเนื้อพิเศษท่านสร้างน้อย น่าสะสมครับ
เปิดบูชาเบาๆ 1200 ปิดท่านj999ครับ


13
1110. พระกริ่งบาเก็ง พิธีเททองวัดสุทัศน์ ปี2528 นวโลหะ ก้นเงิน  ปลัดพิศาล มูลศาสตร์สาทร อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย จัดสร้าง
พระดีพิธีใหญ่ ปลุกเสกโดยสายกรรมฐาน และ พระเกจิสายวิทยาคม
  เปิดบูชา 1000 องค์นี้ไม่มีกล่องนะครับ ปิดครับ



14
1109.นางกวักหล่อโบราณ หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา จ.สุพรรณบุรี ยุคต้นๆ ปี2470 พิมพ์กลาง เจ้าตำหรับนางกวักอันดับต้นๆของประเทศ 
นางกวักหลวงพ่ออิ่มเป็นเอกลักษณ์ ยุคต้นๆ มีหลายพิมพ์หลายแบบ ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ โดยปั้นหุ่นด้วยมือ ศิลปะของแต่ละองค์จะสวย เป็นนางกวัก ทรงสไบ ผมหวี
โดยมากมือที่กวักจะอยู่สูงเลยระดับปาก ซึ่งเป็นการสร้างได้ถูกต้องตามตำราโบราณ ปั้นหุ่นที่ละองค์ สำหรับยุคต้น 
 สภาพสวยสมบูรณ์ นานเจอที ส่งประกวดติดรางวัลแน่นอนครับ ของดีราคาเบา เปิดบูชา
3,500-





หลวงปู่อิ่ม วัดหัวเขา ศิษย์หลวงปู่ศุข แม้หลวงพ่อปานยังยกย่อง ใครมี"นางกวัก" ค้าขายดี โดนยิงก็ไม่ระคายผิว

นางกวักในตำนาน หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา จ.สุพรรณบุรี
หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา สุพรรณบุรี เป็นพระเกจิยุคเก่าของเมืองสุพรรณบุรีในยุคเดียวกันกับ หลวงพ่อกาพย์ หลวงพ่อพริ้ง วัดวรจรรย์ หลวงพ่อสอน วัดป่าเลไลย์ หลวงพ่ออ้น วัดดอนปุปผาราม เป็นต้น นักสะสมพระเครื่องบางท่านเชื่อว่า หลวงพ่ออิ่ม เป็นลูกศิษย์ยุคต้นๆของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งลูกศิษย์รุ่นนี้ได้แก่ หลวงพ่อโต วัดวิหารทอง หลวงพ่อคง วัดใหม่บำเพ็ญบุญ เป็นต้น หลวงพ่ออิ่ม ในอดีตมีชื่อเสียงมากในสุพรรณบุรี ว่าเป็นพระเกจิที่เก่งด้านคงกระพันชาตรี เป็นที่เลื่องลือไปทั่วในยุคนั้น
หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา ประมาณว่าท่านเกิดเมื่อ พ.ศ. 2406 ปลายสมัยรัชกาลที่ 4 ตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน อุปสมบทเมื่อประมาณ พ.ศ.2426 สันนิษฐานว่าคงเป็นพระธุดงค์มาจากเมืองอื่น แล้วเดินทางไปปักกลดปฏิบัติธุดงควัตรอยู่บริเวณวัดหัวเขา ซึ่งแต่เดิมเป็นป่ารกทึบ จากคำบอกเล่าของญาติโยม ที่เป็นคนเก่าแก่ ปลายสมัยของหลวงพ่ออิ่ม สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ หลวงพ่ออิ่ม ในช่วงชีวิตสมัยที่ยังอยู่วัยหนุ่มนั้น เคยเป็นเสือปล้น ก่อนที่จะมาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาจวบจนมรณภาพ เมื่อปี พ.ศ. 2480 สำหรับลูกศิษย์ของหลวงพ่ออิ่ม ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีคือหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่


หากพูดถึงพระเกจิอาจารย์ที่หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ยกย่องกันแล้วหล่ะก็ “หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี” ก็นับเป็นอีกรูปหนึ่ง ที่หลวงพ่อปานกล่าวยกย่องด้วยความเคารพ
โดยหลวงพ่อปาน เรียกหลวงพ่ออิ่มว่า “พระเจดีย์” ซึ่งหมายถึงว่า เป็นพระภิกษุสงฆ์ที่น่าเคารพยกย่องเหมือนกับเป็นพระสถูป หรือพระเจดีย์ ที่ควรค่าแก่การสักการะบูชา
และก็ต้องบอกว่า คำที่หลวงพ่อปานกล่าวยกย่อง ไม่เกินเลยความจริงแต่ประการใด เพราะพระเกจิอาจารย์แห่งเมืองสุพรรณรูปนี้ เก่งอย่าง “ของจริง ของแท้” แบบเล่าขานปากต่อปาก ไม่ต้องโหมโฆษณาตามสื่อมวลชนแขนงต่างๆ กันแต่ประการใด มิหนำซ้ำ หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา ยังมีข้อวัตรปฏิบัติตรงตามพระธรรมวินัยสมเป็นพุทธบุตรอีกต่างหาก
ถึงขนาดที่ว่า สามารถกำหนดอิริยาบถการมรณภาพได้อีกด้วย คือ ท่านกำหนดนั่งสมาธิมรณภาพ จนถือว่า เป็นพระเกจิฯ ในยุคแรกๆ ของเมืองสุพรรณฯ ที่นั่งสมาธิมรณภาพ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งบ่งบอกถึงภูมิจิต ภูมิธรรมขั้นสูงตามหลักพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดีว่า หลวงพ่ออิ่ม ก็เป็นพระอริยบุคคลรูปหนึ่ง

ในอดีตถ้าพูดถึงพระเกจิที่สร้างนางกวัก ได้ขลังและมีชื่อเสียงมากที่สุด จะต้องนึกหลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา อยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ นางกวัก ของหลวงพ่ออิ่ม สร้างหลายครั้งก่อน ปี 2480
ลักษณะนางกวักหล่อโบราณ ด้วยสำริดทองเหลือง บางองค์แก่ทองคำ แต่ละองค์จะไม่เหมือนกัน สำหรับนางกวักยุคต้นๆน่าจะสร้างราวปี 2460-70 นางกวักจะเป็นการปั้นหุ่นด้วยมือ ศิลปะของแต่ละองค์จะสวย เป็นนางกวัก ทรงสไบ ผมหวี โดยมากมือที่กวักจะอยู่สูงเลยระดับปาก ซึ่งเป็นการสร้างได้ถูกต้องตามตำราโบราณ ปั้นหุ่นที่ละองค์ สำหรับยุคต้น แล้วหล่อออกมา คล้ายกับพระปิดตา หลวงพ่อทับ วัดทอง (จากความเห็นของนักสะสมรุ่นเก่าหลายท่าน บอกว่ายังไม่เคยเห็นนางกวักยุคต้นๆที่เหมือนกันสององค์ครับ แต่จะมีลักษณะศิลปะใกล้เคียงกันเท่านั้น) นางกวัก หลวงพ่ออิ่ม ที่แท้ๆ ตัวจริง ศิลปะสวย หายากนะครับ ส่วนใหญ่ที่เจอเป็นนางกวักยุคหลัง หรือ ไม่ก็เป็นของเกจิท่านอื่นเอามาเล่นกัน
เรื่องพระพุทธคุณนั้น พระเครื่องฯ ตลอดจนวัตถุมงคลอื่นๆ ของหลวงพ่ออิ่มนั้น มีประสบการณ์อย่างโชกโชน ตั้งแต่สมัยท่านยังมีชีวิตอยู่แล้ว ทั้งคงกระพันชาตรี กันเขี้ยวงา แคล้วคลาด มหาอุตม์ เมตตามหานิยม ค้าขายดี มีเงินทองไม่ขาดมือ ถึงขนาดยกย่องกันว่า ใครพระเครื่องฯ หรือวัตถุมงคลของหลวงพ่ออิ่มแล้ว “อิ่ม” สมชื่อจริงๆ ไม่มีคำว่า “อด” นอกจากนี้ ประสบการณ์เรื่องคุ้มครองป้องกันภยันตรายต่างๆ ก็ดีเยี่ยม เล่าขานไม่รู้จบ ถึงขนาดที่ว่า เหล่าบรรดาเสือปล้นเมืองสุพรรณฯ รุ่นเก่าทั้งหลาย ที่เลื่องชื่อว่า หนังเหนียว อยู่มีดอยู่ปืน ส่วนใหญ่ใช้พระเครื่องฯ วัตถุมงคลของท่าน หรือไม่ก็ไปสักยันต์กับท่าน ไม่เว้นแม้กระทั่งวัตถุมงคลรูปแม่นางกวักของท่าน ก็มีอานุภาพเรื่องคงกระพันมหาอุตม์ หยุดปืนได้ด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่เป็นเครื่องรางของขลังที่สร้างขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เรื่องเมตตาค้าขาย โดยล่าสุด ที่ จ.สุพรรณบุรี ก็ได้เกิดเหตุการณ์ผู้คล้องแม่นางกวักหลวงพ่ออิ่มรายหนึ่ง ถูกอาวุธปืนพกสั้นจ่อยิง แต่ไม่สามารถทำอันตรายให้ระคายผิวได้ เรียกว่า อานุภาพในวัตถุมงคลนั้นเชื่อถือได้สนิทใจทีเดียวเชียวครับ สำหรับหลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา ยอดเกจิฯ แห่งเมืองสุพรรณบุรี

ที่มา ตาล ไทยธรณี

ศักดิ์ศรี ทีมข่าวปัญญาณ รายงาน








15
1108.พระกริ่งเทพบูรพา หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี เนื้อเงิน กริ่งใหญ่ กริ่งดัง ด้านในบรรจุเกศาหลวงปู่สมชาย แล้วอุดกริ่ง
หลวงปู่อธิษฐานจิต 9 คืน จึงแจกจ่ายแก่ผู้ร่วมสร้างพระเจดีย์ เจดีย์บูรพาฐิตวิริยา ประชาสามัคคี วัดเขาสุกิม จัดเป็นกริ่งยอดนิยมของหลวงปู่ เนื้อเงินหายาก นิยม

เปิดบูชาแบ่งปัน 2600- ราคานี้พระกริ่งเนื้อเงินสร้างใหม่ยังไม่ได้เลยครับ

ขอจองครับ
ขอบพระคุณครับ

หน้า: [1] 2 3 ... 96

 

 

 

สมัครสมาชิกไม่ผ่าน หรือ แจ้งปัญหาการใช้งาน หรือ ติดต่อผู้ดูแลเว็บ หรือ สนใจลงโฆษณา โทร ๐๘๖๒๒๒๐๐๕๕

อีเบย์ อุดรธานี รับนำเข้าสินค้าจากจีน power bank กระบอกน้ำ ของพรีเมี่ยม แฟลชไดร์ฟ plc mitsubishi ปากกา servo motor ราคา