แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - thesun

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 96
16
1108.พระกริ่งเทพบูรพา หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี เนื้อเงิน กริ่งใหญ่ กริ่งดัง ด้านในบรรจุเกศาหลวงปู่สมชาย แล้วอุดกริ่ง
หลวงปู่อธิษฐานจิต 9 คืน จึงแจกจ่ายแก่ผู้ร่วมสร้างพระเจดีย์ เจดีย์บูรพาฐิตวิริยา ประชาสามัคคี วัดเขาสุกิม จัดเป็นกริ่งยอดนิยมของหลวงปู่ เนื้อเงินหายาก นิยม

เปิดบูชาแบ่งปัน 2600- ราคานี้พระกริ่งเนื้อเงินสร้างใหม่ยังไม่ได้เลยครับ ปิดท่านj999 ครับ













17
1107.เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่บุญทัน ฐิตปัญโญ วัดป่าประดู่ จ.ปราจีนบุรี ปี11 ผิวไฟแดงๆ สวยๆ
สวยสุดที่เหลือเก็บไว้ในรัง
เปิดแบ่งบูชา 1,500- สวยๆ แบบนี้แทบจะไม่มีให้เห็นแล้วน่าบูชา น่าสะสม

 องค์ท่านเป็นลูกศิษย์ยุคต้น ในพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อีกรูปหนึ่งและเป็นสหธรรมมิกกับหลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

ท่านเป็นพระผู้ทรงอภิญญาในทางฤทธิ์ อีกองค์หนึ่งไม่แพ้หลวงปู่ตื้อเลยทีเดียว หลวงปู่ตื้อได้กล่าวยกย่องหลวงปู่บุญทัน ในทางพระผู้มีอภิญญา
ท่านไปอยู่ทางปราจีนบุรีในช่วงสุดท้ายของท่าน เดิมท่านเป็นคนจังหวัดศรีษะเกศ  ติดตามท่านอาจารย์มั่น ไปเชียงใหม่ด้วย





18
1106.เหรียญรุ่น3 หลวงพ่อโอภาสี  อาศรมบางมด พ.ศ 2497 บล็อคธรรมดา ไม่มีดาว ไม่มีราวบันได แต่ได้นิยมสุดของบล็อคนี้ (มีเส้นสายฝน)     
บล๊อคนิยม มีราวบันไดหลักหมื่นแล้วครับ  เก็บบล๊อคธรรมดาแบบนี้ปลุกเสกพร้อมกัน พุทธคุณเท่ากัน แต่สบายกระเป๋ากว่ากันครับ
 แท้ทันหลวงพ่อโอภาสี อธิษฐานจิตแน่นอนครับ สภาพสวยแชมป์ ประกวดติดรางวัลแน่นอน  หายากแล้วนะครับ
 
เปิดบูชาราคาแบ่งปัน 2,800- ปิดท่านj999ครับ








19
1105.เหรียญสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง รุ่นแรก พ.ศ.2513 พระดีพิธีใหญ่ มาคู่
เนื้อทองแดง กะไหล่ทอง + ทองแดงรมดำ
เปิดบูชาคู่ 800-


เหรียญสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง รุ่นแรก จัดสร้าง พ.ศ. 2513  นับเป็นสุดยอดเหรียญดี พิธีใหญ่ ที่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบ รายนามพระเกจิที่ร่วมพิธีพุทธาภิเษก
ก็มั่นใจได้แล้วครับ

เหรียญสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง รุ่นแรก จัดสร้างโดยส่วนราชการสร้างทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เพื่อนำรายได้ไปสมทบทุนในการก่อสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง
ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา  ประกอบพิธีพุทธาภิเษกที่ วิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร  ในวันที่ 3 เมษายน 2513


พระเกจิที่ได้รับนิมนต์มาร่วมพิธีพุทธาภิเษก ณ วิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร   มีทั้งสิ้น 16 รูป

1. หลวงปู่ใหญ่ วัดสะแก

2. หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ

3. หลวงพ่ออุป วัดตานิม

4. หลวงพ่อออด วัดบ้านช้าง

5. หลวงพ่อผ่อน วัดคานหาม

6. หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช

7. หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง

8. หลวงพ่อนาค วัดประดู่ทรงธรรม  เป็นต้น











20
1104.เหรียญรุ่นแรก ครูบาทิพย์ (ครูบาติ๊บ) อุบาลี วัดหัวฝาย อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ปี13 เหรียญหายาก
ของจังหวัดสุโขทัย นานๆจะออกมาให้เห็นที
800-



ครูบาขาวปี และครูบาติ๊บ


รุ่น 1 ออกเมื่อประมาณ 251... ต้น ๆ โดยพระครูเวฬุวัน พิทักษ์ (พระมหาเขื่อนคำ วัดพระพุทธบาทตากผ้า) เป็นผู้ออกแบบ ร่วมกับพระครูอดุลปุญญาภิรม (หลวงปู่ครูบาผัด เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย ปัจจุบัน อายุ 90 ปี ) สร้างจำนวน 2000 เหรียญ

รุ่นนี้เป็นที่นิยมในอำเภอทุ่งเสลี่ยม และผู้เลื่อมใสศรัทธาเพราะปฏิปทาของท่านน่าเลื่อมใส ท่านฉันมังสวิรัติ ตั้งแต่วันแรกที่บรรพชาเป็นสามเรร จนกระทั่งมรณภาพด้วยวัย 75 ปี (มรณภาพ 19 ตุลาคม 2515 อายุ 75 ปี   ท่านเกิด พ.ศ. 2440 )

ครูบาติ๊บ อุบาลี อดีตเจ้าอาราธิปดีสงฆ์วัดหัวฝาย

ชีวประวัติครูบาติ๊บ อุบาลี อดีตเจ้าอาวาสวัดหัวฝาย พอสังเขป เจ้าอาจารย์ติ๊บ อุบาลี เป็นคำที่ชาวบ้านตลอดทั้งศิษยานุศิษย์เรียกกัน ท่านเป็น พระสุปฏิปันโนรูปหนึ่งที่ได้พบเห็นมาและได้ปฏิบัติท่านมา ท่านเป็นพระที่มักน้อยสันโดษที่แท้จริง ท่านไม่มีความทะเยอทะยานในเรื่องลาภยศ สรรเสริญใดๆ ทั้งสิ้น เป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างมาก เปรี่ยมด้วยเมตตาบารมี พระอาจารย์ติ๊บ อุบาลี นามเดิมติ๊บ นามสกุล มณีอุด นามฉายา อุบาลี เกิด พ.ศ.๒๔๔๐ ณ บ้านผาปัง ตำบลผาปัง อำเภอเถิน(ขณะนี้เป็นอำเภอแม่พริก) จังหวัดลำปาง บิดาชื่อปั๋น มารดาชื่อ หน่อแก้ว มณีอุด มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๕ คน เป็นหญิง ๒ ชาย ๓ คือ
๑.นางจันทร์
๒.นางดิบ อุประวรรณา
๓.นายยา มณีอุด
๔. พระอาจารย์ติ๊บ อุบาลี
๕.นายใจมา มณีอุด
บิดา มารดาของพระอาจารย์ติ๊บ อุบาลี ได้ถึงแก่กรรมตั้งแต่ท่านอายุยังไม่ถึง ๑๐ ขวบ ท่านได้อาศัยอยู่กับนางดิบผู้เป็นพี่สาว นับว่าท่านเป็นกำพร้าตั้งแต่เยาว์วัย ท่านเป็นคนว่านอนสอนง่ายไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใครเป็น เกรงใจคนอื่นและเป็นคนเสงี่ยมเจียมตนเสมอ พออายุย่าง ๑๔ ปี พี่ก็นำไปฝากให้เป็นศิษย์วัด เพื่อเรียนหนังสือแบบล้านนา ณ วัดบ้านผาปังหลวง ซึ่งเป็นวัดในหมู่บ้าน พระอาจารย์ติ๊บ อุบาลีท่านเป็นคนมีเมตตามาตั้งแต่เด็ก ๆสมัยเมื่อท่านเป็นศิษย์วัด ได้มีศิษย์วัดด้วยกันชวนท่านไปจับนกตะขาบโดยใช้กับดัก ท่านก็ไปด้วยความไม่อยากจะขัดใจเพื่อน ท่านก็ไปเมื่อจับนกตะขาบได้เพื่อนๆ ก็ให้ท่านเป็นผู้ถือเพราะท่านไม่ค่อยจะร่วมทำกิจกรรมอื่นๆ เมื่อท่านถือนกก็เกิดความสงสารจึงแอบปล่อยนกไปหมด แล้วบอกเพื่อนๆ ว่านกหลุดมือไป เพื่อนๆ ชวนท่านไปจับปลาท่านก็แอบปล่อย จนเพื่อนๆไม่ชวนท่านไปอีกเลย

ต่อมาเมื่อท่านเรียนสวดมนต์ได้คล่องแล้วก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านผาปังหลวงนั่นเอง โดยมีพระคำมูลเป็นเจ้าอาวาสพอวันแรกที่ท่านเป็นสามเณรท่านก็เริ่มฉันอาหารมื้อเดียว ไม่นานท่านก็ได้ไปเรียนหนังสือไทยภาคกลางและเรียนนักธรรมที่วัด ท่านางอำเภอเถิน ตามประเพณีท้องถิ่น ของอำเภอเถินพอมีสามเณรมาเรียนนักธรรมจะมีพ่อแม่อุปถัมภ์(เรียกว่าพ่อออกแม่ออก)จะนำอาหารมาส่งให้ทั้งตอนเช้าและตอนกลางวันสามเณรรูปอื่นเขามีโยมอุปถากกันหมด พระอาจารย์ติ๊บมีพ่อแม่อุปถัมภ์ช้ากว่าเขาเนื่องจาก บุคลิกที่ไม่ค่อยพูดประกอบกับหน้าตาไม่หล่อเหลาเหมือนคนอื่นเขาในที่สุดท่านก็ได้พ่อหนานป้อง แม่มา (ไม่ทราบนามสกุล)เป็นผู้อุปถัมภ์

มีเรื่องเล่าว่าพ่อหนานป้อง แม่มา เกิดความสงสัยว่า อาหารมื้อกลางวันที่ส่งให้พระอาจารย์ติ๊บ ไม่พร่องเลยคล้ายกับไม่ฉันหลายวันติดต่อกัน พ่อหนานป้องจึงถามดู ได้ความว่าพระอาจารย์ติ๊บฉันอาหารมื้อเดียว และเลือกแต่อาหารผักเท่านั้น เกิดความปลื้มปิติยินดีแก่พ่อแม่อุปถัมภ์เป็นอย่างมากถึงกับเที่ยวอวดใครต่อใครว่าสามเณรเหลือเดนที่พ่อหนานป้องรับอุปถาก นั้นเป็นเพชรในตม ที่คนอื่นมองไม่เห็น พ่อหนาน ป้องแม่มาจึงภูมิใจและเพิ่มความเอาใจใส่มากยิ่งขึ้นเป็นพิเศษ

พออยู่มา ๒ ปี ท่านก็เริ่มฉันอาหารเจ และออกปฏิบัติธรรมในที่ต่างๆ นับว่าท่านสร้างสมบารมีมามากท่านจึงทำได้ถึงเพียงนี้เพราะสมัยนั้นท่านไม่มีแบบอย่างที่ไหนมาก่อนเลย
พออายุครบ ๒๑ ปี ท่านก็อุปสมบท ณ วัดผาปังหลวง พอจำพรรษาอยู่ที่วัดผาปังหลวงได้ไม่นาน ท่านก็เดินทางไปเรียนมูลกัจจาย์สามัญญภิธานสนธิ กับครูบาหมีที่วัดเมืองหม้อ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ อยู่หลายพรรษาจนจบแล้วสามารถแปลบาลีได้ ท่านเคยจาริกติดตามครูบาเจ้าศรีวิชัยหลายปี ท่านก็แยกตัวออกมาจาริกไปจำพรรษาอยู่วัดพระนอนม่อนช้าง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ได้ ๕ พรรษา แล้วจึงกลับมาวัดผาปังบ้านเดิม
ปีพ.ศ.๒๔๗๔ ชาวบ้านผาปังประมาณ ๒๐ ครอบครัว ได้พากันอพยพมาอยู่บ้านหัวฝาย ตำบลนาทุ่ง อำเภอสวรรคโลก(สมัยนั้นยังไม่แยกเป็นอำเภอทุ่งเสลี่ยม) จังหวัดสุโขทัย ตามบรรดาชาวบ้านที่อพยบมาก่อนหน้านี้ ๕-๖ ปี ในจำนวนผู้อพยบมีนางดิบพี่สาวของท่านด้วย ท่านก็ได้อพยบมาพร้อมกับพี่สาว มาอยู่บ้านหัวฝายในปัจจุบัน สมัยนั้นบ้านหัวฝายยังเป็นป่าดงดิบเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายนานาชนิด ชาวบ้านก็ช่วยกันถางป่า บนเนินเขาเล็กๆ ใกล้ๆหมู่บ้านเป็นที่ จำวัตรและเป็นที่ปฏิบัติของท่าน จนมาเป็นวัดหัวฝายในปัจจุบัน ท่านก็ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดหัวฝายเป็นรูปแรก
สมัยนั้นในระแวกนี้ไม่มีอุปัชฌาย์กุลบุตร ที่มีความประสงค์จะบรรพชาอุปสมบทต้องไปที่อำเภอสวรรคโลก ระยะทางไกลประกอบอันตรายต่างๆนาๆเจ้าคุณสังวรสังฆปรินายก ซึ่งเป็นเจ้าคณะ จังหวัดสุโขทัย สมัยแต่งตั้งท่านเป็นอุปัชฌาย์ พอท่านทราบข่าว(ตอนนั้นท่านมีพรรษา ๑๒ พรรษา) ท่านกลัวจะเป็นการผูกมัด ด้วยยศตำแหน่งท่านจึงลาสิกขา ๗ วัน โดยนุ่งขาวห่มขาวถือศีลแปดอยู่ในวัด และก็อุปสมบทใหม่ เพื่อให้พรรษาต่ำลงจนไม่สามารถเป็นอุปัชฌาย์ได้ ท่านเป็นพระที่ไม่ชอบอยู่กับที่ท่านมักจะหาที่สงบอยู่เสมอ เช่น ในถ้ำ เช่น ถ้ำแม่กะสา ถ้ำเชิงผาและหลายๆที่ ท่านเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านเป็นจำนวนมากสมัยนั้นมีญาติโยมหลายที่นิมนต์ท่านไปเป็นประธานสร้างวัดทั้งใกล้ทั้งไกลพอที่จะเรียบเรียงได้มีดังนี้
๑. กุฏิ วิหารวัดสันหล่อ อำเภอแม่ละมาด
๒. เจดีย์ วัดผาปัง อำเภอแม่พริก
๓.เจดีย์ ถ้ำแม่กะสา อำเภอแม่สอด
๔.หอประชุม อุบาลีอุปถัมภ์ โรงเรียนบ้าหัวฝาย
แล้วก็มีวัดที่ญาติโยมนิมนต์ท่านเป็นประธานก่อตั้งวัดมีดังนี้
๑.วัดสังฆทน(แม่ทุเลา) อำเภอทุ่งเสลี่ยม
๒.วัดคลองสำราญ อำเภอทุ่งเสลี่ยม
๓.วัดท่วิเศษ อำเภอทุ่งเสลี่ยม
๔.วัดเชิงผา อำเภอทุ่งเสลี่ยม
๕.วัดต้นธงชัย อำเภอทุ่งเสลี่ยม
๖.วัดชัยอุดม อำเภอทุ่งเสลี่ยม
๗.วัดเขาแก้วชัยมงคล อำเภอทุ่งเสลี่ยม
๘.วัดม่อนศรีสมบุรณาราม อำเภอทุ่งเสลี่ยม
๙.วัดฝั่งหมิ่น อำเภอทุ่งเสลี่ยม
๑๐.วัดวังธาร อำเภอทุ่งเสลี่ยม
๑๑.วัดห้วยขี้นก อำเภอแม่พริก
๑๒.วัดป่าคา อำเภอศรีสัชชนาลัย

พรรษาสุดท้ายของท่าน ท่านได้ไปจำพรรษาอยู่วัดแม่จะเลา อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ได้ ๒ เดือน กับ ๑๕ วัน ก็เกิดอาพาธ คณะศรัทธา พระ เณร ได้เอาใจใส่และพยาบาลอย่างเต็มทีอาการของท่านก็ไม่ทุเลา คณะศรัทธา จึงส่งข่าวมาทางคณะศรัทธาวัดหัวฝาย ทางวัดและชาวบ้านหัวฝาย ก็ไปรับท่านมารักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย หมอตรวจพบว่าท่านเป็นโรคขาดสารอาหารอย่างรุนแรงประกอบกับท่านชราภาพ หมอจึงขอร้องให้ท่านฉันเนื้อ ท่านก็ตอบกับหมอว่า อาตมาปฏิบัติมาตลอดชีวิต อาตมายอมตายเสียดีกว่า หมอจึงต่อรองให้ท่านฉันอาหารเจเพิ่มอีกมื้อเป็นวันละสองมื้อ ท่านก็ยังตอบเช่นเดิมว่าอาตมาปฏิบัติมาตลอดชีวิต อาตมายอมตายดีกว่า
ในที่สุดท่านก็ได้มรณะภาพ(ตามปกติครูบาติ๊บ อุบาลี ท่านมักจะปวดตามกระดุกข้อต่ออาจจะเป็นผลมาจากการฉันเจมาตั้งแต่อายุยังน้อยก็ได้เพราะสมัยนั้นท่านฉันเจแบบตามมีตามเกิดไม่เหมือนปัจจุบัน) ตรงกับวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๕ นับอายุได้ ๗๕ ปี ๔๓ พรรษา (เริ่มนับพรรษาใหม่หลังจากที่ท่านสึกหากท่านไม่สึกก็จะ เป็น๕๕พรรษา)









21
1103.พระผงสุปฏิปันโน ครูบาชัยวงศ์ วัดพระบาทห้วยต้ม จ.ลำพูน ปี37 เนื้อดินเผาผสมน้ำมันชาตรีหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ฝังพระธาตุสิวลี
เปิดบูชาเบาๆ 700- (บางเว็บเปิดบูชากันพันกว่าบาท สองพันขึ้นครับ)

พระผงสุปฏิปันโน ครูบาชัยวงศ์ รวมผงจากสุดยอดพระสุปฏิปันโน ทั่วประเทศ สุดคลาสสิคมวลสารเข้มขลังมาก ผมสมน้ำมันชาตรีหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
พระดีอีกรุ่นของหลวงปู่ที่น่าใช้ พุทธคุณครบทุกด้าน ราคาเบา


- พระผงของหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา ที่น่าบูชาที่สุด ก็คือ
๑. พระผงสุปฏิปันโน รุ่นธรรดา พ.ศ.๒๕๓๖
๒. พระผงสุปฏิปันโน รุ่นผสมน้ำมันชาตรีหลวงพ่อฤาษีลิงดำและติดเกศา พ.ศ. ๒๕๓๗
๓. พระผงสุปฏิปันโน รุ่นพิเศษ บรรจุพระธาตุพระสีวลี พ.ศ. ๒๕๓๗

- คุณวิเศษที่หลวงปู่กล่าวไว้ คือ
๑.ปฏิบัติธรรมจะบรรลุดวงตาเห็นธรรม ดับกิเลสบรรลุอรหันต์
๒.ปลอดภัยจากอันตราย
๒.เกิดโชคลาภตามจิตอธิษฐานสมปรารถนา

- คุณวิเศษจากประสบการณ์ของผู้บูชา
๑.ตั้งจิตมั่นปฏิบัติธรรมจะก้าวหน้า ธรรมะเฉียบแหลม
๒.ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ บรรเทาเคราะห์กรรมหนักให้เบา
๓.ทำกิจการค้าขาย เมื่อถึงจุดอับ ทำอาราธนาทำน้ำมนต์ ค้าขายเจริญรุ่งเรือง
๔.บูชาด้วยศรัทธา จะปรากฎพระธาตุขึ้นองค์พระ














22
1102.พระบูชารุ่น2 หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง จ.นครปฐม ปี28 หน้าตัก 5 นิ้ว ผิวหิ้ง เจ้าของเดิมปิดทองเก่าบูชา จัดเป็นวัตถุมงคล และ พระบูชายอดนิยมของหลวงพ่อ สร้างน้อย พบเห็นน้อยมาก
หลวงพ่อหลิว ขึ้นชื่อ ว่าคือเทพเจ้าแห่ง โชคลาภ ความสำเร็จ วัตถุมงคลท่านเป็นที่นิยมอย่างสูง ณ เวลานี้ พระบูชารุ่นแรก ปี21 หายาก ราคาหลักหลายหมื่นทะลุแสนบาทแล้ว
รุ่น2 ราคายังพอเก็บได้ เปิดบูชา
13,500- ปิดท่านj999 ครับ

วัตถุมงคลพระบูชาท่านสร้างน้อยรุ่น ถ้าเทียบกับเหรียญเต่า แล้ว น้อยกว่ามากครับ






















23
1101.เหรียญพระพุทธทรงธรรม ที่ระลึกตั้งสำนักอโศการาม สมุทรปราการ ท่านพ่อลี อธิษฐานจิตเดี่ยว ปี2498  สวยๆ
หายากแล้วครับ ลูกศิษย์เก็บหายหมด นานๆมาที
1700- ปิดท่านj999 ครับ


24
1100.เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่บุดดา ถาวโร พระอรหันต์แห่งวัดกลางชูศรี สิงห์บุรี ปี18 ออกที่สำนักสงฆ์สองพี่น้อง วัดแรกที่หลวงปู่อยู่จำพรรษา
 จัดเป็นเหรียญยอดนิยม ของหลวงปู่ สภาพสวย

เปิดบูชา 2000-(จากเคยมีเก็บเก่า5เหรียญ เหรียญสุดท้ายในรังแล้วนะครับ หมดแล้วหมดเลยครับ หาเข้าใหม่คงยากเพราะราคาสูงแล้ว)

เหรียญกลมรุ่นแรกหลวงปู่บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรีฯ จ.สิงห์บุรี เหรียญนี้ออกที่สำนักสงฆ์สองพี่น้อง อ.สรรค์บุรี จ.ชัยนาท ปี18 หลวงปู่บุดดา
ถาวโรท่านเป็นอีกหนึ่งพระอรหันต์ในยุคนี้ ที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ  อีกทั้งยังเป็นที่นับถือของพระเกจิอาจารย์สายกรรมฐาน อีกหลายรูป





25
1109.เหรียญพญาเต่าเรือนรุ่นแรก หลวงพ่อบุญเรือน วัดยางสุทธาราม กรุงเทพฯ ปี37 เมตตาโชคลาภดีมาก สวยแชมป์ เปิดบูชา 900-



เหรียญพญาเต่าเรือน หลวงพ่อบุญเรือน วัดยางสุทธาราม สร้างตามตำรับหลวงปู่ดี วัดปทุมรัตน์ เนื้อทองแดงปี2537....วัตถุมงคลที่ท่านได้อธิฐานจิตปลุกเสกไว้มีความศักดิ์สิทธิ์ทุกรุ่น...เหรียญพญาเต่าเรือนโดดเด่นด้านค้าขายโชคลาภ,เมตตา,แคล้วคลาด...ประสบการณ์มากมาย


หลวงพ่อบุญเรือน อินทสุวัณโณ ผู้เลื่องชื่อในฐานะพระปฏิบัติและพระเกจิอาจารยืแห่งวัดยางฯ ได้มเตตาเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวครั้งอดีตของท่านให้ทราบว่า ท่านมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา ในสกุล "หิรัญวิจิตร" ซึ่งเป็นครอบครัวชาวไทยที่ไปตั้งรกรากที่นั่นตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์

บิดาชื่อนายเหรียญ หิรัญวิจิตร มารดาชื่อนางต๊วด เป็นชาวพระตะบอง ท่านเกิดในปี พ.ศ. 2461

การที่โยมพ่อ-โยมแม่ให้ชื่อว่า "บุญเรือน" นั้น เป็นผลมาจากการที่ท่านเกิดมามีลักษณะแปลกกว่าทารกอื่นๆทั่วไป ตรงที่เมื่อคลอดออกมาจากครรภ์มารดาปรากฏว่ามีรกพันติดตัวออกมาด้วย รกนั้นมีลักษณะคล้ายสายสังวาล บริเวณอกมีรกม้วนกลมเป็นก้อน โดยกันว่าทารกที่เกิดมาในลักษณะนี้เป็นผู้มีบุญญาธิการ คนโบราณถือว่าเป็นเทพเทวดาชั้นสูงจุติมาเกิด
บิดามารดาตลอดจนผู้ใหญ่จึงได้ให้ชื่อว่า "บุญเรือน" คือ เกิดมาด้วยบุญบารมี คือ มี "บุญ" เป็นเรือนกำเนิด

เมื่อเจริญวัยได้พอสมควร เด็กชายบุญเรือนก็มีโอกาสได้เรียนอักษรต่างๆที่วัด ตามธรรมเนียมในสมัยนั้น จากพระสงฆ์องค์เจ้าต่างๆ จนจบระดับปั้นประถมปีที่ 4 ซึ่งถือว่าสูงสุดที่มีอยู่ในเวลานั้น จึงลาออกมาจากรงเรียนมาช่วยงานพ่อแม่ทำไร่ไถนาไปตามประเพณีชนบท

ต่อมาในปี 2485 บิดามารดาเห็นว่าเด็กชายบุญเรือนโตเป็นหนุ่มน่าจะมีครอบครัวได้แล้ว จึงเลียบเคียงถามว่าพร้อมจะแต่งงานแล้วหรือยัง พอถูกถามเรื่องนั้นเด็กชายบุญเรือนจะตอบไปตามตรงว่า ยังไม่คิดเรื่องนั้น และหากจะแต่งงานเป็นสามีคน และเป็นพ่อคนได้ ตัวท่านเองจะต้องบวชเรียนตามประเพณีเสียก่อน

ด้วยเหตุนั้น เด็กชายบุญเรือนจึงได้เข้าพิธีอุปสมบทในปีนั้น เมื่อมีอายุได้ 24 ปี โดยได้จัดพิธีท่ามกลางหมู่สงฆ์ที่พระอุโบสถเขตพัทธสีมาวัดสำโรง เมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา มีพระเถระประกอบพิธีให้ดังนี้

พระมุนีวิสุทธิวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอาจารย์เอี่ยม เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระปลัดญาณสัทธา เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ได้รับฉายาทางศาสนาว่า "อินทสุวัณโณ"

หลังอุปสมบท พระภิกษุบุญเรือน อินทสุวัณโณ ได้ศึกษาพระธรรม ปฏิบัติจริยวัตรอันงดงาม โดยมีท่านพระครูมุนีวิสุทธิวงศ์ พระอุปัชฌาย์เป็นผู้อบรมสั่งสอนอย่างใกล้ชิด หลวงพ่อบุญเรือนปฏิบัติได้ดีจนพระอุปัชฌาย์เอ่ยปากชมแก่พระเณรทั้งหลาย และถ่ายทอดวิทยาคมให้จนหมดสิ้น ทำให้หลวงพ่อบุญเรือน เป็น "หลวงพ่อ" ตั้งแต่วัยหนุ่มเลยทีเดียว

เป็นศิษย์ยอดเกจิเมืองเขมร

หลังจากเจนจบวิชชาจากพระอุปัชฌาย์ ต่อมาหลวงพ่อบุญเรือนได้ทราบกิตติศัพท์ของหลวงพ่อดี วัดปทุมรัตน์ว่ามีเวทมนตร์คาถาขลงยิ่งนัก อีกทั้งกรรมฐานก็เป็นเยี่ยมอย่างยากที่จะหาครูบาอาจารย์ในแดนเขมรมาเทียบได้ พระภิกษุบุญเรือนจึงเดินทางไปยังนครวัดเพื่อฝากตัวเป็นสิษย์หลวงพ่อดีที่วัดปทุมรัตน์

หลวงพ่อดีท่านมิได้รับทุกคนเป็นศิษย์ง่ายๆ ท่านมีวิธีการทดสอบจิตใจและเพ่งดูด้วยฌาณยากที่ปุถุชนจะหยั่งถึง ซึ่งหลวงพ่อบุญเรือนก็ผ่านการทดสอบไปได้โดยไม่ยากลำบากแต่อย่างใด

หลังจากเจนจบอาคมจากหลวงพ่อดี หลวงพ่อบุญเรือนก็ได้ออกจาริกธุดงคืไปตามป่าเขาลำเนาถ้ำเพื่อฝึกฝนจิตต่อไป

ไม่นานนัก หลวงพ่อบุญเรือนก็ได้เดินทางจากเขมร มายังไทย และได้ทราบข่าวครูบาอาจารย์เขมรอีก 2 องค์ คือ หลวงปู่หิน ซึ่งพำนักอยู่ที่วัดระฆังโฆสิตาราม วัดของท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสี อมตะสงฆ์ตลอดกาล และอีกท่านหนึ่งคือ หลวงปู่มุด วัดยางสุทธารามซึ่งก็ไม่ไกลจากวัดระฆัง หลวงพ่อบุญเรือนกล่าวว่า พระอาจารยฺที่เรืองวิชาอาคมมีไม่น้อย แต่ที่เข้ามาอยู่ กรุงเทพ ส่วนใหญ่จะพำนักอยู่ฝั่งธนบุรีมาก

เมตตาจากหลวงปู่หิน

ได้เดินทางแกราบหลวงปู่หิน วัดระฆัง โดยลงเรือล่องไป ท่านได้รับความเมตตาจากหลวงปู่หินอย่างมากถึงขนาดหลวงปู่หินชักชวนให้มาอยู่ด้วยกัน เมื่อมาอยู่ที่วัดระฆัง หลวงพ่อบุญเรือนก็ได้ต้งใจศึกษาเล่าเรียนมนต์คาถาอักขระต่างๆ จากนั้นระยะหนึง ได้ติดตามหลวงปู่หินไปกราบหลวงปู่มุดวัดยาง เพราะท่านทั้งสอง(คือหลวงปู่หินและหลวงปู่มุด) มักไปมาหาสู่กันประจำ
คราวหนึ่งบ้านพ่อค้าย่านพรานนกได้ทำบุญเลี้ยงพระที่บ้าน เจ้าของบ้านได้นิมนต์พระมามากมาย หลวงพ่อบุญเรือนในฐานะพระใกล้บ้านก้ได้รับนิมนต์ไปเช่นกัน

เมื่อพิธีการดำเนินมาถึงเวลาทำน้ำมนต์เพื่อประพรมให้เจ้าของบ้าน เจ้าภาพนึกอย่างไรก้ไม่ทราบได้ ได้ยกบาตรน้ำมนต์ให้หลวงพ่อบุญเรือนเป็นผู้ทำพิธีอธิษฐานจิต ซึ่งหลวงพ่อบุญเรือนก็ไม่ได้คิดว่าท่านจะเป็นผู้ทำน้ำมนต์ แต่ท่านก็ทำให้ ในครั้งนั้นได้เกิดเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ คือ น้ำมนต์ที่หลวงพ่อบุญเรือนปลุกเสกเกิดเดือดขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ มีผู้คนเห็นมากมาย จนต่อมามีผู้มาขอให้ท่านรดน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์มากมายจวบจนท่านมรณภาพ






26
1108.เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ วัดเกาะแก้วธุดงคสถาน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ปี28 เนื้อนวโลหะ หูจะตัน
 สวยๆ หายาก สร้างน้อยมาก นานๆจะออกมาให้เห็น ส่วนมากอยู่กับผู้สร้างครับ
เปิดบูชา 1000- ปิดท่านj999 ครับ

27
1107.เหรียญรุ่นแรก บล๊อคกลาก หรือเรียกว่า บล็อคหลวงเต็ม (คำว่าหลวงจะปั๊มติด) หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.อุดรธานี ปี09 เนื้อโลหะอัลปาก้าชุบนิเกิ้ล
เนื่องจากเหรียญรุ่นแรก บล็อคแรก จัดสร้างแค่ 500 เหรียญ จึงไม่พอแจกจ่าย จึงได้จัดสร้างเพิ่มขึ้นในปีเดียวกัน แต่ด้านหลังมีกลาก ปัจจุบันเหรียญบล็อคแรกค่านิยมหลักหลายๆหมื่น
สวยๆถึงแสน นักสะสมจึงหันมาเก็บรุ่นแรกเสริมกัน ค่านิยมต่างกันพอสมควร แต่ก็เป็นเหรียญและวัตถุนิยมอันดับต้นๆหลวงปู่ขาว สภาพสวยแชมป์
ผิวกระจกไม่ถะลอกเลยครับ

เปิดแบ่งปันไปศึกษาสะสม 9,500- (สายตรงสภาพนี้หมื่นกว่าขึ้นครับ)

สำหรับเหรียญรุ่นแรกของหลวปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2509 เหรียญรุ่นนี้ร้านไทยสามัคคี จ. อุดรธานี
ผู้ซึ่งเป็นหลานชายของท่านสร้างถวาย มี 2 เนื้อคือ เนื้อเงิน จำนวน 11 เหรียญ และเนื้อทองเหลือชุบนิเกิ้ล จำนวน 500 เหรียญ แบ่งเป็น ( หูวงลีตั้ง-หูวงลีขวาง )


อนึ่งเหรียญรุ่นแรกนี้มีอีก 2 บล็อก คือ บล็อกหลวงเลือน(คำว่าหลวงจะปั๊มไม่ติด )และบล็อกหลวงเต็ม  เป็นบล็อกสร้างเสริมขึ้นในปีเดียวกัน จัดสร้างรวมกันทั้งสองบล็อค รวม 7500 เหรียญ
หลวงปู่ขาวอธิษฐานจิตเดี่ยว และ ได้นำเข้าพิธีพร้อมกับพิธีหายอาพาธ หลวงปู่ขาว ในปี พ.ศ.2511 ซึ่งต้องบอกว่าเป็น พิธีใหญ่ พ่อแม่ครูอาจารย์
สายกัมฐานเข้าร่วมพิธี เมตตาอธิษฐานจิต ปลุกเสก เกือบทุกท่าน ในยุคนั้น













จุดตาย เอกลักษณ์เหรียญรุ่นนี้ ขอบจะปลิ้นที่ 5 นาฬิกา ตามรูปครับ





28
1106.เหรียญพระเกศา 3ครูบา เหรียญสามเทพเจ้าชาวกะเหรี่ยง วัดพระธาตุเกศสร้อย ครูบาชัยวงศาอธิษฐานจิต ปี40 เนื้อเงิน ด้ายหลังทุกเหรียญจะติดเกศา  ครูบาชัยยะลังก๋า ครูบาเจ้าศรีวิชัย และ
ครูบาชัยวงศา น่าใช้ สร้างน้อย
เปิดบูชา 1200-

เหรียญสามเทพเจ้าแห่งชาวกะเหรี่ยง เนื้อเงิน  ครูบาชัยยะลังก๋า ครูบาเจ้าศรีวิชัย ครูบาชัยวงค์
ผู้บูรณะวัดพระธาตุแก่งสร้อย ด้านหลังติดเส้นเกศา 3 ครูบา ครูบาชัยวงศา อธิฐานจิต










29
1105.พระเชียงแสน ท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทร์ ปี 2513 เนื้อผง ก้นโค้ตดอกจันทร์ พระสวยเดิม ส่องดูมีทองคำเปลวเก่าผิวเดิมๆ มาตรฐานพระเครื่องทำเนียบ เจ้าคุณนร

ของดีราคาเบา  แบ่งปันไปบูชา
1000-










30
1104.เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่ครูบาแก้ว สุทโธ วัดดอยโมคคัลลาน์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ปี18 นวโลหะ (นวโลหะจะตอกโค้ตที่ด้านหลัง)
1 ใน 500 เหรียญ หายาก สภาพสวยแชมป์ เปิดบูชา
1200-



 หลวงปู่แก้ว สุทโธ วัดดอยโมคคัลลาน์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ท่านเป็นพระอริยสงฆ์ผู้เก่งกล้า อาคมขลัง ทางอภิญญาสูง เป็นสหายธรรมสนิท กับหลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว และหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม วัดป่าสามัคคีธรรม(วัดป่าอาจารย์ตื้อ)อ.แม่แตง พระเกจิทั้ง 3 ท่านเป็นคนภาคอิสาน เดินทางธุดงค์มาร่วมกัน แล้วแยกกันแสวงหาโมกขธรรมบำเพ็ญตน ปฏิบัติพระกรรมฐาน
หลวงปู่แก้ว สุทโธ ท่านพระที่สมถะ พูดน้อย เคร่งครัด ในพระธรรมวินัย ไม่โอ้อวด ฃี่งทั้งหลวงปู่แหวน และหลวงปู่ตื้อ ท่านทราบดีว่า ท่านแก้ว แห่งดอยโมคคัลลาน์ เก่งกล้ามีอภิญญาสูงในตนเอ

หลวงปู่ครูบาแก้ว สุทโธ เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จังหวัดนครพนม เกิดเมื่อวันอังคาร เดือน๑๑ ปีมะโรง ๒๔๓๔ ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๒ปี ณ.บ้านหนองบ่อ อ.นาแก จ.นครพนม ต่อมาได้บรรพชาอุปสมบท เป็นพระภิกษุ แล้วได้ออกเดินธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพร บำเพ็ญเพียรทางจิตและใจ ต่อมาได้เดินมาพบกับท่าน พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต และเมื่อได้ฟังธรรมปฏิบัติของ พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต แล้วจึงบังเกิดความเลื่อมใสฝากตัวและติดตามเป็นศิษย์ ท่านพระอาจารย์มั่น ออกธุดงค์ในที่ต่างๆ เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และกรรมฐาน วิชาต่างๆ ในขณะที่ติดตามท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต นั้นก็มีศิษย์ท่านพระอาจารย์ที่ร่วมติดตามไปด้วย ขณะนั้นคือ หลวงปู่ตื้อ อจลธมโม และหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ซึ่งต่อมาในปัจจุบัน หลวงปู่ตื้อ และหลวงปู่แหวน ได้ปรากฏชื่อเสียงและเกียรติคุณอันโด่งดังไปทั่วประเทศ ฯลฯ(ขอกล่าวสั้นๆประวัติอื่นๆ จะกล่าวในภายหลัง)วัตถุมงคลรุ่นแรกท่านได้จัดสร้างและปลุกเสก
เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ถึงวันที่ ๑๘ พฤษจิกายน ปี๒๕๑๘ ยาวนานถึง๒๑วัน โดยมี พระรูปเหมือน บรรจุกริ่ง
เหรียญรูปเหมือนเต็มองค์ และเหรียญรูปเหมือนครึ่งองค์ จำนวนการสร้าง เหรียญรูปเหมือนเต็มองค์ เนื้อนวะโลหะ สร้างจำนวน 5ooเหรียญ
เนื้อทองแดง สร้าง 5,oooเหรียญ เหรียญเนื้อเงินอยู่ในชุดกรรมการ สร้าง 99 เหรียญ








หน้า: 1 [2] 3 4 ... 96

 

 

 

สมัครสมาชิกไม่ผ่าน หรือ แจ้งปัญหาการใช้งาน หรือ ติดต่อผู้ดูแลเว็บ หรือ สนใจลงโฆษณา โทร ๐๘๖๒๒๒๐๐๕๕

อีเบย์ อุดรธานี รับนำเข้าสินค้าจากจีน power bank กระบอกน้ำ ของพรีเมี่ยม แฟลชไดร์ฟ plc mitsubishi ปากกา servo motor ราคา