หลวงปู่เพชร ปทีโป พระโพธิสัตว์ผู้เหยียบแผ่นหินเป็นรอยเท้า(อ่าน 9442 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

 

 

ผ้ายันต์หลวงปู่เพชร ปทีโป





อธิษฐานจิตเป็นผ้ายันต์ ตะกรุดโดยไม่ต้องเขียน จาร

ครั้งหนึ่งพักอยู่ที่พระพุทธบาทโพนฆ้อง มีญาติของโยมพ่อยกไปขอตะกรุดกันอาวุธปืนและขอผ้ายันต์เพื่อให้หลานของพ่อตู้มุกดาไปเป็นทหารลาว พ่อยกขันดอกไม้ให้พร้อมด้วยผ้าขาว แผ่นทอง ท่านหลวงปู่เพชร บอกให้วางขันไว้ก่อนคุยเรื่องสมาธิภาวนาและเรื่องทั่วไป จนจะมืดค่ำแล้วโยมก็จะกลับ ก็เลยทวงถามหลวงปู่ หลวงปู่เพชรเลยให้นั่งรอ ท่านจะทำให้ ปรากฏว่าโยมนั่งไม่ถึง ๓ นาที หลวงปู่บอกเสร็จแล้ว ผ้ายันต์ ตะกรุด ก็เขียนจารเรียบร้อยเป็นที่อัศจรรย์ใจยิ่ง เพราะหลวงปู่แค่เป่า ผ้ายันต์ ตะกรุด ก็เป็นตัวยันต์เรียบร้อย เหมือนท่านจาร เขียนให้เลย แสดงให้เห็นถึงอำนาจจิตที่สูงส่งของท่านหลวงปู่เพชร


พระบูชาหินทรายที่หลวงปู่เพชร ปทีโป ท่านแกะเป็นพุทธบูชา




ครั้งหนึ่ง หลวงปู่เบ้า ธนเสฏโฐ ผู้เป็นศิษย์ของหลวงปู่เพชรเล่าให้ฟังถึง ปฏิปทา การเดินธุดงค์ ของท่านว่าขณะอยู่วัดถ้ำพระ เมืองนาทรายทอง ว่าถ้ำนี้หลวงปู่เพชรเป็นผู้นิมิตเห็นที่บรรจุพระพุทธรูปอยู่ภายในทำให้ท่านซึ่งมีความปรารถนาพุทธภูมิเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มีศรัทธากล้ายิ่งขึ้นจึงแกะพระพุทธรูปด้วยหินบ้าง ไม้จันทร์หอม และปั้นพระปูนด้วยเป็นจำนวนมากบรรจุเพิ่มเข้าไปอีกในถ้ำพระนั้น
เมื่อว่างงานประจำหลวงปู่เพชรท่านก็จะพาพระไปเดินธุดงค์ไปที่ดาลสูง โดยห่างจากหมู่บ้านมากถึง ๑๐ กิโลเมตรเป็นอย่างน้อย (คำว่า “ดาลสูง” หมายถึงเนินเขาที่มีหินพื้นเป็นแผ่นหินตลอดและสูงชันขึ้นไป) ไปครั้งละเกือบ ๑ เดือน ไปเพื่อฝึกศิษย์ ออกจากนั้นก็นำคณะไป “ถ้ำน้ำทน” ซึ่งยิ่งกันดารมาก วกเวียนมาพระพุทธบาทโพนฆ้อง และถ้ำคอกม้า

 

 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2017, 05:43:19 PM โดย porpek »



เรื่องหลวงปู่เพชร ปทีโป เสกใบไผ่เป็นปลาหลด







พ่อนวยท่านเล่าให้ฟังว่า ประมาณปี ๒๕๒๐ ต้นๆ ได้เดินทางไปกับเพื่อน เริ่มต้นเดินทางที่ อ.ท่าบ่อ ขี่รถมอเตอร์ไซด์ ไปสองคน  ออกบ้านประมาณ ๘-๙ โมงเช้า  ถึงวัดหลวงปู่เกือบบ่ายโมง พ่อนวยบอกว่าตอนนั้นหนทางไปวัดลำบากสุดๆครับ ทั้งเข็น ที้งพัก ทั้งลากทั้งจูง ท่านว่าอย่างนั้นครับ  พอไปถึงวัดทั้งสองคนก็หิวข้าวมาก  พอไปกราบหลวงปู่แล้วถามท่านว่า หลวงปู่ครับพอมีอาหารที่โรงครัวเหลือบ้างไหมครับ  หลวงปู่บอกว่ามีแต่ข้าว กับหมดแล้ว  เอาอย่างนี้ให้ไปเอาใบใผ่มาให้หลวงปู่หน่อยปู่จะหาอาหารให้กิน  พ่อนวยงงมากครับว่าไปเอาใบใผ่มาทำไม  เพื่อนอีกคนก็ไปเอามา พอหลวงปู่ได้ใบใผ่มาท่านก็จับมาเสกซักครู่หนึ่ง แล้วโยนลงไปที่ถังน้ำ ปรากฎว่ากลายเป็นปลาหลดครับ  พ่อนวยและเพื่อนทั้งเเปลกใจ ทั้งทึ่งและศรัทธาในตัวหลวงปู่มาก  แล้วถามหลวงปู่ว่าหลวงปู่ทำได้ไงครับ  แล้วเอามันมาฆ่าจะไม่บาปหรือครับ  ปู่บอกว่าไม่บาปหรอกทำกินเลย  ทั้งสองท่านเลยลงมือสังหารและแกงปลาหรดกิน  ปรุงอะไรทุกอย่างเรียบร้อย  พอเปิดฝาออกจะชิน้ำ ปรากฎว่ากลายเป็นใบใผ่เหมือนเดิมครับทั้งสองท่านก็งงเหมือนเดิมอีก แต่ก็กินเหมือนเดิม เพราะหิวข้าวมากแล้ว  พ่อนวยท่านเล่าให้ผมฟังครับ เกี่ยวกับหลวงปู่เพชร ท่านบอกว่าสุดยอดมากๆเรื่องวัตถุมงคลท่านเหนียวสุดๆครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2017, 05:44:41 PM โดย porpek »



รูปหล่อใส่แว่นตา หลวงปู่เพชร ปทีโป






หลวงปู่เพชรช่วยชีวิต ทำให้โจรยิงไม่ออก

         มีเสี่ยค้าไม้,ค้าวัสดุก่อสร้าง อยู่ที่ ท่าบ่อ ท่านหนึ่งครับสมัยนั้น เสี่ยผู้นี้ท่านขึ้นไปกราบหลวงปู่ และได้รับ รูปหล่อหลวงปู่เพชร ใส่แว่นมาองค์หนึ่ง ได้รับมากับมือหลวงปู่เพชรท่านก็เอามาไว้บูชาปกติ
        อยู่มาวันหนึ่ง สมัยนั้นมีโจรขึ้นปล้นบ้านเสี่ยผู้นี้ และถูกจ่อยิงด้วยปืน ปรากฏว่าปืนไม่แตกครับ  ยิงไม่ออก
เสี่ยผู้นั้นเลยลอดตายมาอย่างปาฏิหาริย์จนถึงทุกวันนี้ ทุกวันนี้เสี่ยผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่ครับ และก็ห้อยหลวงปู่เพชร พิมพ์ใส่แว่น ขึ้นคอประจำ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2017, 05:49:41 PM โดย porpek »



หลวงปู่เพชร ปทีโป เหยียบอ้อขามโขง



ต้นอ้อเป็นไม้ที่เกิดบริเวณลำน้ำโขง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วไป
ลักษณะคล้ายต้นไผ่หรือลำเหมือนต้นอ้อย แต่ขนาดลำต้นเล็กกว่ามาก
เรื่องนี้ต้องเป็นที่กล่าวถึง เมื่อเอ่ยชื่อ "หลวงปู่เพชร สังคม"
ชาวบ้านจะกล่าวขวัญถึงหลวงปู่ที่สามารถเหยียบต้นอ้อข้ามแม่น้ำโขงได้
เรื่องนี้ได้รับคำยืนยันจากที่ปรึกษาพระสังฆราชประเทศลาว
และลูกศิษย์หลวงปู่เพชรทุกองค์
และชาวบ้านคนเฒ่าคนแก่ที่เป็นลูกศิษย์ตามปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่เพชร
ว่าเคยเห็นหลวงปู่เพชรเหยียบต้นอ้อข้ามแม่น้ำโขงได้

นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีประสบการณ์ต่างๆจากวัตถุมงคล
ของท่านที่เป็นที่ทราบดีมาถึงปัจจุบันว่า ไม่ธรรมดาเลย
เพราะคนลาวอพยพ เมื่อครั้งสมัยลาวแตก คนสปป.ลาวไม่น้อย

ได้พึ่งใบบุญของหลวงปู่เพชร ที่ปลอดภัยจากคมกระสุนและอยู่
รอดมาจนเท่าทุกวันนี้ ท่านเป็นที่พึง ที่ศรัทธามากของญาติโยม
สองฝากฝั่งแม่น้ำโขงครับ คนแถวสังคม ศรีเชียงใหม่ น้ำโสม ฯ
หวงพระ(วัตถุมงคล) หลวงปู่เพชร หลวงปู่เครื่อง มากกว่าห่วงทรัพย์สินอย่างอื่นเสียอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2017, 05:50:14 PM โดย porpek »




หลวงปู่เพชรสวดมนต์คาถาฝนแสนห่าขอฝน ช่วยชาวบ้าน

เป็นเรื่องเล่าของเจ้าอาวาสวัดผาใหญ่วัดวชิรวงศ์องค์ปัจจุบันลูกศิษย์หลวงปู่เพชร(มรณภาพแล้วปีพ.ศ. ๒๕๕๙)


หลวงตาประสิทธิ์ โชติธัมโม อดีเจ้าอาวาสวัดผาใหญ่วชิรวงศ์

          ถิ่นอีสาน จะประสบปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ ฟ้าฝนไม่ตกตามฤดูกาล ในปีนั้นหนองคายแล้งจัด แผ่นดินแตกระแหง ชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ชาวบ้านเลยยกขบวนมาขอพึ่งบารมีหลวงปู่เพชร หลวงปู่ท่านบอกว่าไม่ต้องห่วงเดี๋ยวคืนนี้ก็ตกชาวบ้านก็กลับพร้อมตั้งหน้าตั้งตาคอยเฝ้าอยากเห็นวาจาศักดิ์สิทธิของหลวงปู่เพชร เพราะเชื่อในบุญบารมีของท่าน คืนนั้นหลวงปู่เพชรเลยชวนพระภิกษุสงฆ์ทั้งวัดไปสวดมนต์โดยบอกกับพระทั้งวัดว่าจะสวดมนต์ขอฝน หลวงปู่เพชรและพระทั้งวัดสวดมนต์ได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ปรากฎลมแรงขึ้น ๆ มีเมฆก่อตัวครึ้ม ฟ้าเริ่มแลบแปร๊บๆ และไม่เกินห้านาทีต่อมาฝนก็ตกหนักพอได้ให้ชาวบ้านอุปโภค บริโภค และเพาะปลูก และก็เป็นจุดเริ่มต้นของชาวบ้านถ้าปีใดฝนแล้งก็จะมานิมนต์หลวงปู่สวดมนต์ขอฝนเป็นประจำ และหลวงปู่เพชรผู้เป็นพระโพธิ์สัตว์เปี่ยมไปด้วยเมตตาก็จะ สงเคราะห์ลูกหลานสวดมนต์ขอฝนทุกๆครั้งและประสบความสำเร็จในทุกๆครั้งด้วย แม้หลวงปู่เพชรจะมรณภาพไปแล้วปีใดฝนแล้งชาวบ้านก็จะมาจุดธูป จุดเทียนขอเมตตาจากรูปปั้นหลวงปู่เพชรอยู่เสมอๆ


คาถาอิติปิโส ๘ ทิศ(ประจำวันเกิด)
 
พุทธคุณ
อิติ ปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมะนุตสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

คาถาอิติปิโส ทั้งแปดทิศ มีชื่อเรียกและแต่ละบทเป็นดังนี้

บทที่๑ ทิศตะวันออก (วันจันทร์ กำลังวัน เท่ากับ ๑๕)

" อิระชาคะตะระสา "  เรียกว่าคาถากระทู้เจ็ดแบก
มี พุทธคุณด้านแคล้วคลาด ทรหดคงทนต่ออาวุธต่างๆ บุคคลที่เกิดวันจันทร์ หากได้สวดทุกวันจะช่วยหนุนดวงและป้องกันภัย หรือใช้ท่องเวลาจะเดินทางไปทางทิศตะวันออก

บทที่๒ ทิศตะวันออกเฉียงใต้  (วันอังคาร กำลังวัน เท่ากับ ๗)

" ติหังจะโตโรถินัง " เรียกว่าคาถาฝนแสนห่า
มี พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ บุคคลที่เกิดวันอังคาร หากได้สวดทุกวันจะช่วยหนุนดวงและป้องกันภัย หรือใช้ท่องเวลาจะเดินทางไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และใช้สวดขอฝนได้

บทที่๓ ทิศใต้ (วันพธ กลางวัน กำลังวัน เท่ากับ ๑๗)

" ปิ สัม ระดล ปุ สัต พุท " เรียกว่าคาถานารายณ์เกลื่อนสมุทร
มี พุทธคุณด้านเมตตาดี ภูตผีและกันคุณไสย วิญญาณร้าย แก้โรคภัยไข้เจ็บ บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางวัน) หากได้สวดทุกวันจะช่วยหนุนดวงและป้องกันภัย หรือใช้ท่องเวลาจะเดินทางทิศใต้

บทที่๔ ตะวันตกเฉียงใต้ (วันเสาร์ กำลังวัน เท่ากับ ๑๐)"

โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ " เรียกว่าคาถานารายณ์ขว้างจักร ตรึงไตรภพ
มี พุทธคุณด้าน เมตตามหานิยม ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย คุณไสย คุ้มครองป้องกันภัย มีอำนาจตะบะเดชะ บุคคลที่เกิดวันเสาร์ หากได้สวดทุกวันจะช่วยหนุนดวงและป้องกันภัย หรือใช้ท่องเวลาจะเดินทางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

บทที่๕ ทิศตะวันตก (วันพฤหัสบดี กำลังวัน เท่ากับ ๑๙)

" ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ " เรียกว่าคาถานารายณ์ตวาดป่าหิมพานต์
มี พุทธคุณด้านมหานิยม มีอำนาจป้องกันภัย คุ้มครอง บุคคลที่เกิดวันพฤหัสบดี หากได้สวดทุกวันจะช่วยหนุนดวงและป้องกันภัย หรือใช้ท่องเวลาจะเดินทางไปทางทิศตะวันตก

บทที่๖ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (วันพุธ กลางคืน กำลังวัน เท่ากับ ๑๗)

" คะ พุท ทู ทัม วะ คะ " เรียกว่าคาถานารายณ์ถอดจักร
มี พุทธคุณด้านเมตตา ถอดถอนคุณไสยอำนาจชั่วร้ายปลดปล่อยวิญญาณ บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางคืน) หากได้สวดทุกวันจะช่วยหนุนดวงและป้องกันภัย หรือใช้ท่องเวลาจะเดินทางไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ


จากคำบอกเล่าของลูกศิษย์คนหนึ่งซึ่งได้ยินมาจากเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน(มรณภาพแล้วปีพ.ศ.๒๕๕๙)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2017, 05:50:48 PM โดย porpek »




พระยานาคบังฝนให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

หลวงปู่เพชรพาไปเอาเหล็กไหล

       มีท่านผู้หนึ่งเล่าให้ฟังว่าสมัยที่หลวงปู่มหาศรีจันทร์ ได้ธุดงค์ไปพร้อมหลวงปู่เพชรไปที่ฝั่งลาว หลวงปู่เพชรท่านได้พาหลวงปู่มหาศรีจันทร์ ไปเอาเหล็กไหลในถ้ำแห่งหนึ่งแต่ถ้ำแห่งนี้แปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ ถ้าลืมตาจะมองไม่เห็นทางเข้าถ้ำแต่ถ้าหลับตาจะเห็นเป็นทางเข้าไปอย่างชัดเจนเลย  หลวงปู่เพชรบอกกับหลวงปู่มหาศรีจันทร์ว่าให้รออยู่หน้าถ้ำตรงนี้ท่านจะเข้าไปเอาเหล็กไหล และหลวงปู่เพชรก็กำชับอีกว่า ไม่ว่าจะ เกิดอะไรขึ้นห้ามลุกจากที่ไปไหนแล้วหลวงปู่เพชรก็เข้าไปเอาเหล็กไหลหลวงปู่มหาศรีจันทร์ท่านก็นั่งสมาธิรอที่หน้าถ้ำ สักพักก็เหมือนมีงูใหญ่มาเลื้อยผ่านตักท่านขนาดลำตัวใหญ่มาก(น่าจะเท่าต้นมะพร้าวได้ จากคำบอกเล่าของท่านหนึ่ง) หลวงปู่มหาศรีจันทร์บอกว่าตัวใหญ่และหนักมากกว่าจะเลื้อยผ่านท่านเสร็จขาท่านปวดมากแทบจะขยับไม่ได้เลย  หลังจากนั้นไม่นานหลวงปู่เพชรก็ออกมาจากถ้ำ พอออกมาหลวงปู่เพชรก็ถามท่านว่าเป็นยังไงบ้าง หลวงปู่มหาศรีจันทร์ก็ตอบว่าปวดขามากครับแทบขยับขาไม่ได้เลย  หลวงปู่เพชรบอกว่าเป็นพญานาคที่เขารักษาถ้ำและเหล็กไหลแห่งนี้เขาหวงมากแต่ก็ไม่มีอะไรเขามาดูมาเยี่ยมมเฉยๆ และท่านก็บอกว่า ถ้ำแห่งนี้แบ่งผู้ดูแลรักษาเป็นสามฤดู มี ยักษ์ พญานาค  ลับแลแบ่งเวลากันเฝ้าเป็นผู้ดูแล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2017, 05:51:20 PM โดย porpek »




เหรียญหลวงปู่วัดลุ่ม รุ่นแรก หลวงปู่เพชร ปทีโป และหลวงปู่เครื่อง ธัมมจาโร ร่วมกันอธิษฐานจิต
มีการลองปืนยิงกันหลังพิธีอธิษฐานจิตเสร็จ มีแต่เสียงไกปืนแต่ไม่มีปืนกระบอกไหนเลยที่ลูกปืนออกจากปากลำกล้องได้

 

หลวงปู่วัดลุ่ม
เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย
สถานที่ตั้ง
ประดิษฐานอยู่ วิหารวัดลุ่ม วัดโนนเกษม ตั้งอยู่บ้านเจื้อง หมู่ 4 ตำบลแก้งไก่ อ.สังคม
จ.หนองคาย

ชื่อเป็นทางการคณะสงฆ์
วัดโนนเกษม
ความเป็นมา
วัดโนนเกษม สร้างวัดเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๔๓๙ มีเนื้อที่ ๖ ไร่ หรือราว ๆ ๑๑๓ ปี ที่ผ่านมา วัดแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่ยาวจรดแม่น้ำโขง โดยที่ไม่มีทางหลวงแผ่นดินวิ่งตัดผ่าน และการคมนาคมอาศัยทางเรือในการเดินทาง ต่อมา(จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าในหมู่บ้าน) เมื่อมีทางหลวงวิ่งตัดผ่านที่ของวัด ชาวบ้านก็ได้ชักนำกันไปพัฒนาวัดให้เป็นระเบียบอยู่ประจำ เพราะกลัวว่าถ้าปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องหรือมาจากที่ต่าง ๆ จะมาจับจองที่ดินแปลงนี้เป็นของตนเอง เพราะเมื่อก่อนที่วัดยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครอง ต่อมา จนกระทั่งวันหนึ่ง (ประมาณ 70 ปี ที่ผ่านมา) ชาวบ้านได้ไปปรับพื้นที่ของวัด (ที่ปัจจุบันชาวบ้านเรียกว่าวัดลุ่มจนติดปาก) ตรงที่เป็นหลุมก็ขุดดินตรงที่เป็นเนิน (โพน) ไปถม จนกระทั่งไปขุดเจอพระพุทธรูป ที่เรียกว่า หลวงปู่วัดลุ่มนั่นเอง ต่อมา จึงได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ ก่อสร้างวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงปู่ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก มาจนถึงปัจจุบัน

อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์
(จากคำบอกเล่าปากต่อปาก) ผู้ใดมีความทุกข์กายสุขใจ ในเรื่องใด ๆ เช่น อยากมีลูก อยากให้ลูกมีงานทำ รับราชการ ไปทำงานเมืองนอก สอบได้ หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ ก็เข้าไปกราบไหว้บูชาขอพรต่อองค์หลวงปู่ ก็ได้รับผลสำเร็จกันทุกคน และก็จะมีการนำผ้าอังสะ (ผ้ามีเหลืองของพระ) หรือนำบั้งไฟไปจุดบูชา แล้วแต่จะตั้งจิตอธิษฐานอย่างไร ก็บูชาอย่างนั้น

คำกล่าวบูชาหลวงปู่
อิมานิสักกาเรนะ ตังพุทธัง อภิปูชยามะ
อิมานิสักกาเรนะ ตังธัมมัง อภิปูชยามะ
อิมานิสักกาเรนะ ตังสังฆัง อภิปูชยามะ

หลวงปู่เครื่อง ธมฺมจาโร วัดเทพสิงหาร ต.นายูง อ.นายูง จ.อุดรธานี
สหธรรมิก หลวงปู่เพชร ปทีโป




จากคำบอกเล่า จากผู้เฒ่าผู้แก่ มีอยู่ว่า

ขณะที่ หลวงปู่เพชร ปทีโป และ หลวงปู่เครื่อง ธัมมจาโร ทำพิธีการอธิฐานจิตเหรียญหลวงปู่วัดลุ่ม รุ่นแรกอยู่นั้น หน่วยนปข.(หน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้าโขง)ได้ทำการซ้อมอยู่ โดยการโยนระเบิดและยิงปืน บริเวณข้าง ๆ โบสถ์ปรากฏว่าระเบิดไม่แตก และปืนยิงไม่ออกครับ เป็นเรื่องเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิของเหรียญรุ่นนี้ มาจนถึงทุกวันนี้

และอีกเรื่องบอกว่า เข็มฉีดยาแทงไม่เข้า ต้องถอดเหรียญหลวงปู่วัดลุ่มออกก่อนจึงฉีดยาได้ มีผู้ป่วยไม่สบายแขวนเหรียญรุ่นนี้ไปหาหมอ และได้ให้พยาบาลฉีดยา แต่เข็มฉีดยาหัก แทงไม่เข้า พยาบาลที่ฉีดยาต้องบอกให้ถอดเหรียญออกถึงจะฉีดยาได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2017, 05:53:05 PM โดย porpek »




พระพุทธเมตตาที่ประดิษฐานที่วัดผาใหญ่ฯ อ.สังคม จ.หนองคาย ศักดิ์สิทธิ์มากครับ

จากงานเขียนของนายวิสูตร วงศ์วิริยะ นายอำเภอสังคม
เขียนเมื่อ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๗
(ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เกษียณอายุราชการแล้ว
ปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๕๕ ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ท.จ.ขอนแก่น)

กระผมได้รู้จักหลวงปู่เพชร เมื่อครั้งย้ายมารับราชการ ที่อำเภอสังคมใหม่ ๆ คือเมื่อประมาณ ๑ ปีที่ผ่านมานี้ ผู้หลักผู้ใหญ่ได้แนะนำให้ขึ้นไปไหว้หลวงปู่เพื่อเป็นสิริมงคล

วัดหลวงปู่ ชื่อ วัดพระธาตุผาใหญ่ ตั้งอยู่บนสันเขาภูพาน เขตตำบลผาตั้ง สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ ๔๐๐ เมตร บริเวณวัดเป็นลานหินกว้าง อากาศเย็นสบาย ทิวทัศน์สวยงาม มองเห็นหมู่บ้านที่เชิงเขา ๔ – ๕ หมู่บ้าน บรรยากาศวิเวกเหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมของหลวงปู่และคณะศิษย์เป็นอย่างยิ่ง และทางขึ้นไปสู่วัดหลวงปู่นั้นก็ลำบากอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน

เมื่อได้พูดคุยกับหลวงปู่ จึงได้ทราบว่า ท่านเป็นเกจิอาจารย์ที่สำเร็จธรรมชั้นสูงสุดองค์หนึ่งของเมืองไทย แต่ท่านถือสมถะไม่ชอบแสดงตัว ไม่ชอบความเด่นดังครึกโครม เหรียญและเครื่องรางของขลังวัตถุมงคลต่างๆ ของท่าน ไม่ค่อยอนุญาตให้ใครทำ นอกจากคนใกล้ชิดเท่านั้นที่อนุญาตให้ทำในวันสำคัญทางพุทธศาสนา เพื่อให้ญาติโยมและศิษย์ผู้ใกล้ชิดไว้บูชาสักการะ และวัตรปฏิบัติ และบารมีธรรมของหลวงปู่นั้นเด่นดังมาก ทั้งสองฝั่งโขง คือ ไทย-ลาว และต่างประเทศเลยทีเดียว

เมื่อกระผมพบกับหลวงปู่นั้น ท่านชราภาพมากแล้ว อายุถึงร้อยสองปีเศษ แต่ขึ้นไปกราบท่านครั้งใด ก็ยังเห็นท่านศึกษาธรรมะ อ่านหนังสือด้วยแว่นขยายอันใหญ่ และปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานโดยเคร่งครัดเมื่อหลวงปู่อาพาธหนักเข้าจนถึง ขั้นที่ท่านคงทราบด้วยญาณว่า ถึงเวลาที่จะละวางสังขารแล้ว ได้ทราบจากศิษย์ของท่านว่า ท่านปฏิเสธที่รับการรักษาเยียวยาทั้งสิ้น และกล่าวกับศิษย์ว่า “ต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาแล้วจะรดน้ำอย่างไรก็คงไม่ฟื้น” เป็นปรัชญาชีวิตที่สาธุชนควรพิจารณาอย่างยิ่ง และแล้วหลวงปู่ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบมาตลอดอายุขัย ก็ถึงซึ่งกาลอวสานแห่งชีวิตสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๗ เวลา ๑๙.๑๐ น.

ในนามของคณะศิษยานุศิษย์ ขอขอบคุณท่านผู้ใจบุญทั้งหลายที่มาร่วมในงานฌาปนกิจศพหลวงปุ่ และขอกุศลผลบุญที่หลวงปู่ได้ประกอบไว้ รวมทั้งที่คณะศิษย์และญาติบำเพ็ญอุทิศให้ จงเป็นผลานิสงส์ให้ดวงวิญญาณของหลวงปู่ไปสู่สุคติในสัมปรายภพด้วย เทอญ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2017, 05:53:40 PM โดย porpek »





พระครูสังคมคณารักษ์ เจ้าคณะอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย
วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๗


ข้าพเจ้าในนามศิษย์ผู้จดบันทึกตามคำบอกเล่าของหลวงปู่เพชรเอง ที่ได้สนทนากับท่านและศิษย์บางคนเล่าให้ฟังมิได้แต่ขึ้นเองแต่ศิษย์ทุกคนอยากอ่านชีวประวัติและแนวทางปฏิบัติของท่าน เพื่อมีไว้ศึกษาและเป็นอนุสรณ์ นับเป็นเวลา ๒ – ๓ ปีผ่านมา ที่หลวงปู่ปรารภกับคณะศิษย์ถึงการวางขันธ์-ทิ้งขันธ์ ๕ ของท่านว่า ควรทิ้ง-ควรวางไว้แล้วเพราะอยู่มานานสมควรแก่การกำหนดอายุให้ คณะศิษย์จึงวิงวอนขอร้องต่ออายุให้ จนถึงเช้าวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ คณะศิษย์โยมก็ขอร้องวิงวอนท่านอีกเรื่องต่ออายุ แต่ท่านปฏิเสธไม่ยอมให้ต่อเพราะถึงเวลา ข้าพเจ้าจึงไม่ได้ร่วมพิธีทำให้เพราะเคยเห็นวาจาสิทธิ์ท่านมามีแต่ร้องขอวิงวอนให้เล่าชีวประวัติ-แนวปฏิบัติธรรมของท่านให้ฟังแล้วบันทึกเทปไว้ จึงนำมาถอดความต่อกันจดบันทึกอีกที เพื่อนำมาพิมพ์ไว้ คำสนทนาตอนหนึ่งข้าพเจ้าถามหลวงปู่ว่า
เวลาหลวงปู่ป่วยลูกศิษย์จะนำไปรักษาที่โรงพยาบาลหลวงปู่ทำไมจึงไม่ไป
ท่านตอบว่า “ถึงเวลาทิ้งขันธ์แล้ว ไปก็ตายไม่ไปก็ตาย”
หลวงปู่จะพูดอยู่เสมอและคอยสอนคณะศิษย์ทุกๆ คนว่า


“ให้อดทนเอาทำจิตใจหนักแน่นไว้ ถือศีลสัตย์ ประหยัดเวลา
ทำความเพียรให้กล้า ชั้นโสดาอยู่ใกล้ การดำรงไว้ซึ่งสติสัมปชัญญะ
และตั้งใจไว้ชอบในการกระทำจึงจะเป็นแนวทางไปสู่สัมฤทธิ์ผลได้”






ทุกท่านคงจะแปลกใจว่าทำไม วัดผาใหญ่วชิรวงศ์ ถึงมีศาสนสถานเกี่ยวกับของจีนปนด้วย

เหตุผลจากคำบอกเล่าของหลานกำนันพรหม ตำบลสังคม ผู้สร้างรูปหล่อหัวหลิมรุ่นแรกหลวงปู่เพชร ปทีโป เล่าให้ฟังว่า มีเจ๊เก้า เป็นคนไทยเชื้อสายจีนมาทำธุรกิจซื้อขายเครื่องอุปโภค บริโภค วัสดุก่อสร้าง กับชาวลาว เป็นคนกรุงเทพ มาพักไป ๆ มา ๆ ที่ฝั่งลาว และฝั่งไทย ตรงอ.ผาใหญ่ ทำให้รู้จักหลวงปู่เพชร จากชาวลาว ว่าทำไมถึงเคารพหลวงปู่เพชรจัง เลยถามไถ่ได้ความว่า มาขอหวยบ้าง มาให้ช่วยเรื่องค้าขายบ้าง มาขอเครื่องรางของขลังเพื่อไปสงครามบ้าง เจ๊เก้าท่านสนใจ เลยมากราบหลวงปู่เพชร ปทีโปที่วัดผาใหญ่วชิรวงศ์ (ตอนนั้นหลวงปู่เพชรท่านกลับเมืองไทยแล้ว) ตอนไปกราบช่วงนั้นธุรกิจของเจ๊เก้าก็สะดุดๆ มีอุปสรรค มีคู่แข่งอยู่มาก เลยอยากหาที่พึ่ง พอไปกราบหลวงปู่พร้อมทั้งกราบเรียนถึงวัตถุประสงค์แล้ว หลวงปู่เพชรก็หยิบแผ่นมาเขียนยันต์ให้พร้อมทั้งให้เจ๊เก้าติดตัวไว้เวลาไปติดต่อธุรกิจ ซึ่งเจ๊เก้าหมายมั่นปั้นมือมากกับธุรกิจที่จะไปติดต่อนี้แต่มีคู่แข่งเยอะมากๆ ซึ่งหลังจากเจ๊เก้าได้แผ่นยันต์หลวงปู่ไปแล้ว ก็ไปติดต่อธุรกิจก็ประสบความสำเร็จ การงานการเงินก้าวหน้ามีธุรกิจมั่นคงทำให้เจ๊เก้านับถือหลวงปู่เพชรมากๆ ถึงขนาดมาก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ เป็นอันมากในวัดผาใหญ่วชิรวงศ์

และถ้าที่ใดหลวงปู่เพชรอนุญาต เจ๊เก้าถึงก่อสร้างถ้าทีใดหลวงปู่เพชรไม่อนุญาต เจ๊เก้าก็ไม่ก่อสร้างแต่ก็สงสัย เลยไปหาซินแส ให้ดูฮวงจุ้ยให้ ปรากฏว่าที่ใดที่หลวงปู่เพชรอนุญาต ที่นั่นจะเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมากๆ ประมาณว่าเป็นจุดมังกร พยัคฆ์เลย ถ้าที่ใดไม่ให้สร้างที่นั่้นจะเป็นที่อับประมาณว่าประตูผีเลย ทำให้เจ๊เก้ายิ่งนับถือหลวงปู่เพชรเพิ่มมากยิ่งๆ ขึ้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2017, 05:54:26 PM โดย porpek »





เจดีย์ที่วัดผาใหญ่วชิรวงศ์ จังหวัดหนองคาย
ซึ่งมีผู้รู้กล่าวว่าได้บรรจุพระพุทธรูปหินแกะสลักต่างๆ เป็นจำนวนมาก
ที่หลวงปู่เพชร ปทีโป ได้ทำการแกะสลักด้วยองค์ท่านเอง



ตะกรุดหลวงปู่เพชร ช่วยน้ำร้อนลวก

เจ๊เก้าหลังจากนับถือฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงปู่เพชรแล้ว ก็ทำบุญกุศลไปวัดสม่ำเสมอ วันหนึ่งมีเพื่อนมาเยี่ยมเจ๊เก้า นัยว่าจะมาหาลู่ทางทำธุรกิจค้าขายกับฝั่งลาว เลยมาดูงานก่อน ก็คอยช่วยเหลือเจ๊เก้าทำงานบ้านงานครัว เจ๊เก้าก็พาเพื่อนไปกราบหลวงปู่เพชรและเจ๊เก้าก็มอบตะกรุดหลวงปู่เพชรให้เพื่อนไว้ติดตัวด้วย ซึ่งเพื่อนของเจ๊เก้าก็นับถือหลวงปู่เพชรมาก ก็นำตะกรุดใส่สร้อยคอติดตัวไว้ตลอด

วันหนึ่งเพื่อนเจ๊เก้า ได้ทำครัว กำลังนึ่งข้าวเหนียวเยอะมากเพื่อแจกจ่ายคนงาน แต่เพื่อนเจ๊เก้ากำลังนำไม้พายคนข้าวเหนียวหม้อเกิดเอียงพลิกแล้วหกตกมาใส่ขาเพื่อนเจ๊เก้าแบบเต็มๆ น้ำร้อนลวกหมดทั้งขา ทั้งสองข้าง เพื่อนเจ๊เก้าและเจ๊เก้าตกใจเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากเป็นเวลาเย็นแล้วและอำเภอผาใหญ๋ก็ไกลจากโรงพยาบาลประจำจังหวัดหนองคายมาก ซึ่งสมัยก่อนการแพทย์ยังไม่แพร่หลาย เจ๊เก้าหลังจากทำความสะอาดล้างน้ำร้อนลวกให้เพื่อนแล้วก็ตัดสินใจพาเพื่อนไปหาหลวงปู่เพชร ที่วัดผาใหญ่ พร้อมด้วยคนงานผู้ชายจำนวนหนึ่ง

ไปถึงกุฏิหลวงปู่เพชร ประมาณหนึ่งทุ่มกว่าๆ หลวงปู่เพชรกำลังอ่านหนังสือ เจ๊เก้าก็กราบเรียนพร้อมทั้งขอความช่วยเหลือ

หลวงปู่เพชรซึ่งกำลังอ่านหนังสือวางหนังสือลง และถามเพื่อนเจ๊เก้าว่า "นำตะกรุดติดตัวอยู่ใช่ไหม ตอนโดนน้ำร้อนลวก"

ใช่เจ้าค่ะ เพื่อนเจ๊เก้าตอบ (แล้วมาคุยกันทีหลังว่า หลวงปู่รู้ด้วยว่ามีตะกรุดอยู่ตอนถูกน้ำร้อนลวก เก่งจัง)

งั้นไม่เป็นไรหรอก กลับได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็หาย ไม่เป็นไรไม่ปวด นอนหลับได้

เจ๊เก้าก็เลยถามเพื่อนว่า แล้วเจ็บไหม? เพื่อนเจ๊เก้าบอกว่า ตอนแรกรู้สึกร้อนๆ ที่ขามีรอยแดงๆ ปวดๆร้อนๆ แต่พอหลวงปู่บอกหายปวด ก็หายเลยแปลกดีไม่เห็นหลวงปู่จะเป่าหรือทายาเลย

ทุกคนก็เลยกลับเพราะเชื่อใจหลวงปู่เพชร เพื่อนเจ๊เก้าก็กลับอาบน้ำและนอนหลับแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตื่นเช้ารอยแดงๆ ก็จางลงมาก และหายไปในเวลาไม่กี่วัน พร้อมทั้งไม่มีแผลเป็นให้ปรากฏครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 23, 2017, 01:12:06 PM โดย porpek »



deknoy หน้ามนคนโก้ มารายงานตัวครับผม555



ตอนที่ ๒ วัตถุมงคลของหลวงปู่เพชร


จากหลักฐานหนังสืองานทำบุญ ๑๐๐ วันบรรจุอัฐิ หลวงปู่เพชร ปทีโป

๑.เหรียญ รุ่นแรก ปี ๒๕๑๗ กะไหล่ทองสร้าง ๑,๕๐๐ เหรียญ
๒.เหรียญรุ่นสอง เก้าเหลี่ยม ปี ๒๕๒๐ ท่านพระครูสังคมคณารักษ์และคณะศิษย์สร้างถวาย
๓.รุ่นสามมี เหรียญไพรีพินาศ พระผงนางกวัก พระผงพิมพ์ใหญ่(พิมพ์สมเด็จ) พระผงพิมพ์เล็ก
กริ่งหลวงปู่เพชร เนื้อทองแดง รูปหล่อเหมือน ขนาดบูชา ๕ นิ้ว
รุ่นนี้ใช้ชื่อวัดว่า วัดภูพระพาน ขออนุญาตสร้างโดยวัดช้างเผือก อ.ศรีเชียงใหม่
รูปหล่อเท่าองค์จริงที่อยู่หอสวดมนต์ รวมถึง กริ่งวัชร ก้นอุด ครับ
๔.เหรียญรุ่นสุดท้าย ปี ๒๕๒๗ ขอบเกลี่ยวเชือก รายละเอียดตามนั้น

๕.กริ่งหรือรูปหล่อเหมือนหลวงปู่เพชร ใส่แว่น
๖.หล่อโบราณหัวเล็ก ก้นอุด สร้างโดยท่านกำนันพรหม
อดีตกำนัน ต.ผาตั้ง ไม่ทราบปีสร้าง ไม่ทราบจำนวน (ถ้าทราบแล้วจะลงเพิ่มเติม)

เพิ่มเติม
-ชินราชหลวงปู่เพชร  หลวงปู่บรรจุซะส่วนใหญ่ แจกบางส่วน น้อยคนที่จะได้ ไม่ทราบปีสร้าง ไม่ทราบจำนวน
-ล็อคเก็ตหลวงปู่เพชรไม่ทราบปีสร้าง ไม่ทราบจำนวน (ถ้าทราบแล้วจะลงเพิ่มเติม)


ผิดพลาดประการใด กราบขออภัยใว้นะที่นี้ด้วยนะครับ
ได้ข้อมูลเพิ่มเติมยังไงจะรีบแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ให้มากที่สุดครับ

ขอบคุณครับ



เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่เพชร กะไหล่ทอง สร้าง ๑,๕๐๐ เหรียญ




เหรียญรุ่นสองตั้งยง ตอกโค๊ดเพชร




 

 

 

สมัครสมาชิกไม่ผ่าน หรือ แจ้งปัญหาการใช้งาน หรือ ติดต่อผู้ดูแลเว็บ หรือ สนใจลงโฆษณา โทร ๐๘๖๒๒๒๐๐๕๕

อีเบย์ อุดรธานี รับนำเข้าสินค้าจากจีน power bank กระบอกน้ำ ของพรีเมี่ยม แฟลชไดร์ฟ plc mitsubishi ปากกา servo motor ราคา

 

SMF v.2.0.13_2017 | Designed by Ness, Simple Machines